เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
โคนมไทยเร่งปรับตัวรับ FTA ต้นทุนนมนอกต่ำกว่านมไทย 50%
14 กันยายน 2563
496
โฟร์โมสต์ แนะเกษตรกรเลี้ยงโคนมไทยต้องปรับตัวก่อนเปิด FTAแดนจิงโจ้-กีวี่ ปี 64 ชี้ต้นทุนนมนอกต่ำกว่านมไทย 35-50% พร้อมเร่งเพิ่มศักยภาพเกษตรกรโคนมเพื่อการแข่งขันยั่งยืน คาดปริมาณนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ หลังเปิดเสรีทางการค้าไทย-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ (TAFTA -สต์ TNZFTA) ในปี 2564 ? 2568 จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น
ดร.โอฬาร โชว์วิวัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ "โฟร์โมสต์" (Foremost) เปิดเผยว่า ในปี 2564 เรื่องความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (Thailand-Australia Free Trade Agreement: TAFTA) และความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (Thailand-New Zealand Free Trade Agreement: TNZFTA) ที่ไทยเตรียมปลดล็อคภาษีนำเข้าเป็นศูนย์และไม่มีการจำกัดโควตานำเข้าสินค้ากลุ่มนมผงที่มีไขมันเกิน 1.5% ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของนม หางนม (เวย์) เนย ไขมันเนย (AMF) เนยแข็ง และในปี 2568 สำหรับกลุ่มสินค้านมและครีม เครื่องดื่มประเภทนมปรุงแต่ง นมผงขาดมันเนย

จากข้อมูลเดือนมกราคม - กรกฎาคม ปี 63 พบว่า ไทยมีการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากนิวซีแลนด์มูลค่า 7.9 พันล้านบาท และออสเตรเลียมูลค่ารวมกว่า 1.9 พันล้านบาทประกอบด้วย ชีส นมผงขาดมันเนย นมผงเต็มไขมัน เนย นมแปลงไขมัน ผงเวย์ โยเกิร์ตพร้อมดื่ม นมผงพร่องมันเนยและครีม ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่าราคาต้นทุนการผลิตนมดิบของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ปัจจุบันมีราคาถูกกว่าไทยราว 35 - 50% โดยอยู่ที่ราคา 11 - 13 บาทต่อกิโลกรัม ในขณะที่ประเทศไทยราคาอยู่ที่ 17.50 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้คาดว่าหลังจากที่ไทยเตรียมปลดล็อคภาษีนำเข้าเป็นศูนย์และไม่มีการจำกัดโควตานำเข้าวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์นมบางกลุ่ม ที่จะเริ่มในปี 2564 จะมีปริมาณการนำเข้านมและผลิตภัณฑ์นมจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น

ด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์นม ไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมหลายชนิดแต่ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์นมเพื่อใช้ผลิตเป็นผลิตภัณฑ์นมประเภทอื่น ๆ แล้วส่งออก ซึ่งสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ นมพร้อมดื่ม นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เนยที่ได้จากนมและนมข้นหวาน เป็นต้น โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปยังกลุ่มประเทศภูมิภาคอาเซียน เช่น กัมพูชา เมียนมา สปป.ลาว มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยข้อมูลกรมศุลกากรไทยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมปริมาณ 3.24 แสนตัน มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตามเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของเกษตรกรโคนมไทย ต่อสถานการณ์การแข่งขันทางการค้าอย่างเสรีที่จะเกิดขึ้น โฟร์โมสต์เป็นหนึ่งในผู้รับซื้อน้ำนมดิบรายใหญ่ มูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านบาทต่อปี จากสหกรณ์โคนมไทยกว่า 98 ล้านลิตรต่อปี โฟร์โมสต์มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องโดยใช้ภูมิความรู้ความเชี่ยวชาญของบริษัทแม่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ถูกถ่ายทอดมาสู่ ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) ภายใต้หลัก "Nourishing by Nature" เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของเกษตรกรโคนมไทย ให้ได้มาตรฐานระดับโลกด้วย 7 แนวทางตามมาตรฐานเนเธอร์แลนด์ ได้แก่
1.โคต้องได้อาหารและน้ำที่ดี - เพราะอาหารและน้ำต้องสมดุลเหมาะกับการหมักย่อยของจุลินทรีย์ในกระเพาะรวมและต้องมีน้ำที่สะอาดสำหรับให้โคดื่มตลอดวัน
2.ลูกโคดีคือหัวใจ - ลูกโคต้องได้รับนมน้ำเหลืองที่มีคุณภาพทันทีหลังคลอดจากนั้นให้กินนมควบคู่กับอาหารข้นอาหารหยาบและน้ำสะอาด พร้อมติดตามการเจริญของลูกโค
3.พันธุ์ต้องสมบูรณ์ - หลังคลอดลูกแม่โคจะให้น้ำนมส่วนลูกโคเพศเมียจะนำมาเลี้ยงให้สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อทดแทนแม่โคที่ปลอดออกหรือขยายฝูง
4.การรีดนมต้องถูกวิธี - ความสะอาดในการรีดนมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องเช็ดทำความสะอาดเต้านม รีดนมต้นเพื่อเช็คคุณภาพน้ำนมและตรวจสอบปัญหาเต้านมอักเสบของแม่โคแบบรายตัว ส่วนเครื่องรีดต้องได้รับการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้และแช่น้ำยาป้องกันเชื้อหลังรีดนมทุกครั้ง
5.สำคัญที่กีบ - ดูแลกีบเท้าโคอย่าให้สึกบางจากพื้นคอกหรือจากอาหารการกินที่ไม่สมดุล พร้อมหมั่นแต่งกีบโคอย่างสม่ำเสมอ
6.การออกแบบโรงเรือน - โรงเรือนต้องออกแบบให้มีความสะอาดปลอดภัยต่อโคและการทำงานของเกษตรกร อีกทั้งอากาศถ่ายเทได้ดีและจัดสรรพื้นที่ให้เป็นสัดส่วนเพียงพอต่อจำนวนโค
7.ระบบเดต้าเฉพาะฟาร์ม - มีการบันทึกข้อมูลฟาร์มที่ครบถ้วน พร้อมใช้ครอบคลุมทั้งรายได้ ผลผลิต ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับโคนม

ทั้งนี้โฟร์โมสต์มุ่งมั่นสนับสนุนเกษตรกรโคนมไทย ล่าสุดมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ 14,000 ราย ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นรวม 20 ล้านบาทต่อปี

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ผู้จัดการ
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
22-28°C
เชียงใหม่
21-23°C
นครราชสีมา
21-25°C
ชลบุรี
23-28°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×