เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ทูตพาณิชย์ญี่ปุ่นชูส่งออกผลไม้ ผุดสวนกล้วย-มะม่วงมาตรฐาน

02 มีนาคม 2560
2,294
ทูตพาณิชย์ญี่ปุ่น มั่นใจโอกาสส่งออกผลไม้ไทยสดใส พร้อมชู "มะม่วง-กล้วยหอม" ผุดโครงการนำร่องผู้นำเข้าญี่ปุ่นจับมือเกษตรกร จ.ตาก-สุโขทัยพัฒนามาตรฐานส่งออกใช้สิทธิโควตาภาษี JTEPA เพิ่มจากเดิมแค่ 2%
นางจิตต์วิภา ศักดิ์พิทักษ์สกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) นครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น กล่าวถึงการส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดญี่ปุ่นในปี 2560 ตั้งเป้าขยายตัว 4% จากการส่งออกปี 2559 ขยายตัว 2.5% มีมูลค่า 20,563 ล้านเหรียญ โดย สคร.มองว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นในปีนี้จะขยายตัวดีขึ้น การท่องเที่ยวขยายตัวโดยมีผลต่อการนำเข้าสินค้าและก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจและการจับจ่ายของผู้บริโภคดีขึ้นนอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีนโยบายด้านการลงทุนในต่างประเทศด้วย ซึ่งก็เป็นโอกาสของไทยกับนโยบายนี้

ทั้งนี้ แผนการผลักดันการส่งออกญี่ปุ่นในปี 2560 ทาง สคร.มุ่งจะขยายตลาดผลไม้ไทยให้มากขึ้นโดยเฉพาะ "กล้วยหอม" กับ "มะม่วง" เนื่องจากญี่ปุ่นมีความต้องการนำเข้าเป็นจำนวนมาก ขณะที่การส่งออกสินค้ากล้วยหอมและมะม่วงไทยยังเข้าไปในตลาดน้อยมาก ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยได้ทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) กำหนดโควตานำเข้ากล้วยปีละ 8,000 ตัน ภาษี 0% แต่ที่ผ่านมาไทยยังใช้สิทธิไม่เกิน 2% ของปริมาณโควตาต่อปี ในขณะที่ญี่ปุ่นนำเข้ากล้วยหอมกว่า 99% ต่อปี หรือกว่า 990,000 ตัน โดยแหล่งนำเข้าหลักมาจากฟิลิปปินส์-เอกวาดอร์ เป็นต้น ส่วนมะม่วงมีการนำเข้าจากเม็กซิโก-ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน

ดังนั้น แนวทางการผลักดันสินค้ากล้วยหอมและมะม่วงของไทยเข้าตลาดญี่ปุ่น ทางสำนักงานได้จัดทำเป็นโครงการนำร่องในระหว่างผู้นำเข้าและเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยหอมในพื้นที่จังหวัดตากกับกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงในจังหวัดสุโขทัยโดย สคร.ได้เชิญผู้นำเข้าญี่ปุ่นเข้ามาตรวจสอบมาตรฐาน เพื่อให้การรับรองและสร้างความมั่นใจว่าสินค้าสามารถส่งออกเข้าไปในตลาดได้อย่างแน่นอน "หากสามารถทำมาตรฐานส่งออกสินค้ากล้วยหอมและมะม่วงได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ทำแพ็กเกจให้สินค้าดูดีก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าได้ถึง 20-30 บาท/กก. จากที่ส่งออกอยู่ที่ 6-7 บาท หากประเทศไทยสามารถทำมาตรฐานการส่งออกสินค้าทั้ง 2 ตัวนี้ได้ เชื่อว่าจะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกได้รายได้ที่ดีขึ้น" นางจิตต์วิภากล่าว

ทั้งนี้ การตรวจสอบมาตรฐานจะเป็นไปตามมาตรฐานของญี่ปุ่น ทั้งเรื่องของการใช้ปุ๋ย การเพาะปลูก และการให้คำแนะนำการทำตลาด การทำแพ็กเกจ การจัดการต่าง ๆ รวมไปถึงการขนส่งด้วย ในอนาคตสำนักงานเองก็ต้องการส่งเสริมในเรื่องของการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมเข้ามาสนับสนุน เพราะจะทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ โดยคาดว่าจะสามารถนำออกมาจำหน่ายได้ประมาณกลางปีเป็นต้นไป และหากโครงการนี้สำเร็จทาง สคร.จะขยายความร่วมมือไปยังสินค้าผลไม้ชนิดอื่น ๆ และเมื่อสามารถส่งออกไปในญี่ปุ่นได้ เชื่อมั่นว่าสินค้านี้จะสามารถขยายการส่งออกไปยังตลาดอื่นได้เช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ สคร.ยังมีโครงการผลักดันการส่งออกอื่น ๆ เช่น การส่งเสริมการใช้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ดิจิทัลอีโคโนมี (Digital Economy) ทำการตลาดกลุ่มธุรกิจบริการ เช่น ดิจิทัลคอนเทนต์-การ์ตูนแอนิเมชั่น-เกม การผลักดันความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย และขยายตลาดการใช้โอกาสจากการปิดโรงผลิตรถยนต์ในออสเตรเลียในการผลักดันสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องเพื่อรักษาฐานตลาดในกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพ เป็นต้น

สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังตลาดญี่ปุ่น ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์, เม็ดพลาสติก, ยางพารา, ไก่แปรรูป, เครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์, เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขณะที่สินค้าที่ไทยนำเข้า ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, เหล็กและเหล็กกล้า

รายงานข่าวระบุว่า การส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น เดือนมกราคม 2560 มีมูลค่า 1,597 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6.4% จากเดือนมกราคมปี 2559 ซึ่งมีมูลค่า 4,858 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 45% ไก่แปรรูป เพิ่มขึ้น 18.2% อัญมณีและเครื่องประดับ เพิ่มขึ้น 113.1% เม็ดพลาสติก เพิ่มขึ้น 8.9% แผงวงจรไฟฟ้า เพิ่มขึ้น 12.8% ส่วนแผงวงจรไฟฟ้า ลดลง 17.1%
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ทูตพาณิชย์ญี่ปุ่นชูส่งออกผลไม้ ผุดสวนกล้วย-มะม่วงมาตรฐาน". (02-03-2560). ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 02-03-2560, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1488363102