เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

อีสานแห่ทำนาปรังล้านไร่ หวันฝนทิ้งช่วง-น้ำไม่พอ

10 มีนาคม 2564
435
5 จังหวัดอีสานตอนกลาง "ชัยภูมิ-ขอนแก่น-ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-กาฬสินธุ์" แห่ปลูกข้าว-พืชไร่กว่า 1.2 ล้านไร่ หลังแล้งหนักมากว่า 2 ปี
นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผย ว่า ปี 2564 เกษตรกรในพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 6 หรือพื้นที่ในเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปาว ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สามารถทำนาปรังและปลูกพืชฤดูแล้งได้ในรอบ 2-3 ปี โดยที่ผ่านมานั้นไม่สามารถทำได้เลย เพราะมีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ

แต่ปัจจุบันได้ประเมินสถานการณ์น้ำแล้ว อย่างเขื่อนอุบลรัตน์ในจังหวัดขอนแก่นการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้อุปโภคบริโภคเป็นไปตามแผน สามารถปล่อยน้ำให้กับประชาชนใช้ได้วันละ 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คาดว่าเมื่อถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 หรือปลายฤดูแล้งจะเหลือปริมาณน้ำมากกว่าปี 2563 ประมาณ 900 ล้าน ลบ.ม.

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ ชินคีรี เกษตรจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผย ว่า สำหรับภาพรวมจังหวัดกาฬสินธุ์ในปี 2564 ไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งอย่างแน่นอน จากการประเมินปริมาณน้ำในเขื่อนลำปาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 พบว่าเขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำ 680.56 ล้าน ลบ.ม. มีความสามารถปล่อยน้ำได้วันละ 4.50 ล้าน ลบ.ม.

ในปีที่ผ่านมามีน้ำอยู่ในเขื่อนลำปาว 984 ล้าน ลบ.ม. หรือ 49% ของความจุอ่าง ซึ่งมากกว่าปีนี้ แต่ก็ไม่ถือว่าอยู่ในภาวะแล้ง เพราะหากเกิดภาวะแล้งน้ำในเขื่อนจะเหลือเพียง 20% ขณะเดียวกันพื้นที่การเกษตรทั้งจังหวัดมีอยู่ประมาณ 3 ล้านไร่ แบ่งเป็นปลูกข้าวในจังหวัดประมาณ 1.5 ล้านไร่ และพืชไร่ชนิดอื่นที่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อสูบน้ำจากเขื่อนลำปาวไปยังพื้นที่เกษตรที่การปล่อยน้ำอาจไปไม่ถึง ซึ่งทางภาครัฐได้มีการประชาสัมพันธ์ถึงเกษตรกรเพื่อสร้างการรับรู้และให้คำแนะนำเกษตรกรไปแล้ว

แต่ที่น่าห่วงคือร้อยเอ็ด แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ปีนี้ทางชลประทานขอความร่วมมือชาวนาไม่ให้ปลูกข้าวนาปรัง เนื่องจากพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังทั้งหมดอยู่ท้ายเขื่อน ทำให้มีปริมาณน้ำไม่เพียงพอ แต่ปัจจุบันชาวนาปลูกข้าวนาปรังไปแล้วกว่า 154,717 ไร่ ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะช่วงปีที่ผ่านมาชาวนาประสบภัยแล้งอย่างสาหัส ข้าวและพืชอื่นเสียหายมาก ทำให้ขาดรายได้

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ประชาชาติธุรกิจ