เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
 
จีดีพีไตรมาส2 ปศุสัตว์ป่าไม้พุ่ง ชาวสวนใต้เฮราคาผลไม้สดใส
16 สิงหาคม 2559
643
สศก.เผยจีดีพีภาคเกษตรไตรมาส 2 ปศุสัตว์-ป่าไม้พุ่งสูง เผยภาคใต้ผลผลิตมังคุดโตถึง 200% สวนทางพืชหลัก
นายสุรพงษ์ เจียสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ประมาณการภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 2 ผลผลิตสาขาปศุสัตว์และสาขาป่าไม้ขยายตัวมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ด้านปศุสัตว์ ขยายตัว 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 (เมษายน-มิถุนายน) โดยเฉพาะไก่เนื้อ สุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบ มีผลผลิตเพิ่มขึ้น 4.8% 6.6% 8.4% และ 2.1% ตามลำดับ ตามความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ แม้ว่าบางพื้นที่จะประสบกับสภาวะภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง

แต่ภาพรวมการเลี้ยงของเกษตรกรส่วนใหญ่เป็นฟาร์มมาตรฐานที่มีการควบคุมและดูแลอย่างเป็นระบบหรือระบบปิดช่วยในการควบคุมได้ค่อนข้างมากและมีการจัดการอยู่ในเกณฑ์ดี จึงเป็นปัจจัยหลักต่อปริมาณผลผลิตให้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสวนทางกับพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ อาทิ ข้าว ยาง ปาล์ม ที่ยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนและยังมีปัญหาภัยแล้งต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับสาขาป่าไม้ ผลผลิตเพิ่มขึ้น 2.1% เนื่องจากไม้ยางพาราและไม้ยูคาลิปตัสเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไม้ยางพาราที่มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายเป้าหมายพื้นที่ตัดโค่นสวนยางพาราเก่า นโยบายของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก

โดยนายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเสริมว่า พื้นที่ภาคใต้บางส่วนได้มีการผลักดันให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกโดยเกษตรกรบางรายโค่นยางไปปลูกพืชอื่น เช่น บางพื้นที่พบว่าเกษตรกรหันไปปลูกทุเรียนจำนวนมากเนื่องจากราคาดี ประกอบกับไม้ยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดจีนอย่างมาก ซึ่งเกาหลี จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น มีความต้องการไม้ยูคาลิปตัสสูงมากเช่นกัน

ทั้งนี้ ปริมาณผลไม้ที่สูงอีกหนึ่งชนิดและเป็นที่ต้องการของตลาดมาก คือ มังคุด ผลผลิตไตรมาส 2 พบว่าเพิ่มสูงขึ้นถึง 200% โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ดี ตัวเลขเศรษฐกิจเกษตรไตรมาสที่ 2 ของปีนี้มีเครื่องบ่งชี้หลายตัวสะท้อนว่าดีกว่าไตรมาสเเรก ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายภาครัฐ การบริโภคเอกชนขยายตัว 4.3% เทียบกับ 2.2% เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรกลับมาเป็นบวก 3.7% จากที่ติดลบ 11% เนื่องจากปริมาณน้อยลงแต่คุณภาพดีส่งผลต่อราคา

ทางด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการผลไม้ เผยถึงสถานการณ์ผลไม้ภาคใต้ ปี 2559 ว่า ปีนี้ไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้มี 4 ชนิดได้รับความนิยมสูงจากตลาดต่างประเทศ อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ภาพรวมปีนี้ผลผลิตลดลงทุกชนิด จากการประมาณการเบื้องต้น คาดว่าจะมีผลผลิตรวมประมาณ 450,619 ตัน โดยขณะนี้มีผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาด และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2558 พบว่า ผลผลิตลดลงร้อยละ 5.86 (ปี 2558 ผลผลิต 478,643 ตัน) เนื่องจากปัจจัยหลักสภาพอากาศที่แปรปรวน และประสบปัญหาภัยแล้ง

ขณะนี้ผลไม้ทั้ง 4 ชนิด เก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวน 63,220.95 ตัน คิดเป็นร้อยละ 18.58 โดยทุเรียน ประมาณการผลผลิต 184,788 ตัน ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวน 54,574.66 ตัน คิดเป็นร้อยละ 29.53 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคาทุเรียนหมอนทองเกรดส่งออก อยู่ระหว่าง 60-80 บาท/กก. และหมอนทองเกรดคละ อยู่ระหว่าง 40-70 บาท/กก. มังคุด ประมาณการผลผลิต 70,446 ตัน ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวน 6,498.68 ตัน คิดเป็นร้อยละ 9.23 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคามังคุดผิวมันเกรดส่งออก อยู่ระหว่าง 60-129 บาท/กก. และมังคุดเกรดคละ อยู่ระหว่าง 22-60 บาท/กก. เงาะ ประมาณการผลผลิต 51,634 ตัน ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวน 1,889.70 ตัน คิดเป็นร้อยละ 3.66 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี

โดยราคาเงาะคละ อยู่ระหว่าง 20-60 บาท/กก. ลองกอง ประมาณการผลผลิต 33,394 ตัน ขณะนี้เก็บเกี่ยวไปแล้วจำนวน 257.91 ตัน คิดเป็นร้อยละ 0.77 ราคาอยู่ในเกณฑ์ดี โดยราคาลองกองช่อเกรด 1 อยู่ที่ 45 บาท/กก. ลองกองเกรด 3 อยู่ที่ 35 บาท/กก.

อย่างไรก็ตามยังคงต้องบริหารจัดการอุปสงค์-อุปทาน เน้นพัฒนาคุณภาพผลผลิตเป็นหลัก เช่น ทุเรียนอ่อนอาจเป็นตัวทำลายคุณภาพและราคา ต้องป้องปรามผลผลิตด้อยคุณภาพออกสู่ตลาดให้มากที่สุด

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"จีดีพีไตรมาส2 ปศุสัตว์ป่าไม้พุ่ง ชาวสวนใต้เฮราคาผลไม้สดใส". (14-08-2559). ประชาชาติธุรกิจ.:
สืบค้นเมื่อ 16-08-2559, เข้าถึงได้จาก : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1471182125
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 มกราคม พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
25-33°C
เชียงใหม่
18-31°C
นครราชสีมา
20-34°C
ชลบุรี
24-31°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-30°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×