สัตว์น้ำเค็ม
(144 เรื่อง)
ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ในปัจจุบันที่สำคัญได้แก่ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำ ที่มีคุณภาพด้อยลง อันเนื่องมาจากการขยายตัวของฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำในประเทศไทย ที่มีเพิ่มขึ้นในหลาย ๆ ท้องที่ ทำให้การเลี้ยงต้องมีความเสี่ยงต่อกุ้งเป็นโรคตายสูงมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนามีการปล่อยกุ้งอย่างหนาแน่น และขาดระบบการควบคุมป้องกันของเสียที่ปล่อยออกมา แต่อย่างไรก็ตามการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในทุกระบบไม่ว่าจะเป็นระบบความเค็มปกติหรือระบบความเค็มต่ำ หรือระบบน้ำหมุนเวียน หรือระบบปิดสนิมก็ตามการจัดการเรื่อ'คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงมีความสำคัญมาก ผู้เลี้ยงกุ้งต้องมีความรู้และเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางในการป้องกันและแก้ไขเพื่อลดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะมีผลต่อสุขภาพของกุ้งการเจริญเติบโตและผลผลิตคุณสมบัติของน้ำที่มีความสำคัญในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมีดังนี้
10 ตุลาคม 2555
23,335
การเลี้ยงในปัจจุบันนี้มีการถ่ายเปลี่ยนน้ำน้อยลง เพื่อลดความเสี่ยงในการเติมน้ำใหม่เข้าไปในบ่อ ซึ่งอาจจะเป็นการนำเชื้อโรคเข้าไปในบ่อด้วย การถ่ายน้ำที่ลดลงหลังจากกุ้งมีอายุประมาณ 60 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่มีฝนตก แสงแดดจัด ติตต่อกันหลายวัน มักจะพบว่าปริมาณแพลงก์ตอนจะเพิ่มขึ้น จนทำให้น้ำมีสีเข้มมากขึ้น จนถึงจุดที่มีผลต่อปริมาณออกซิเจนด้วย เช่น เมื่อใดออกซิเจนตอนเช้าลดต่ำลงมาเรื่อย ๆ ในขณะที่ออกซิเจนตอนบ่ายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เกินจุดอิ่มตัว จนถึงระดับที่มากกว่าตอนเช้าซึ่งอาจจะถึง 4 เท่าตัวเป็นผลมาจากการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืชตอนกลางวันที่มีแสงแดดแต่หลังจากเที่ยงคืนจะพบว่าปริมาณออกซิเจนจะลดต่ำมาก เนื่องจากการหายใจของแพลงก์ตอนตอนกลางคืนในบ่อที่มีการถ่ายน้ำน้อย ถ้าไม่มีการควบคุมและจัดการให้ปริมาณแพลงก์ตอนอยู่ในระดับที่เหมาะสมจะพบว่าในระยะต่อแพลงก์ตอนตายเป็นจำนวนมากในช่วงตอนบ่ายและกลางคืนทำให้ปริมาณออกซิเจนลดต่ำลงมาถึงระดับที่มีกุ้งเกาะขอบบ่อ และบางส่วนอาจจะลอยตามผิวน้ำในเวลาต่อมาเมื่อระดับออกซิเจนต่ำลงน้อยกว่า 2.0 พีพีเอ็ม จะพบว่ากุ้งเกือบทั้งหมดลอยตามผิวน้ำ ถ้าแก้ปัญหาไม่ทันหรือไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดความเสียหายได้มาก
9 ตุลาคม 2555
11,280
ปลากะพงขาว Lates calcarifer ( Bloch ) ชื่อสามัญเรียก (Giant Perch) ปลากะพงขาว เป็นปลาน้ำกร่อยขนาดใหญ่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lates calcarifer (Bloch) ชื่อสามัญเรียกว่า Giant Perch หรือ Sea Bass สามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำจืด น้ำกร่อยและน้ำเค็ม ปลาชนิดนี้เลี้ยงกันแพร่หลายในเขตจังหวัดชายทะเลของประเทศไทย เนื่องจากเลี้ยงง่าย โตเร็ว เนื้อมีรสชาติดีและมีราคา ปัจจุบันประเทศไทยสามารถเพาะพันธุ์ปลากะพงขาวได้เป็นจำนวนมาก เพื่อเลี้ยงในประเทศและส่งขายต่างประเทศ ในปัจจุบันพบปลากระพงขาวแพร่กระจายอยู่ทุกจังหวัด ทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามันจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่ห่างออกไปจากชายฝั่งมากนัก โดยอาศัยอยู่ชุกชุมตามปากแม่น้ำลำคลองและปากทะเลสาบ อย่างไรก็ตาม ปลากะพงขาว ยังสามารถขึ้นไปอาศัยและเจริญเติบโตยังแหล่งน้ำจืดได้อีกด้วย จึงจัดเป็นปลาประเภทสองน้ำอย่างแท้จริง
9 ตุลาคม 2555
3,071
หอยเชลล์หรือหอยพัดมีชื่อสามัญเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่าสแกลล็อป (scallops) หอยกลุ่มนี้เป็นหอยสองฝาที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจทั่วโลก และมีทั้งเพาะเลี้ยงและไม่ได้เพาะเลี้ยงหอยในกลุ่มนี้มีหลายชนิดที่เป็นทรัพยากรประมงธรรมชาติที่มีมูลค่าสูง โดยเป็นหอยที่มีลักษณะการดำรงชีวิตที่แตกต่างจากหอยสองฝากลุ่มอื่นๆคือสามารถว่ายน้ำได้เพื่อเปลี่ยนที่อยู่อาศัยหรือเพื่อหลบหนีศัตรู หอยเชลล์ว่ายน้ำโดยใช้กล้ามเนื้อยืดเปลือก(adductor muscie) ขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่ในการเปิดและปิดเปลือก ซึ่งกล้ามเนื้อดังกล่าวเป็นส่วนที่คนนิยมใช้เป็นอาหาร หอยเชลล์ในประเทศไทยที่พบในจังหวัดระยอง สงขลา หรือสมุทรสงคราม เป็นหอยที่ได้จากการประมงในแหล่งธรรมชาติ เป็นชนิด Amusium pleuronectes การเพาะเลี้ยงหอยเชลล์ชนิดนี้ในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นทดลอง ส่วนหอยเชลล์ชนิดอื่นที่มีการเพาะในขั้นทดลองในประเทศไทยคือ Chlamys senatorius การเพาะเลี้ยงหอยเชลล์ในประเทศอื่นๆที่ได้ปริมาณและมูลค่ามากมี 2 ชนิดคือ Placopecten magellanicus ในประเทศแคนาดาและชนิด Patinopecten yessoensis ในประเทศญี่ปุ่นและฝรั่งเศส หอยเชลล์ทั้งหมดที่อยู่ในวงศ์เพคทีนิดีย์ (Pectinidae)
9 ตุลาคม 2555
7,378
ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปี พ.ศ.2543 หรือที่นิยมเรียกกันว่าปี ค.ศ. 2000 และทศวรรษใหม่นี้ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนในหลายสาขาอาชีพ เนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศถดถอยมาตั้งแต่ พ.ศ.2540จนถึงปัจจุบันนี้ ทำให้ธุรกิจหลาย ๆ ด้านต่างประสบปัญหาการขาดทุนแต่ในทางตรงกันข้าม กุ้งกุลาดำเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดเดียวที่ได้รับความสนใจเนื่องจากเป็นอาชีพที่ยังสามารถทำกำไรและสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบกิจการสูงมากโดยเฉพาะในขณะนี้พืชผลการเกษตรอื่น ๆต่างประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างรุนแรงในขณะที่กุ้งกุลาดำราคากลับสูงขึ้นมากเนื่องผลผลิตจากประเทศอื่น ๆ ลดลงและความต้องการของตลาดยังสูงมากอย่างไรก็ตามตั้งแต่ ค.ศ.2000 นี้เป็นต้นไป หลาย ๆ ประเทศต่างให้ความสนใจที่จะพัฒนาการเลี้ยงกุ้งทะเลเพื่อเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศของตนเอง การแข่งขันน่าจะเข้มข้นสูงมากในอนาคตถ้ารัฐบาลของแต่ละประเทศที่เลี้ยงกุ้งทะเลต่าง สนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งอย่างจริงจังเมื่อผลผลิตในแต่ละประเทศออกมามากจะมีผลต่อราคากุ้งอย่างแน่นอน ประเทศใดมีต้นทุนในการผลิตสูงจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า ในปัจจุบันนี้แม้ว่าประเทศไทยจะเป็นผู้นำด้านการผลิตและส่งออกกุ้งทะเลแช่เยือกแข็งมากที่สุด ติดต่อกันมานานหลายปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เป็นต้นมาโดยมีผลผลิตประมาณ230,000 เมตริกตันในปีที่แล้ว ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่ได้มาจากการเลี้ยงแบบพัฒนา ปล่อยกุ้งอย่าหนาแน่น มีการจัดการโดยการใช้ความรู้วิชาการหลายด้าน ทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำและกุ้งทะเลชนิดอื่น ๆ แบบกึ่งพัฒนาหรือแบบธรรมชาติที่ปล่อยกุ้งไม่กี่ตัวต่อตารางเมตรเช่น ในประเทศเวียดนามที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทางภาคใต้ของประเทศส่วนใหญ่ปล่อยกุ้งในอัตราความหนาแน่น 1-3 ตัวต่อตารางเมตรโดยใช้พื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาล มีธรรมชาติที่คล้ายคลึงประเทศไทย ทำให้สามารถผลิตกุ้งที่มีคุณภาพดีขนาดใหญ่ 20-30 ตัว/กิโลกรัม และต้นทุนต่ำกว่าการเลี้ยงกุ้งในประเทศมาก แต่ในอนาคตอันใกล้ ประเทศเวียดนามจะมีการพัฒนาการเลี้ยงเป็นแบบกึ่งพัฒนาคือ ปล่อยกุ้ง10 - 20 ตัวต่อตารางเมตรมีการใช้เครื่องให้อากาศและการจัดการอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ผลผลิตจะเพิ่มขึ้นอีกมากเพื่อ ความไม่ประมาทของผู้เลี้ยงกุ้งและธุรกิจต่อเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐบาลและเอกชนจะต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจังทั้งในด้านวิชาการ การส่งเสริม
9 ตุลาคม 2555
5,193
ราคาน้ำมัน
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2562
น้ำมัน
ราคา
เบนซิล 95
34.26 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91
26.58 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
26.85 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
23.84 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
19.64 บาท
ดีเซล
25.69 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
29.54 บาท
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-33°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
22-32°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
25-29°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×