เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
สธ.สั่งแบนไขมันทรานส์ สศก.ชี้ไม่กระทบเกษตรกร
24 กรกฏาคม 2561
1,273
ผลวิจัยชี้กรดไขมันทรานส์ส่งผลให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด กระทรวงสาธารณสุขประกาศห้ามผลิต นำเข้ากรดไขมันทรานส์ในประเทศไทย โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2562 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ยันคำประกาศนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างแน่นอน
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ สศก. เผยถึงประกาศแบนไขมันทรานส์จนทำให้ผู้บริโภคหวั่นเกรง การบริโภคน้ำมันพืช น้ำมันปาล์ม จะมีผลทำให้ได้รับไขมันทรานส์ไปด้วยนั้นไม่ต้องตกใจ เพราะในธรรมชาติน้ำมันปาล์มไม่มีกรดไขมันทรานส์ แต่ที่มีการพูดกันว่ามีไขมันทรานส์นั้น เป็นน้ำมันพืชที่ขายกันอยู่ในต่างประเทศ ที่มีการเติมไขมันทรานส์เพื่อต้องการยืดอายุการเก็บให้นานกว่าปกติ และป้องกันการเหม็นหืน ส่วนน้ำมันปาล์มที่ผลิตใน บ้านเราไม่ต้องผสมกรดไขมันดังกล่าว เพราะไม่จำเป็นต้องเก็บนาน เนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ผลิตมาเท่าไรขายได้หมดภายในเวลาอันสั้น

ส่วนที่เกรงกันว่า ประกาศของกระทรวงสาธารณสุขในเรื่องนี้ จะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากน้ำมันปาล์มบางส่วนจะถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นเนยขาว ครีมเทียม ที่ต้องใช้ไขมันทรานส์เป็นส่วนผสม ดร.วิณะโรจน์ ยืนยันว่า เกษตรกรผู้ปลูก ปาล์มน้ำมันไม่น่าจะได้รับผลกระทบมาก เพราะปาล์มน้ำมันของเกษตรกรส่วนใหญ่ 60% จะถูกนำไปใช้แปรรูปเป็นน้ำมันพืช อีกเกือบ 40% ถูกนำไปผลิตเป็นไบโอดีเซล จะมีเพียง 3% ที่ถูกนำไปผสมไขมันทรานส์เพื่อแปรรูปในอุตสาหกรรม โดยแบ่งเป็นเนยขาว เนยเทียม 1-1.5% และครีมเทียมอีก 1.5% ฉะนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อเกษตรกรแน่
สำหรับกรดไขมันทรานส์ (Trans Fat) ได้จากการสังเคราะห์ระหว่างกระบวนการผลิตอาหาร โดยการเติมไฮโดรเจนเข้าไปในน้ำมันพืชเพื่อให้เก็บได้นาน กรดไขมันดังกล่าวมักจะถูกนำไปผสมอยู่ในครีมเทียม เนยเทียม หรือมาการีน เนยขาว กรดไขมันชนิดนี้และในธรรมชาติก็มีอยู่ในเนื้อสัตว์ประเภทเคี้ยวเอื้อง แต่มีปริมาณไม่มาก จากการวิจัย พบว่า การบริโภคกรดไขมันดังกล่าวเข้าไปปริมาณ มากๆเป็นเวลานานจะมีผลทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในสมอง ความดันโลหิตสูง โรคสมองเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม นิ่วในถุงน้ำดี รวมไปถึงเบาหวาน โดยเดนมาร์กเป็นประเทศแรกที่ประกาศลดการใช้กรดไขมันดังกล่าวตั้งแต่ปี 2546.
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"สธ.สั่งแบนไขมันทรานส์ สศก.ชี้ไม่กระทบเกษตรกร". (24-07-2561). ไทยรัฐ.:
สืบค้นเมื่อ 24-07-2561, เข้าถึงได้จาก : https://www.thairath.co.th