เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ตรา GI ช่วยไม่ได้..ชาวสวนสับปะรดโอดผลผลิตล้นตลาดขายได้แค่กิโลฯละ2บาท

23 พฤษภาคม 2561
1,994
นครพนม-เกษตรกรโอด สับปะรดหวานขึ้นชื่อ ซ้ำได้ตราสัญลักษณ์ GI ราคาตกต่ำรอบ 10 ปี เหลือแค่กิโลฯละ 2 บาท เหตุผลผลิตล้นตลาด รวมแล้วต้องตัดออกขายรวมกันวันละกว่า 50 ตัน เผยหากขายไม่ออกเน่าคาสวยขาดทุนกันบักโกรก วอนช่วยเหลือด่วน
ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้เกษตรกรชาวสวนสับปะรดกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากราคาตกต่ำ เนื่องจากพื้นที่ อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน ถือเป็นพื้นที่แหล่งผลิตปลูกสับปะรดหวานขึ้นชื่อ ที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดและยังเป็นผลผลิตทางการเกษตร สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI มีเอกลักษณ์เฉพาะ มีรสชาติหวานฉ่ำ กลิ่นหอม ไม่กัดลิ้น ตาตื้น สร้างรายได้ ให้กับเกษตรกรปีละหลาย 10 ล้านบาท ปัจจุบัน มีพื้นที่ปลูกมากกว่า 8,000 ไร่

แต่จากปัญหาผลผลิตล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ มีพ่อค้า แม่ค้า มารับซื้อหน้าสวน ให้ราคากิโลกรัมละ 2 -3 บาท ทั้งที่ต้นทุนเฉลี่ยตกกิโลกรัมละประมาณ 3 บาท จากปกติราคาจะอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 10 -15 บาท หรือเคยมีปัญหาแค่ประมาณกิโลกรัมละ 8 -10 บาท ถือว่าราคาตกต่ำสุดในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ต้องแบกภาระ และยอมขายขาดทุน

อีกทั้งปีนี้ผลกระทบจากภาคเศรษฐกิจ ทำให้ไม่มีโรงงานมารับซื้อ รวมถึงในพื้นที่ไม่มีโรงงานแปรรูป ทำให้เกษตรกรต้อง ปล่อยสวนสับปะรดทิ้ง ซึ่งพื้นที่ 2 อำเภอ มี อ.โพนสวรรค์ และ อ.ท่าอุเทน มีผลผลิตเก็บออกสู่ตลาด ประมาณวันละไม่ต่ำกว่า 50 ตัน เกษตรกรต้องยอมขายในราคาขาดทุน เพราะไม่สามารถเก็บผลผลิตไว้ได้นาน ที่ผ่านมาเคยเรียกร้องไปยังทางจังหวัด และหน่วยงานเกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือ
นางทิพย์ กวนคำอุ้ย อายุ 55 ปี เกษตรกร ชาว อ.ท่าอุเทน เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ถือเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตสับปะรดหวานขึ้นชื่อ ของอำเภอท่าอุเทน ปกติทุกปีจะสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอย่างดี รวมเงินหมุนเวียนสะพัดปีละหลายสิบล้านบาท เพราะเป็นผลผลิตการเกษตรคุณภาพ เป็นสับปะรดหวาน อร่อย กว่าที่อื่น ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ส่งขายทั่วประเทศ แต่ปีนี้ผลผลิตออกจำนวนมากพร้อมกัน

ประกอบกับโรงงานไม่มารับซื้อ เพราะมีปัญหาต้นทุนการผลิต ทำให้สับปะรดล้นตลาด ขายยาก ราคาตกต่ำ ต้องยอมขายขาดทุนหน้าสวน กิโลกรัมละ 2 -3 บาท จากปกติราคาหน้าสวนประมาณกิโลกรัมละ 8 -10 บาท ส่วนราคาตลาดทั่วไปประมาณกิโลกรัมละ 15 บาท

แต่เกษตรกรต้องเร่งขายออก เพราะเป็นช่วงเก็บผลผลิต และไม่สามารถเก็บไว้นานได้ ต้องเร่งนำส่งขาย เพราะจะทำให้ผลิตเสียหาย

ปัญหาสำคัญ คือไม่มีโรงงานแปรรูปในพื้นที่ ทำให้เกษตรกร ต้องขนไปวางขายสดริมถนน และตลาดทั่วไป ต้องแบกภาระค่าใช้จ่าย ค่าขนส่ง อยากวิงวอนหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงประชาชน มาช่วยซื้อผลผลิต หากไม่สามารถขายออกได้ ต้องขาดทุนกันอย่างหนัก ยิ่งในช่วงเดือนมิถุนายน ยิ่งจะมีผลผลิตมากเท่าตัว จะทำให้เกษตรกรเดือดร้อนหนัก แต่หากจะขนส่งไปขายต่างจังหวัด จะต้องแบกภาระค่าขนส่งเพิ่มอีก
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ตรา GI ช่วยไม่ได้..ชาวสวนสับปะรดโอดผลผลิตล้นตลาดขายได้แค่กิโลฯละ2บาท". (22-05-2561).
ผู้จัดการออนไลน์.: สืบค้นเมื่อ 23-05-2561, เข้าถึงได้จาก : https://mgronline.com