ข้อมูลเกษตร
การเลี้ยงกบในนาข้าว
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2555 เจ้าหน้าที่ Farmer info สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่พบผู้ใหญ่ สมพงษ์ อ้นชาวนา อยู่ที่บ้านบางกระน้อย ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกที่บ้านบางกระน้อยเกษตรกรส่วนใหญ่ ทำการเกษตรแบบพอเพียง ทำนา เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ เอาไว้กินเอง นอกจากนี้ยังทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเอาไว้ใช้เองในกลุ่ม ในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผู้ใหญ่สมพงษ์ อ้นชาวนา ได้ถ่ายทอดวิธีการเลี้ยงกบในนาข้าว ผ่านทางเจ้าหน้าที่ farmer info จ.พิษณุโลก เพื่อเผยแพร่ไปยังเกษตรกรที่สนใจด้วย
2012-10-11
7,550
ระบบให้อากาศโดยใช้ ซุปเปอร์ชาร์จ
การให้อากาศในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ใช้เครื่องให้อากาศ แบบเครื่องยนต์ดัดแปลงเป็นแขนยาว โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย แต่ฟาร์มขนาดกลางและขนาดใหญ่อาจจะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตามการเลี้ยงกุ้งในระบบปิดมีการเติมน้ำและถ่ายน้ำน้อย ในช่วงเดือนสุดท้ายมักจะพบปัญหาออกซิเจนต่ำถึงจุดที่ผลต่อการเจริญเติบโตหรือทำให้กุ้งมีสุขภาพอ่อนแอเริ่มป่วย การกินอาหารลดลง และจับกุ้งได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
2012-10-11
3,768
เทคนิคการให้อาหารกุ้งกุลาดำ
การให้อาหารกุ้งกุลาดำในการเลี้ยงแบบพัฒนาจะแตกต่างกันไปในแต่ละฟาร์ม จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและการเก็บข้อมูลจากฟาร์มต่าง ๆ วิธีการให้อาหารและปริมาณอาหารสำหรับกุ้งแต่ละขนาด รวมทั้งปริมาณอาหารที่ใส่ในยอได้มีการปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนอยู่ในระดับที่น่าพอใจทั้งในด้านการผลิต อัตรารอด การเจริญเติบโต และค่าอัตราแลกเนื้อ สำหรับการให้อาหารกุ้งกุลาดำในปัจจุบันมีดังนี้
2012-10-11
17,251
การประเมินผลผลิตของกุ้งในบ่อ
ผู้เลี้ยงกุ้งควรจะประเมินผลผลิตของกุ้งในบ่อได้ตลอดเวลาเพื่อที่จะทราบว่า ถ้าจับกุ้งในขณะนั้นจะคุ้มทุนหรือไม่ หรือปริมาณกุ้งที่มีอยู่ควรจะเลี้ยงต่อไปหรือควรจะจับขาย แล้วเตรียมบ่อเพื่อการเลี้ยงรอบใหม่ การคำนวณผลผลิตของกุ้งในบ่อคิดจากปริมาณอาหารที่กุ้งกินในขณะนั้นหรือในภาวะปกติ เช่นตามปกติกินวันละประมาณ 100 กิโลกรัม แต่ก่อนจับเพียง 1วันกินอาหารลดลงเหลือ 80 กิโลกรัม ต้องคิดจากการกินอาหาร 100 กิโลกรัม นอกจากตอนที่กินลดเหลือ 80 กิโลกรัมมีกุ้งตายพื้นบ่อเป็นจำนวนมาก อาจจะต้องประเมินจากอาหารมากกว่า 80 กิโลกรัมแต่น้อยกว่า 100 กิโลกรัม
2012-10-11
5,459
พฤติกรรมและลักษณะของกุ้งที่พบได้ในบ่อ
ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนา ซึ่งมีการเลี้ยงอย่างหนาแน่น โดยปล่อยกุ้งเป็นจำนวนมาก ในบริเวณที่จำกัดพฤติกรรมต่าง ๆ ของกุ้งในขณะที่เลี้ยงและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีอีกมากมาย ซึ่งผู้เลี้ยงอาจจะไม่เข้าใจ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงที่ยังไม่มีประสบการณ์มาก หรือขาดการสังเกต การเลี้ยงกุ้งกุลาดำในแต่ละฤดูกาลจะมีสิ่งผิดปกติหรือสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอแม้ว่าจะเป็นการเลี้ยงในบ่อเดิมก็ตามทั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งจากในบ่อและในแม่น้ำลำคลองในบริเวณนั้น มีผลทำให้การเลี้ยงต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาให้เหมาะสมตามสภาวะที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย
2012-10-11
6,830
การวินิจฉัยโรคกุ้งกุลาดำ
ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนาที่มีการปล่อยกุ้งอย่างหนาแน่น แม้ว่าจะมีการจัดการอย่างดีในเกือบทุกขั้นตอนระหว่างการเลี้ยงก็ตาม ปัญหากุ้งป่วยเป็นโรคก็ยังพบเห็นอยู่เสมอ ๆ เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนเป็นบางช่วงซึ่งนอกเหนือการควบคุมและการจัดการเกษตรกรที่มีความรู้และประสบการณ์มากปล่อยกุ้งไม่หนาแน่นเลี้ยงเฉพาะในช่วงที่ไม่เสี่ยงคือฤดูกาลที่โรคไม่รุนแรง อาจไม่เจอปัญหากุ้งป่วยมากนักการจัดการที่ดีทั้งในเรื่องอาหาร น้ำและพื้นบ่อจะลดโอกาสการเกิดโรคได้มาก แต่การเลี้ยงกุ้งหรือสัตว์อะไรก็ตามย่อมต้องมีโอกาสเจ็บป่วย และเป็นโรคได้เสมอ ดังนั้นการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุของโรคได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วจะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าวิเคราะห์สาเหตุของการเกิดโรคผิด การสูญเสียย่อมจะเกิดขึ้นมาก
2012-10-11
2,548
โรคติดเชื้อแบคทีเรีย
กุ้งป่วยที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียมักจะพบตลอดระยะเวลาของการเลี้ยง ตั้งแต่โรคตายเดือน ซึ่งอาจจะไม่มีอาการผิดปกติภายนอกเด่นชัด จนถึงกุ้งตัวสีแดง หรือกุ้งป่วยที่มีสีเข้มกว่าปกติ นอกจากนั้นการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบบ่อยๆ ในช่วงของการเลี้ยงเดือนท้าย ๆ กุ้งที่ป่วยด้วยการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะในกลุ่มวิบริโอ (Vibrio) ซึ่งมีด้วยกันหลายชนิด (species) อาการของกุ้งที่ป่วยที่ขึ้นมาอยู่ตามขอบบ่อ หรือลอยตามผิวน้ำมีตั้งแต่กุ้งตัวสกปรกมีตะกอนตามผิวตัว กุ้งตัวสีส้ม จับดูตัวหลวมตามลำตัวสกปรก หางมักจะกร่อน บางลักษณะจะพบว่าตามลำตัวจะมีจุดสีดำขนาดเล็ก บริเวณแผ่นปิดเหงือกจะบวม หรือตามเปลือกจะมีจุดขาว ๆ ทั่วไป ลักษณะของกุ้งป่วยที่กล่าวไปแล้วนั้นเมื่อนำมาเขี่ยเชื้อจากตับและตับอ่อน หรือจากน้ำเลือด จะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นจำนวนมาก ตับและตับอ่อนมักจะมีขนาดเล็กลงกว่าปกติ
2012-10-11
3,656
การลดความชื้น
ข้าวที่เก็บเกี่ยวในระยะที่เหมาะสม เมล็ดมีความชื้นประมาณ 20-25% เมื่อนำข้าวเปลือกมากองรวมกัน เนื่องจากเมล็ดมีการหายใจ จะทำให้กองข้าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ต่างๆ มีผลทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพ เช่น เกิดข้าวเน่า ข้าวบูด ข้าวเหลือง ข้าวมีคุณภาพการสีต่ำ เมล็ดพันธุ์เสื่อมความงอกเร็ว จึงต้องทำการลดความชื้นของเมล็ดข้าวให้เหลือประมาณ 14% สำหรับการเก็บข้าวไว้นาน 2-3 เดือน แต่ถ้าเก็บนานเกินกว่า 3 เดือน ควรลดความชื้นเมล็ดให้เหลือต่ำกว่า 12% การลดความชื้น ทำได้หลายวิธี ได้แก่ การใช้แสงอาทิตย์ และการใช้เครื่องอบ
2012-10-10
3,900
การเก็บรักษา
เป้าหมายหลักของการเก็บรักษาข้าว คือให้มีการสูญเสียของข้าวในขณะเก็บรักษาน้อยที่สุดทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ในด้านปริมาณ มีการสญเสียน้ำหนัก เนื่องจาก นก หนู แมลงในโรงเก็บ และการหายใจของเมล็ด ส่วนด้านคุณภาพ เช่น เกิดข้าวเมล็ดเหลือง เกิดกลิ่นเหม็นอับ และมีสิ่งสกปรกเจือปนมาก การเก็บรักษาข้าวโดยทั่วไป ควรเก็บรักษาไว้ในสภาพหรือโรงเก็บที่มีความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิของอากาศต่ำ (ในที่แห้งและเย็น)
2012-10-10
4,356
แมลงศัตรูในโรงเก็บและการป้องกันกำจัด
แมลงในโรงเก็บเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากแมลงสามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้ง่าย ทำให้มีประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะเข้าทำลาย ก่อความเสียหายให้กับผลผลิตในโรงเก็บ ความเสียหายของผลิตผลที่เกิดจากแมลงประมาณ 5-10% ประเภทของแมลงศัตรูในโรงเก็บแบ่งตามลักษณะการทำลาย 1. กัดกิน หรือแทะเล็มภายนอก (External feeder) ทำความเสียหายเฉพาะภายนอก โดยทำให้เกิดขุย ผิวของเมล็ดถูกทำลาย ถักใยเกาะติดกันเป็นก้อน ได้แก่ ผีเสื้อข้าวสาร มอดแป้ง มอดสยาม มอดฟันเลื่อย มอดหนวดยาว ไรและเหาหนังสือ 2. กัดกินภายในเมล็ด (Internal feeder) แมลงจะอาศัยและทำลายอยู่ภายในเมล็ด เพศเมียมักวางไข่อยู่ที่ผิวนอกเมล็ด เมื่อไข่ฟักเป็นหนอน จะเจาะเข้าสู่ภายใน กัดกินและเจริญเติบโตจนครบวงจรชีวิต ตัวเต็มวัยจะเจาะเมล็ดออกมาทำให้เป็นรู และภายในเป็นโพรง แมลงประเภทนี้ได้แก่ ด้วงงวงข้าว ผี้เสื้อข้าวเปลือก มอดข้าวเปลือก ประเภทของแมลงศัตรูในโรงเก็บ แบ่งตามระยะเวลาการเข้าทำลาย 1. ระยะก่อนการเก็บเกี่ยว (Pre-harvest) แมลงบางชนิดสามารถบินออกจากโรงเก็บเมล็ดไปวางไข่ที่เมล็ดในแปลง เช่น ผีเสื้อข้าวเปลือก สามารถวางไข่ก่อนการเก็บเกี่ยวประมาณ 1-2 สัปดาห์ 2. ขณะเก็บเกี่ยว (During harvest) เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว มักมีการนวด ตากเมล็ดเพื่อลดความชื้น ซึ่งมีแมลงบางชนิดที่บินเข้าไปวางไข่ จึงเป็นการเปิดโอกาสให้แมลงเข้าทำลาย 3. หลังการเก็บเกี่ยว (Post-harvest) 3.1 การปฏิบัติเกี่ยวกับเมล็ด (Grain and Seed Processing) หลังการเก็บเกี่ยวมีการนำเมล็ดไปกะเทาะเปลือก ขัดสี คัดแยก ช่วงระยะเวลาปฏิบัติงานนี้มักใช้สถานที่ใกล้กับโรงเก็บ ทำให้แมลงจากโรงเก็บเข้ามาทำลายได้ 3.2 ขณะทำการขนส่ง (Transportation) ในการขนส่งจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการขนส่ง อาจมีแมลงตกค้างอยู่ในพาหนะขนส่งนั้น ทำให้แมลงเข้าทำลายในช่วงระยะเวลานี้ได้ 3.3 ขณะเก็บรักษา (Storage) ในระหว่างการเก็บรักษาเมล็ดข้าว สภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ มีผลทำให้เมล็ดข้าวเสื่อมคุณภาพ โดยเฉพาะแมลงเมื่อเข้าทำลายแล้วจะแพร่ระบาดทำความเสียหายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเภทของความเสียหาย (Types of Loss) 1. สูญเสียน้ำหนัก (Weight Loss) แมลงสามารถกินอาหารได้มากกว่าน้ำหนักตัวหลายเท่า เมื่อแพร่ระบาดมากจะทำให้สูญเสียน้ำหนักมาก 2. สูญเสียคุณค่าทางอาหาร (Food Loss) เมื่อแมลงเข้าทำลายจะทำให้เมล็ดสูญเสียคุณค่าทางอาหารไป โดยแมลงชอบทำลายส่วนคัพภะ (embryo) มากกว่าส่วน endosperm เนื่องจากส่วนคัพภะจะนุ่มกว่าส่วน endosperm 3. สูญเสียความงอก (Seed Germination Loss) เนื่องจากแมลงชอบทำลายส่วนคัพภะ เป็นผลทำให้เมล็ดสูญเสียความงอก หรือบางเมล็ดถูกทำลายน้อย แม้จะงอกแต่สภาพของเมล็ดที่งอกจะไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ 4. สูญเสียคุณภาพ (Quality Loss) ทำให้ความสม่ำเสมอของเมล็ดเสียไป การเข้าไปปะปนของแมลง และของเสียจากแมลง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น คุณภาพเปลี่ยนไป นอกจากนี้ซากหรือชิ้นส่วนของแมลงที่ติดอยู่กับอาหารทำให้เกิดการปนเปื้อน และคุณภาพเมล็ดเสียหาย เมื่อแมลงเข้าทำลายในปริมาณมากทำให้ความชื้นในกองเมล็ดข้าวเพิ่มขึ้น มีผลทำให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโต 5. สูญเสียเงิน (Money Loss) เมื่อแมลงเข้าทำลาย ทำให้น้ำหนักของผลผลิตลดลง จึงมีผลทำให้สูญเสียรายได้ นอกจากนี้คุณภาพที่เสียไปยังทำให้ราคาลดต่ำลงด้วย 6. สูญเสียชื่อเสียง ( Loss of Goodwill) ผลิตผลที่แมลงเข้าทำลายจะดูสกปรก และเสื่อมคุณภาพ ทำให้ผู้ซื้อและผู้บริโภคเสื่อมความเชื่อถือและไว้ใจในสินค้า
2012-10-10
7,858
เทคนิคการทำปุ๋ยหมักเพิ่มรสชาติส้มโอให้หวานและไม่หืน
นางมัณฑนา รอสูงเนิน เกษตรกรบ้านโนนค่า ต.โนนค่า อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ที่ทำการเกษตรแบบผสมผสาน โดยเฉพาะการปลูกส้มโอ ทั้งสี่สายพันธุ์ คือ ขาวใหญ่, ขาวน้ำผึ้ง, ทับทิม, ทองดี ที่ปลอดสารเคมีโดยสิ้นเชิง ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดนครราชสีมา ช่วงรายการร่วมด้วยช่วยเกษตรกร ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.45 น. เรื่องเทคนิคการทำปุ๋ยหมักเพิ่มรสชาติส้มโอให้หวานและไม่หืน เพื่อให้เป็นที่ต้องการของตลาด และผู้บริโภค ผลผลิตและคุณภาพก็ดี จึงได้แนะนำเทคนิคการทำปุ๋ยหมักเพิ่มรสชาติส้มโอให้หวานและไม่หืน ไว้ดังนี้
2012-10-10
5,780
กาแฟโรบัสต้าพันธุ์ชุมพร 3
วันที่รับรอง : 27 สิงหาคม 2551 ประเภทพันธุ์ : พันธุ์แนะนำ
2012-10-10
3,460
ราคาน้ำมัน
วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2566
น้ำมัน
ราคา
แก๊สโซฮอล์ 91
36.08 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
36.35 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
34.04 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
34.49 บาท
ดีเซล
33.44 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
42.66 บาท
ราคาสินค้าเกษตร
วันที่ 20 ก.พ. พ.ศ.2567
น้ำยางสด
จุดรับซื้อ
ราคา
บาท/กก.
เพิ่ม/ลด
บริษัท ไทยรับเบอร์ลาเท็กกรุ๊ป จำกัด
จ.ระยอง
61.00
0.00
บริษัท ที.ที.ลาเท็กซ์แอนด์โปรดักส์ จำกัด
จ.นครศรีธรรมราช
61.00
0.00