เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เล็งตั้งตลาดกลางยางพาราภาคเหนือ รองรับพื้นที่ปลูกยางใหม่ 7 แสนไร่ กยท.ย้ำช่วยเกษตรกรได้ราคาเป็นธรรม
09 มีนาคม 2560
1,652
นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กยท. มีสำนักงานตลาดกลางยางพารา 6 แห่ง ดำเนินการตามยุทธศาสตร์พัฒนายางพารา พ.ศ. 2552 -2556 กลยุทธ์พัฒนาระบบตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันให้บริการตลาดซื้อขายยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันในระบบตลาดปัจจุบัน (Spot Market) และตลาดข้อตกลงส่งมอบจริง (Forward Market) ถือเป็นตลาดที่รวมผู้ขายเป็นจำนวนมากทำการซื้อขายยางหลายชนิดก็ได้ มีกฎระเบียบชัดเจนสำหรับผู้ซื้อ และผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ส่วนตลาดกลางยางพาราระดับภูมิภาค (RRM) เป็นตลาดที่ลักษณะใกล้เคียงกับตลาดปลายทาง (Terminal)ซึ่งสินค้าในตลาด RRM ต้องเป็นสินค้ายางสำเร็จ มีการอัดเป็นก้อน หรือทำเป็นยางรมควันอัดก้อน พร้อมที่จะส่งสินค้าไปสู่ท่าเรือเมื่อมีการสั่งซื้อและทำสัญญาร่วมกัน ปัจจุบัน กยท. ได้ดำเนินการเชื่อมโยงตลาดท้องถิ่น และตลาดกลางยางพาราซึ่งเป็นตลาดค้าขายระหว่างเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และกลุ่มผู้ผลิต บริษัทผู้ส่งออกหรือแปรรูปเพื่อส่งออก ซึ่งจะสามารถทำการค้ากับบริษัทผู้ซื้อยางรายใหญ่ในต่างประเทศโดยตรง เช่น บริษัทล้อยางรายใหญ่ของโลก จึงเป็นการเชื่อมโยงให้เห็นว่าผลผลิตยางที่ออกมาจะต้องมีทางออกสู่ตลาดที่ชัดเจน
ดังนั้น แนวทางพัฒนาตลาดยางกลางยางพารา โดยการเชื่อมโยงตลาดกลางยางพาราเข้ากับตลาด RRM ซึ่งเป็นแนวทางที่ประเทศไทยทำร่วมกันกับอีก 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อปรับปรุงแนวทางในการปฏิบัติ โดยตลาด RRM เป็นตลาดรูปแบบ spot trading เป็นตลาดซื้อขายจริงและส่งมอบจริง ตลาดแรกของโลก สินค้าที่จะเพิ่มเติมลงในระบบซื้อขายตลาด RRM นอกเหนือจากยางแท่ง และยางแผ่น คือ น้ำยาง เพราะน้ำยางจะสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้จริง และสะท้อนตัวราคาได้ในอนาคต ซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกรอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ตลาดกลางยางพาราจะต้องดำเนินการรับซื้อยางแผ่นรมควันอัดก้อนหรือยางลูกขุนด้วย นอกเหนือไปจากการรับซื้อยางแผ่นดิบและยางแผ่นรมควันอย่างในปัจจุบัน หรืออาจเป็นการส่งยางในตลาดกลางไปยังโรงรมใกล้เคียงเพื่ออัดก้อนเป็นยางลูกขุนก็จะสามารถเข้าไปเป็นสินค้าในตลาดปลายทาง (Terminal) อย่างตลาด RRM ได้ นอกเหนือไปจากนี้ กยท. ยังมีบทบาทในการส่งเสริมสนับสนุนให้กลุ่มสหกรณ์หรือสถาบันเกษตรกรที่มีโรงงานรมควันและอัดก้อนเป็นยางลูกขุนผ่านมาตรฐาน GMP เพื่อให้สามารถนำยางเข้าไปขายในระบบตลาด RRM ได้

"สำหรับตลาดกลางยางพาราเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยาง โดยตลาดกลางยางพาราถือว่า เป็นตลาดที่มีระบบการซื้อขายซึ่งมีมาตรฐานและเปิดให้มีการแข่งขันได้อย่างเสรี การที่มีตลาดกลางยางพาราตั้งอยู่ในพื้นที่ปลูกยาง และมีเกษตรกรประกอบอาชีพทำสวนยางจำนวนมาก ถือเป็นการช่วยยกระดับราคายางในตลาดท้องถิ่นให้สูงขึ้น เนื่องจากมีตลาดท้องถิ่นหลายแห่งที่ใช้ราคาของตลาดกลางยางพาราเป็นราคาอ้างอิงทำให้ไม่ถูกกดราคาจากบริษัทรับซื้อยางรายย่อยๆ ในท้องถิ่น"

ผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. มีแนวโน้มในการขยายการจัดตั้งตลาดกลางยางพาราภาคเหนือ ซึ่งภาคเหนือเป็นพื้นที่ปลูกยางใหม่ของไทย ประมาณ 789,762 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 113,012 ตันต่อปี และมีกลุ่มหรือสถาบันเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ทั้งสิ้น 55 แห่ง ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ภาคเหนือเผชิญกับสภาพปัญหาด้านราคา ซึ่งเกษตรกรจะขายยางได้ราคาต่ำกว่าภาคอื่นๆ ในขณะเดียวกัน หากสถานการณ์ราคายางตกต่ำ ก็ประสบกับขาดจุดรับซื้อผลผลิต ไม่สามารถขายผลผลิตได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ กยท. เห็นว่าการจัดตั้งตลาดกลางยางพาราภาคเหนือ เป็นการพัฒนาห่วงโซ่ยางพาราของพื้นที่ให้เป็นระบบ และเป็นธรรมทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"เล็งตั้งตลาดกลางยางพาราภาคเหนือ รองรับพื้นที่ปลูกยางใหม่ 7 แสนไร่ กยท.ย้ำช่วยเกษตรกรได้ราคาเป็นธรรม". (09-03-2560). แนวหน้า.: สืบค้นเมื่อ 03-03-2560, เข้าถึงได้จาก : http://www.naewna.com/local/259499
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
28-36°C
เชียงใหม่
22-40°C
นครราชสีมา
26-40°C
ชลบุรี
27-32°C
นครศรีธรรมราช
23-34°C
ภูเก็ต
27-31°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×