เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร


เพอร์มาคัลเจอร์ อาจจะฟังดูไม่คุ้นหู แต่ถ้าหากเทียบกับคำในภาษาไทย มันก็คงจะพูดถึงการ ใช้ชีวิตในแบบพอเพียง การทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งแนวคิดนี้ก็ไม่ต่างจากคำสองคำนี้มากนัก เพอร์มาคัลเจอร์ (permaculture) เป็นแนวคิดและวิถีทางการเกษตรที่เน้นเรื่องความยั่งยืนของชีวิตและสิ่งแวดล้อม เกิดขึ้นในต่างประเทศเมื่อกว่า 30 ปีที่แล้ว องค์ความรู้แบบฝรั่งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการทำการเกษตร แต่ครอบคลุมถึงการออกแบบวิถีการดำรงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับระบบเกษตรกรรม รวมถึงการใช้ชีวิตของผู้คนในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ ซึ่งต้องอิงหลักการออกแบบพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง หัวใจหลักของเพอร์มาคัลเจอร์ ไม่ว่าจะนำไปใช้ที่ไหน อันดับแรกเลยก็คือการใส่ใจโลก เพราะถ้าไม่มีโลก เราเองไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ สอง การใส่ใจผู้อื่น เพื่อให้เราสามารถเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้ และสุดท้าย มีความเป็นธรรม เลือกใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นและคืนสิ่งที่ดีกลับสู่ธรรมชาติด้วย การจัดพื้นที่แบบเพอร์มาคัลเจอร์ ยังเน้นการจัดวางที่ทำให้ทุกสิ่งเกิดประโยชน์สูงสุดในตัวเอง และเมื่อสิ่งเหล่านั้นรวมกันแล้วจะต้องเกิดประโยชน์สูงกว่าการที่พวกมันอยู่เดี่ยวๆ โดยต้องใช้พลังงาน แรงงานและสร้างขยะให้น้อยที่สุด เมื่อจัดพื้นที่ปลูกผักได้แล้ว ใครที่มีพื้นที่มากหน่อย ก็ยังสามารถขยับขยายมาทดลองจัดพื้นที่ 6 โซน เพื่อทำให้พื้นที่ใช้สอยในการปลูกผักแต่ละชนิดส่งเสริมกันไปด้วยก็ได้ โดยไล่ลำดับความสำคัญจากพืชผักที่ใกล้ชิดกับตัวเรามากที่สุด ออกไปสู่ป่าขนาดใหญ่ แบบนี้ - Zone 1โซนบ้านที่อยู่อาศัย เน้นการประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด ออกแบบให้เข้ากับธรรมชาติ และสมดุลทั้งในด้านการทำงานและการอยู่อาศัย - Zone 2โซนพืชผักใกล้บ้าน สำหรับปลูกพืชที่ต้องดูแลมากหน่อย เช่น ผักในฟาร์ม ผลไม้ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นที่สำหรับทำเรือนกระจก เลี้ยงไส้เดือน ทำปุ๋ยจากขยะอาหาร ถ้าเป็นเพอร์มาคัลเจอร์ ในเมืองจะนิยมปลูกพืชแบบ raised bed หรือการสร้างแปลงผักขนาดเล็ก - Zone 3ปลูกพืชที่ต้องการดูแลน้อยลงมาอีกหน่อย เช่น พืชหมุนเวียนตามฤดูกาล พืชหัว หรือเลี้ยงผึ้ง - Zone 4โซนปลูกพืชสำหรับนำไปขาย ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นประจำ อาจผลัดมาใส่ปุ๋ย หรือรดน้ำอาทิตย์ละครั้ง - Zone 5พื้นที่กึ่งป่า ปล่อยเอาไว้เพื่อเก็บผักกินหรือปลูกต้นไม้เอาเนื้อไม้ไปใช้ - Zone 6โซนป่า หรือพื้นที่ที่ควรปล่อยทิ้งให้ระบบนิเวศจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง จึงมีทั้งแมลงและพืชต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเอง เพื่อช่วยบำรุงระบบนิเวศและส่งเสริมให้โซนอื่นๆ สามารถอยู่ได้
18 กุมภาพันธ์ 2563
92
ถังรักษ์โลกจะทำยังไง และต้องใช้อะไรบ้างไปดูกัน วัสดุประกอบด้วย 1. ตะกร้า 1 ใบ (เลือกตะกร้าที่ปากตะกร้าขนาดเท่าหรือใกล้เคียงกับถังใบใหญ่) 2. ถังพลาสติก 2 ใบ (ขนาดเล็ก1 ใบ และขนาดใหญ่ 1 ใบ) วิธีการทำถังหมักรักษ์โลก 1. คว่ำถังพลาสติกขนาดเล็กลงในตะกร้า โดยให้มีความลึกลงไปจากปากตะกร้าประมาณ 5 -10 เซนติเมตร และจะต้องเหลือช่องของตะกร้าขึ้นมาจากปากถังที่คว่ำลงไป ประมาณ 2 ช่อง จากนั้นทำการตัดก้นถังพลาสติกใบเล็กออก 2. คว่ำถังพลาสติกขนาดใหญ่ลงบนปากตะกร้าให้พอดี จากนั้นนำเชือกมาผูกมัดให้ติดกัน ตัดก้นถังใบใหญ่ออกและส่วนที่ตัดออกนำมาทำเป็นฝาปิด การติดตั้งถังหมักรักษ์โลก 1. เลือกพื้นที่ติดตั้งถังหมักรักษ์โลก โดยเลือกพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึงตลอดเวลา ไม่ควรอยู่ใต้ร่มเงาไม้ หรือแสงแดดรำไร 2. ขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่กว่าตะกร้า และมีความลึกมากกว่ารอยต่อของตะกร้าและถังพลาสติกใบใหญ่เมื่อวางลงไป 3. นำถังหมักรักษ์โลกที่ทำการประกอบเสร็จเรียบร้อยวางลงไปกลางหลุมที่ขุดไว้ และกลบด้วยดินที่ขุดขึ้นมา โดยการกลบจะต้องกลบแบบหลวมๆ ไม่อัดดินให้แน่น 4. จากนั้นก็นำเศษอาหารที่เหลือจากครัวเรือนมาเททิ้งใส่ถัง โดยระมัดระวังไม่ให้เศษอาหารตกเข้าไปในช่องระหว่างถังพลาสติกใบเล็กและถังพลาสติกใบใหญ่ หลักการทำงานของถังหมักรักษ์โลก ถังหมักรักษ์โลกจะใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในดินที่มีอยู่เดิม มาทำหน้าที่ย่อยสลายสารอินทรีย์ แต่ถ้าบริเวณนั้นดินเสื่อมโทรมมีจุลินทรีย์ตามธรรมชาติอยู่น้อย ก็อาจจะเพิ่มจุลินทรีย์ได้โดยการเติมขี้วัว หรือเติมน้ำหมักชีวภาพเข้าไปรองพื้นตระกร้าก่อนเทเศษอาหารได้
11 กุมภาพันธ์ 2563
159
14 มกราคม 2563
723
สิงห์นักกิน แต่กลัวความอ้วน ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเรามีอาหารที่ช่วยเผาผลาญไขมันมาฝาก - ชาเขียว การที่ดื่มชาเขียวอย่างเป็นประจำวันละ 5 แก้ว สามารถช่วยกระตุ้นการทำงานการเผาผลาญไขมันได้ดี สุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย - กาแฟ มีคาเฟอีนที่ช่วยกระตุ้นเอ็นไซม์สามารถช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ แต่การดื่มกาแฟเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 1 แก้ว ในมื้อเช้า หรือมื้อกลางวันหลังมื้อเที่ยงก็น่าจะเพียงพอ - ชินนามอน การทานชินนามอน ในปริมาณครึ่งถึง 2 ช้อนชาต่อวัน จะช่วยให้พลังงานและลดระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งลดระดับคอเรสเตอรอลได้ 10 - 25 % - เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลซิตรัส ที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องและกระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย - น้ำเปล่า เพียงดื่มวันละประมาณ 8-10 แก้ว เป็นประจำ ก็ช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญมากกว่าปกติแล้ว
10 ธันวาคม 2562
679
หนาวนี้ มีวิธีดูแลผักหรือยัง... เพราะฤดูหนาว เป็นช่วงที่อากาศเย็นลง ทั้งคน สัตว์เลี้ยงหรือแม่แต่พืชที่ปลูก ก็ต้องปรับตัวให้ได้กับสภาวะอากาศที่เย็นลงด้วย บางครั้งหากได้รับการดูแลไม่ดีพอก็อาจป่วย ส่วนพืชก็เกิดโรคได้เช่นกัน วิธีการง่ายๆที่จะช่วยให้พืชของเรา ผ่านพ้นฤดูกาลความหนาวเย็นนี้ไปได้แบบสบาย และกลายเป็นผลผลิตที่ทำเงินให้เราแบบสมบูรณ์คือการดูแลพืชผักเหล่านี้ด้วย สำหรับใครที่ชอบปลูกผักไว้ทานเอง หรือจะปลูกขายให้ได้ราคา เรามีเคล๋็ดลับดี ๆ มาฝาก ในการดูแลพืชผักในช่วงฤดูหนาว ทั้งเรื่องการแต่งกิ่งใบ การให้ปุ๋ย ให้น้ำ เพื่อให้เราได้พืชผักที่สมบูรณ์แข็งแรง ต้านโรคในหน้าหนาวได้ ลองนำไปปรับใช้กันดู
20 พฤศจิกายน 2562
925
ไม้ผลที่ปลูกมาเป็นเวลานาน พอต้นเริ่มแก่ ก็เริ่มจะให้ผลผลิตได้ไม่ค่อยดี...แบบนี้ต้องจับมา "ทำสาว" แล้วทำไม? เราต้องทำสาวให้ไม้ผล ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มะม่วง เงาะ ส้มโอ ลำไย มะนาว และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อต้นมีอายุมากขึ้น หรือเริ่มแก่ตัว จะให้ผลผลิตน้อยลงแถมต้นสูง ทรงพุ่มใหญ่ ทำให้การดูแลและการเก็บเกี่ยวยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้นเราต้องจัดการด้วยวิธีที่เรียกว่าการทำสาว จะมีประโยชน์และต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ - ประโยชน์ของการทำสาว ทรงต้นเกิดความสมดุลระหว่างรากและลำต้น ควบคุมขนาดทรงพุ่ม ให้มีการแตกใบอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ลดความรุนแรงของโรค ช่วยให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึงทรงพุ่ม การปฏิบัติงานในสวนสะดวกขึ้น เช่น พรวนดิน พ่นสารเคมี และเก็บเกี่ยว ช่วยลดอายุการแก่ของต้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาปลูกทดแทนต้นเก่า - วิธีการทำสาว ควรตัดแต่งช่วงฤดูฝน - ให้ตัดแต่งเฉพาะกิ่งแขนงหลัง - ตัดกิ่งให้สูงจากพื้นโคนต้นประมาณ 5 - 2 เมตร - ตัดกิ่งที่มีเส้นผ่านศูนย์การไม่เกิน 4 - 6 นิ้ว - ทาสีที่ใช้ทาบ้านตรงส่วนแผลที่ตัด เพื่อช่วยลดความร้อนจากแสงแดด และยังป้องกันการเข้าทำลายของโรคและแมลง - ประมาณ 1 เดือน หลังจากการทำสาว จะเกิดยอดใหม่ออกมา และปล่อยให้แตกกิ่งใหม่ 3-4 กิ่งรอบต้น - ต้นจะเจริญเติบโตและออกดอกในปี ที่ 2 การตัดแต่งกิ่งหรือการทำสาว นอกจากจะทำให้ใบได้รับแสงอย่างทั่วถึงแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้รากมีการเจริญเติบโตมากขึ้น ทำให้มีการดูดน้ำ และธาตุอาหารได้ดีขึ้น มีการแตกกิ่งใบใหม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกิ่งใบที่แตกใหม่นี้ จะเป็นกิ่งที่ออกดอกติดผลในฤดูถัดมา ใบชุดใหม่จะมีการสร้างอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีการสะสมอาหารในต้นมากขึ้น และเมื่อต้นได้รับการตัดแต่งที่เหมาะสมแล้วก็ไม่ต้องส่งอาหารไปเลี้ยงกิ่งแก่ และ ใบที่อ่อนแอ ทำให้ต้นแข็งแรง และมีโครงสร้างดี สะดวกต่อการเข้าปฏิบัติงาน ลดการใช้สารเคมี และปุ๋ย จะมีการออกดอก ติดผลกระจายทั่วทรงพุ่ม คุณภาพผลดีทั้งเรื่องขนาดและรสชาติ
22 ตุลาคม 2562
1,062
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
กรุงเทพมหานคร
23-35°C
เชียงใหม่
18-32°C
นครราชสีมา
18-32°C
ชลบุรี
23-33°C
นครศรีธรรมราช
23-30°C
ภูเก็ต
26-31°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×