เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

สยบข่าว2บริษัทยางล้อแบนยางพาราไทย บิ๊กตู่ สั่ง ก.เกษตรฯ-กยท.จัดเกรดยางพารา-รณรงค์ลดใช้กรดซัลฟิวริก

05 กันยายน 2559
1,211
สยบข่าว 2 บริษัทยางล้อแบนยางพาราไทย! บิ๊กตู่ สั่ง ก.เกษตรฯ - กยท.ล้อมคอกหามาตรการจัดเกรดยางพารา-ทำแผนรณรงค์ลดใช้กรดซัลฟิวริก ด้านผู้ว่าฯ กยท.เผย นักลงทุนอินเดียเล็งเยี่ยมชมอุตฯ ยางพารา จ.สงขลา 10 ก.ย.นี้ ตั้งเป้าส่งออกเพิ่มเท่าตัวในอีก 2 ปี
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยมีผู้บริหารจากบริษัทศรีตรังฯ และตัวแทนสมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรยางพาราไทยร่วมประชุม ภายหลังมีข่าว 2 บริษัทผู้ผลิตยางล้อรถยนต์ชั้นนำห้ามใช้ยางพาราจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) เนื่องจากมีการใช้กรดซัลฟิวริกผสมลงในยางพาราก้นถ้วย

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ กยท. กล่าวว่า ยืนยันว่ายางพาราของภาคอีสานไม่ได้ถูกสั่งห้าม แต่เกิดจากการรณรงค์และความกังวลในการใช้กรดซัลฟิวริกผสมลงในยางก้อนถ้วยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าที่ผ่านมามีปัญหาที่ทำให้ชาวสวนยางไม่นิยมใช้กรดฟอร์มิก เนื่องจากราคาค่อนข้างสูง และหีบห่อบรรจุขนาดใหญ่ ดังนั้นในที่ประชุม กนย.โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดทำยุทธศาสตร์แก้ปัญหา โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และ กยท.จัดทำแผนรณรงค์ลดการใช้กรดซัลฟิวริก

โดยหลังจากนี้จะมีการรณรงค์มากขึ้น เพื่อให้เห็นว่าการใช้กรด 2 ชนิดนี้มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน และส่งผลต่อราคายางพาราอย่างไร เนื่องจากการใช้กรดฟอร์มิกให้คุณภาพของยางพาราระดับดี และเหมาะนำไปใช้ในอุตสาหกรรมยางล้อ ซึ่งในอนาคตจะผลักดันอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศให้เป็นระดับพรีเมี่ยม (ราคาสูง)

ปัจจุบันมีปริมาณการใช้กรดซัลฟิวริกผสมในยางก้อนถ้วยสัดส่วน 60% ต่อการใช้กรดฟอร์มิก 40% เชื่อว่าหลังจากชาวสวนยางได้ทราบข้อมูลเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่างการใช้กรด 2 ชนิดแล้ว จะทำให้สัดส่วนการใช้กรดฟอร์มิกเพิ่มมากขึ้น หรือเท่ากับ 50 ต่อ 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้จะมีการหารือกับผู้ประกอบการเพื่อลดขนาดบรรจุกรดฟอร์มิกเพื่อจำหน่ายให้มีขนาดเล็กลงและราคาถูกลงเพื่อสะดวกในการเข้าถึงของชาวสวนยาง

"ในอนาคตจะมีมาตรการในการแบ่งยางพาราให้ชัดเจน โดยยางพาราที่ผสมกรดฟอร์มิกจะแยกจำหน่ายในตลาดที่ให้ราคาสูง (พรีเมี่ยม) สำหรับยางพาราที่ผสมกรดซัลฟิวริกจะแยกจำหน่ายในตลาดทั่วไป หรืออาจตั้งราคายางพาราที่ใช้กรดฟอร์มิกกับยางพาราที่ใช้กรดซัลฟิวริกให้ชัดเจน โดยจะรณรงค์ให้ชาวสวนยางลดการใช้กรดซัลฟิวริกอย่างค่อยเป็นค่อยไป" นายธีธัชกล่าว

ทั้งนี้ จากสถิติพบว่าตลาดยางพาราเกรดพรีเมี่ยมมีแนวโน้มขยายขึ้น เช่น บริษัทผู้ผลิตล้อยางชั้นนำรับซื้อยางก้อนถ้วยเกรดพรีเมี่ยมจากท้องตลาดสัดส่วน 17% จึงต้องการยกระดับคุณภาพยางพาราเพื่อเพิ่มปริมาณการรับซื้อเพิ่มขึ้น

ด้านนายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการบริหาร บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสตรี กล่าวว่า ข่าวที่ออกมามีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงค่อนข้างสูง สิ่งที่บริษัทฯ ต้องการสื่อสารออกไปไม่เคยใช้คำว่าแบนและไม่เคยเปิดเผยชื่อลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทฯ แต่บริษัทฯ ต้องการรณรงค์เพื่อลดการใช้กรดซัลฟิวริก เนื่องจากความกังวลจากลูกค้าส่งผลกระทบมาถึงบริษัทฯ ดังนั้นบริษัทฯ จึงมีความพยายามรณรงค์ในการลดใช้กรดซัลฟิวริกเพื่อลดความกังวลของลูกค้า

ขณะที่นายสาย อิ่นคำ ตัวแทนสมาคมเครือข่ายสถาบันเกษตรยางพาราไทย กล่าวว่า หลังจากมีข่าวดังกล่าวออกไปกลุ่มชาวสวนยางได้รับผลกระทบพอสมควร อย่างไรก็ตาม ภายหลังบริษัทศรีตรัง ฯ ได้ออกมาชี้แจงว่า เกิดจากการสื่อสารที่มีความคลาดเคลื่อนและมีการออกมาแก้ข่าวแล้ว จึงไม่ติดใจ

นายธีธัชกว่าเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 10 ก.ย.จะมีนักลงทุนชาวอินเดีย 12-15 บริษัท เดินทางมาเยี่ยมชมอุตสาหกรรมยางพาราในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบันไทยมียางพาราส่งออกไปอินเดีย 1 แสนตัน แต่ความต้องการอินเดียมากถึง 1 ล้านตัน แต่กำลังการผลิตของอินเดียมีเพียง 5 แสนตัน ดังนั้นยังเหลืออีก 5 แสนตันที่อินเดียต้องการ จึงเป็นโอกาสของไทย ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าอีก 2-3 ปีจะส่งออกไปอินเดียเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากเดิม 1 แสนตันเป็น 2 แสนตัน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"สยบข่าว2บริษัทยางล้อแบนยางพาราไทย บิ๊กตู่ สั่ง ก.เกษตรฯ-กยท.จัดเกรดยางพารา-รณรงค์ลดใช้กรดซัลฟิวริก". (02-09-2559).
ประชาชาติธุรกิจ.: สืบค้นเมื่อ 05-09-2559. เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1472813855