เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เตือนเกษตรกร เร่งขึ้น-ปรับปรุงทะเบียนปี 64
03 กุมภาพันธ์ 2564
8,711
กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนเกษตรกรทั้งรายเก่า และรายใหม่เร่งขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2564
กรมส่งเสริมการเกษตรเผย ขณะนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลผลิต ปี 2564 พบว่า มีผู้มาปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรแล้ว 1,037,976 ครัวเรือน 2,116,273 แปลง พื้นที่เพาะปลูก 14,792,249.55 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 18.21 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 มกราคม 2564)

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งเกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนด้านต่างๆ รวมทั้งความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ตามโครงการที่หน่วยงานภาครัฐจัดทำขึ้น ได้แก่ โครงการประกันรายได้พืช 4 ชนิด คือ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยเงินช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 500 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน20 ไร่ ก่อนในเบื้องต้น

สำหรับกรอบระยะเวลาขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร เกษตรกรสามารถแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้หลังเพาะปลูกพืชไปแล้ว 15 วัน จนถึงก่อนวันเก็บเกี่ยวไม่เกิน60 วัน และจะมีกระบวนการตรวจสอบ พื้นที่ จัดเก็บพิกัดแปลง กรณีแปลงใหม่ แต่สำหรับแปลงเดิมนั้น หลังจากรับแจ้งข้อมูลแล้ว จะใช้วิธีปิดประกาศเป็นเวลา 3 วัน เพื่อการยืนยันหรือคัดค้านของเกษตรกรในหมู่บ้านหรือชุมชนนั้น โดยเกษตรกรต้องมาลงนามรับรองข้อมูลของตนเองด้วย

สำหรับเกษตรกรรายใหม่แจ้งขึ้นและปรับปรุงข้อมูลได้ ณ สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก ในส่วนเกษตรกรรายเดิมปรับปรุงข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่งหรือปรับปรุงผ่านแอปพลิเคชั่น Farmbook

ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำว่าหากเกษตรกรปลูกข้าวหรือพืชอื่นแล้ว ให้เร่งมาปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อสิทธิประโยชน์ของตัวเกษตรกรเอง ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรสั่งการให้สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอติดตามการดำเนินงาน พร้อมกำชับ เร่งรัดให้ทุกจังหวัดตามคู่มือการขึ้นและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรอย่างเคร่งครัด ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม

จึงขอเชิญชวนให้เกษตรกรมาปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรโดยด่วน สำหรับเกษตรกรรายใหม่หรือแปลงใหม่เพาะปลูก ให้สอบถามไปยังสำนักงานเกษตรหรือผู้นำชุมชนถึงแนวทางปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แนวหน้า