เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ทุเรียนพรีเมี่ยม ThaiGAP เพิ่มรายได้ 6 เท่า

21 สิงหาคม 2563
789
สวทช. หนุนผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP ช่วยผู้ประกอบการเกษตรไทย พัฒนาทุเรียนพรีเมียมมาตรฐาน ThaiGAP ช่วยยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของผู้ประกอบการให้ขยายช่องทางการตลาดในสินค้าระดับพรีเมียม

โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP: ไอแทป) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญแก่ผู้ประกอบการเกษตร "สวนทวีทรัพย์" จ.ชุมพร ในการพัฒนาสินค้าเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ กับผลไม้หลากชนิด เช่น ทุเรียน ส้มโชกุน มังคุด เป็นต้น
ผลไม้ทุเรียนของสวนทวีทรัพย์ได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่มีความปลอดภัยของภาคเอกชน ช่วยยกระดับสินค้าและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของผู้ประกอบการให้ขยายช่องทางการตลาดในสินค้าระดับพรีเมียม เช่น ส่งไฮเปอร์มาร์เก็ตรูปแบบค้าส่งได้ เพิ่มรายได้จากผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยจำหน่ายออนไลน์ได้มากขึ้น รวมถึงยังสนับสนุนการทำนวัตกรรม Freeze Dried (ฟรีซดราย) หรือเทคโนโลยีการทำแห้งเยือกแข็งแบบสุญญากาศ ให้แก่ผู้ประกอบการสวนทวีทรัพย์ในการเพิ่มมูลค่าสินค้า สร้างความมั่นใจด้านคุณภาพ ความปลอดภัยต่อผู้บริโภค และสามารถส่งจำหน่ายยังต่างประเทศได้

น.ส.ชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า "โครงการยกระดับผักและผลไม้ไทย : โอกาสสำหรับพัฒนาเกษตรกรรมสู่ความยั่งยืน" หรือโครงการ ThaiGAP (Thai Good Agricultural Practice) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าเกษตรและกลุ่มเกษตรกรด้านผักและผลไม้ในการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันและยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าการเกษตร อาทิ มาตรฐาน ThaiGAP มาตรฐาน GLOBALG.A.P. และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ รวมถึงนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ยุคเกษตร 4.0

โครงการ ThaiGAP เป็นความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ สวทช. ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง สวทช. จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งแก่ผู้ประกอบการ SME และสหกรณ์ รวมถึงวิสาหกิจชุมชน เพื่อเชิญชวนให้เกิดการยกระดับภาคการเกษตรของไทยโดยใช้มาตรฐาน ThaiGAP อันเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกต้องในการจัดการผลิตทางการเกษตรตามข้อกำหนด ภายใต้การให้คำปรึกษาแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีมผู้เชี่ยวชาญโปรแกรม ITAP จาก ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร และคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

มาตรฐาน ThaiGAP เริ่มต้นจากการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตผลทางการเกษตร ตระหนักถึงภัยจากการตกค้างของสารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชในผักและผลไม้ ในต่างประเทศมีการใช้มาตรการสุขอนามัยและมาตรการสุขอนามัยพืชมาเป็นอุปสรรคทางการค้า ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการส่งออกสินค้าทางการเกษตรโดยเฉพาะผักและผลไม้ของไทยมีแนวโน้มลดลง ซึ่งมาตรฐานหนึ่งทางการเกษตรที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ได้แก่ มาตรฐาน GAP (จี เอ พี) ที่มีข้อกำหนดครอบคลุมระบบตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในการผลิตตั้งแต่การบริหารจัดการฟาร์มและพื้นที่เพาะปลูก รวมไปถึงการจัดการพันธุ์พืช ดิน น้ำ ปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืช พร้อมทั้งมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) เพื่อให้สามารถคุ้มครองผู้บริโภคในกรณีที่ได้รับความเสียหายจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัยได้

เนื่องจากมาตรฐานเหล่านี้เขียนด้วยภาษาต่างประเทศ ทำให้ยากต่อการทำความเข้าใจและนำมาตรฐานมาใช้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนามาตรฐานสินค้าเกษตร และคณะเกษตร ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน สร้างมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีของภาคเอกชน ในนาม "ThaiGAP" เป็นภาษาไทย ทำให้เกษตรกรไทยสามารถทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติตามได้ง่าย และเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับ ThaiGAP ทางสภาหอการค้าฯ จึงได้สร้างกลไกการรับรองที่ได้มาตรฐานโดยติดต่อหน่วยงานให้การรับรอง เช่น TUV NORD และ Control Union โดย ITAP สวทช. เป็นผู้สนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเกษตรในการพัฒนาระบบ ThaiGAP โดยช่วยเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญและบริหารจัดการโครงการอย่างครบวงจร

ทั้งนี้เกษตรกรไทยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการและทางการเงินจนได้รับการรับรองมาตรฐาน ThaiGAP จำนวน 80 ราย ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้กว่า 70 ชนิด คือ เมล่อน มะละกอ มะพร้าวน้ำหอม แคนตาลูป แตงโม กล้วยหอม พริก ทุเรียน มังคุด เงาะ และมะเขือเทศ ตลอดจนมีเกษตรกรจำนวน 2 ราย สามารถยกระดับรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท/ปี หรือเพิ่มรายได้กว่า 6 เท่า

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรุงเทพธุรกิจ