เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ราน้ำค้างระบาดในฟักแม้ว

25 พฤศจิกายน 2562
1,833
ช่วงที่อากาศหนาวน้ำค้างลงจัด ความชื้นในอากาศสูง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกฟักแม้ว(ชาโยเต้หรือมะระหวาน) ให้สังเกตอาการโรคราน้ำค้างที่พบได้ทุกระยะการเจริญเติบโต มักพบอาการบนใบด้านล่างของต้นก่อนขยายลุกลามไปยังใบด้านบน

เริ่มแรกพบแผลเหลี่ยมเล็กฉ่ำน้ำตามกรอบของเส้นใบย่อย ต่อมาแผลเปลี่ยนเป็นสีเหลือง กรณีตอนเช้าความชื้นสูง จะพบเส้นใยเชื้อราเป็นขุยสีขาวเทาตรงแผลใต้ใบ จากนั้นแผลขยายใหญ่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือเทาดำ ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ใบเหลืองแห้งตายทั้งต้น ต้นที่เป็นโรคจะติดผลน้อย ผลเล็ก คุณภาพผลลดลง กรณีเป็นโรคระยะผลอ่อนทำให้ผลลีบเล็กบิดเบี้ยว
สำหรับพื้นที่ที่พบอาการของโรคราน้ำค้าง เกษตรกรควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก ตัดแต่งใบล่างของต้นออกให้อากาศถ่ายเท ลดการสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และทำลายแหล่งอาศัยของด้วงเต่าแตง อีกทั้ง ควรปลูกพืชชนิดอื่นหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชตระกูลแตง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เก็บเศษซากพืชส่วนที่เหลือไปเผาทำลาย และให้เลือกใช้ผลหรือกิ่งพันธุ์คุณภาพดีจากแหล่งปลอดโรค หลีกเลี่ยงปลูกพืชแน่นเกินไป เพราะจะทำให้ความชื้นสูง อากาศไม่ถ่ายเท โรคระบาดรวดเร็ว ส่วนแปลงที่เป็นโรค ควรงดให้น้ำช่วงเย็น กรณีพบด้วงเต่าแตงที่เป็นพาหนะเชื้อราสาเหตุโรค เกษตรกรควรกำจัดโดยจับตัวด้วงเต่าแตงมาทำลาย หรือพ่นด้วยสารฆ่าแมลงที่ป้องกันกำจัดด้วยสารอิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

หากพบโรคเริ่มระบาด ให้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชแมนโคเซบ+เมทาแลกซิล-เอ็ม 64%+4% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไซมอกซานิล+ฟามอกซาโดน 30%+22.5% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 10-15 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ + วาลิฟีนาเลท 60% + 6% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไดเมโทมอร์ฟ 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 10-20 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารแมนโคเซบ 80% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 5-7 วัน และหยุดพ่นก่อนเก็บผลผลิตอย่างน้อย 7 วัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
แนวหน้า