เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร


จะเห็นได้ว่าการทำเกษตรแบบอินทรีย์นั้นไม่ใช้เรื่องเกินความสามารถของเกษตรกรไทย และการทำเกษตรอินทรีย์ นั้นจะได้ผลผลิตน้อยในระยะแรกเท่านั้น เมื่อดินเริ่มฟื้นมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติแล้ว ผลผลิตจะสูงขึ้น แถมยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมได้ดีอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้บรรลุผลตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ลองปฏิบัติตาม 8 ขั้นตอนนี้ดูนะคะ 1. ลดมลพิษด้วยการเลิกใช้สารเคมี ทั้ง ยาฆ่าแมลง 2. รักษาสภาพโครงสร้างของดินด้วยการไถพรวนระยะเริ่มแรก และลดการไถพรวนเมื่อปลูกไปนาน ๆ 3. คลุมดินด้วยใบไม้แห้ง หญ้าแห้ง ฟางแห้ง วัสดุอื่น ๆ ที่หาได้ในท้องถิ่นเพื่อรักษาความชื้นของดิน 4. ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยพืชสด เพื่อบำรุงรักษาแร่ธาตุที่จำเป็นแก่พืชในดิน 5. เติมจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ให้แก่พืชผักและหน้าดิน 6. มีการเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วย เช่น เทคนิคการปลูก การดูแลเอาใจใส่ การขยาย พันธุ์ การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ การให้น้ำตลอดจนการเก็บเกี่ยว 7. มีการปลูกอย่างต่อเนื่อง ไม่ปล่อยที่ดินให้ว่างเปล่าแห้งแล้งทำให้โครงสร้างของดิน 8. มีการป้องกันศัตรูพืช โดยใช้สารสกัดธรรมชาติ เช่น สะเดา ข่า ตะไคร้ ยาสูบ โล่ติ๊น และ พืชสมุนไพรอื่น ๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น
20 มีนาคม 2562
19
มะเขือพวงอยู่คู่กับคนไทยเรามานาน ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น แกงเนื้อ แกงเขียวหวาน แกงป่า และน้ำพริกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น น้ำพริกกะปิ น้ำพริกแมงดา น้ำพริกกุ้งสด และหลายคนก็สามารถที่จะทานสด ๆ เป็นผักเคียงได้อย่างสบายเลยซึ่งถือว่าดีมาก ๆ ถ้ากินได้ เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณสามารถต้านโรคต่างๆ ได้ด้วย ของดีคู่บ้านเรา หาทานง่าย สรรพคุณล้นเหลือ น่าเสียดายแย่ ถ้าจะเขี่ยเจ้ามะเขือพวงอันจิ๋วนี้ออกจากอาหารถ้วยโปรด ใครที่ไม่เคยกินหรือไม่ชอบ ลองหันมาทานดูนะคะ จิ๋วแต่แจ๋ว ประโยชน์เยอะจริง ๆ เลยหละค่ะ
12 มีนาคม 2562
1,312
รักบ้านเกิดอยากจะเห็นพี่น้องชาวนาสุขภาพดี หันมาทำนาอินทรีย์กันนะคะ เพราะการทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ นอกจากจะสร้างระบบนิเวศน์ให้กลับคืนสู่ความสมดุลทางธรรมชาติแล้ว จะมีส่วนช่วยให้ต้นข้าวมีความแข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค การนำเอาพืชท้องถิ่นซึ่งมีคุณสมบัติทางด้านสมุนไพรที่เป็นประโยชน์มาผ่านกระบวนการหมักแล้วนำไปฉีดพ่นในนาข้าวเพื่อป้องกันและขับไล่แมลงแทนการใช้สารเคมีกำจัด จะมีส่วนช่วยให้เกษตรกรทำนาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาโรคและแมลงอีกต่อไป เกษตรกรสามารถลดต้นทุนในการใช้สารเคมีได้มากขึ้น มีสุขภาพดี ผลผลิตข้าวที่ได้จึงปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน พอเราเตรียมวัสดุและวัตถุดิบต่าง ๆ ครบแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการหมักกันเลยค่ะ ขั้นตอนและวิธีการหมักพืชสมุนไพร 1. นำเอาพริกขี้หนูสด ตระไคร้หอมสด กระเทียมไทย(แกะกลีบ) มาทุบให้พอแตกแล้วใส่เตรียมลงไว้ในถังหมัก 2. ใส่ใบสะเดาสดลงในถังหมักเป็นส่วนสุดท้าย 3. ละลายกากน้ำตาล หรือ น้ำตาลทรายแดงกับน้ำส้มควันไม้ตามอัตราส่วนที่กำหนด แล้วเทลงไปในถังหมัก 4. เติมน้ำสะอาดให้พอท่วมวัตถุดิบสมุนไพร 5. ใช้ไม้คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเป็นขั้นตอนสุดท้าย แล้วปิดฝาถังหมักให้สนิท ตั้งเก็บไว้ในที่ร่ม ใช้ระยะเวลาในการหมักอย่างน้อย 7 วันขึ้นไปจึงจะสามารถนำไปใช้งานได้ การนำน้ำหมักสมุนไพรไปใช้ประโยชน์ - ใช้เพื่อป้องกันแมลงในนาข้าว : โดยกรองเอาเฉพาะน้ำหมักสมุนไพร 20-30 ซีซี. ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวช่วงเย็น อย่างน้อย 5-7 วัน/ครั้ง - ใช้เพื่อขับไล่แมลงในนาข้าว : โดยกรองเอาเฉพาะน้ำหมักสมุนไพร 30-40 ซีซี. ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนา 2-3 วัน/ครั้ง เมื่อพบการระบาดของแมลงศัตรูข้าว แล้วหยุดฉีดพ่นเมื่อไม่พบการระบาด
5 มีนาคม 2562
284
สำหรับใครที่ปลูกไม้ผล ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง ฝรั่ง มะนาว รวมไปถึงไม้ผลชนิดอื่น ๆ ลองนำสูตรการทำปุ๋ยหมักหยวกกล้วยที่จะช่วย ให้ไม้ผลมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และสวยน่ารับประทาน ก่อนการเก็บเกี่ยว ไปใช้กันดู ทำง่าย ใช้ง่าย ไปดูเลย... ส่วนผสม 1. หยวกกล้วย จำนวน 15 กก. 2. กากน้ำตาล จำนวน 5 กก. 3. โยเกิร์ต รสธรรมชาติ จำนวน 1 ถ้วย วิธีการทำ นำแกนกล้วย (หยวก) มาสับให้ละเอียดแล้วนำกากน้ำตาลมาคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นให้นำ โยเกิร์ตมาเทใส่ลงไปและทำการหมักไว้ 7 วัน ก็นำมาใช้ได้ การนำไปใช้ ใช้ในอัตรา 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือช่วงเวลาเย็น ช่วงติดผล จะทำให้ได้ผลผลิตผลใหญ่ มีน้ำหนักดี ผิวสวย "ไม่เชื่อลองดู"
26 กุมภาพันธ์ 2562
473
แน่นอนว่าการเลือกสิ่งที่ดีกว่า ย่อมเกิดผลที่ดีกว่าตามมาอย่างแน่นอน อาหารการกินก็เช่นกัน ในเมื่อเราเป็นหนึ่งคนที่เลือกได้ เราก็ควรเลือกที่จะนำสิ่งดี ๆ เข้าสู่ร่างกายของเรา อาหารที่ปลอดภัยที่ผ่านกระบวนปลูกแบบอินทรีย์ ถือเป็นอาหารที่มีทั้งคุณค่าทางโภชนาการที่ดี และมีประโยชน์ ที่สำคัญผู้บริโภคอย่างเรายังมีส่วนช่วยผลักดันระบบเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย ให้สามารถขับเคลื่อนได้ ถ้าหากมีคนกินแน่นอนว่าก็ต้องมีคนปลูก ระบบการปลูกแบบอินทรีย์นอกจากจะช่วยให้ระบบนิเวศนั้นอุดมสมบูรณ์ ลดการใช้สารเคมี ใช้ยาฆ่าแมลง ลดการทำลายหน้าดิน และยังมีส่วนช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย สุขภาพดีทั้งคนกินและคนปลูก แล้วยังจะมีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่เลือกสิ่งที่ดี ๆ ให้กับตัวเราเอง...
15 กุมภาพันธ์ 2562
478
ใช้กล้วยสุกงอมที่คิดว่ากินไม่ได้แล้ว ประมาณ 3 - 4 หวี (มีความหวานแบบไม่ต้องใช้กากน้ำตาล) น้ำตาลที่มีอยู่กล้วยงอมจะทำให้น้ำหมักไม่เน่าไม่จำเป็นต้องใช้กากน้ำตาล จากนั้นหั่นพร้อมเปลือกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในถัง เติมน้ำพอท่วมกล้วย แล้วนำแป้งข้าวหมากประมาณ 2 ลูกบดผสมลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาวางไว้ในที่ร่ม และเปิดคน วันละ 1 รอบ เพื่อเติมออกซิเจน ประมาณ 7 วัน ก็มีธาตุอาหารตามที่พืชต้องการแล้ว แต่ถ้าอยากจะให้สูงกว่านั้น ก็หมักทิ้งไว้ 1 - 2 เดือน การนำมาใช้ สำหรับฉีดพ่นทางใบ ใช้ประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร และฉีดพ่นเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชตามปกติ ส่วนกรณีที่จะเติมธาตุอาหารให้กับดิน ใช้ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 ลิตร ระวังอย่าให้โดนใบในขณะที่ใช้ อาจจะทำให้ใบไหม้เนื่องจากมีความเป็นกรดสูง
22 มกราคม 2562
1,296
15 มกราคม 2562
2,575
"น้ำส้มควันไม้" เชื่อว่าหลายท่านรู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งประโยชน์ของน้ำส้มควันไม้นั้น นำมาใช้ทางด้านการเกษตรเรียกได้ว่าแทบจะครอบจักรวาล อย่างเช่น เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืช ขับไล่แมลงต่าง ๆ ช่วยในการเร่งการหมักน้ำหมักชีวภาพต่าง ๆ ช่วยบำรุงดิน ช่วยการเจริญเติบโตของพืช และยังสามารถนำไปผสมอาหารเพื่อเลี้ยงสัตว์ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในครัวเรือนได้ ทั้งในเรื่องของการลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากน้ำเน่าเสีย และขยะมูลฝอยต่าง ๆ ไม่เพียงแค่นั้น น้ำส้มควันไม้ 1 ส่วน ต่อน้ำ 500 - 1000 ส่วน แล้วฉีดพ่นผัก ผลไม้ จะช่วยเพิ่มความหวานได้ เพราะน้ำส้มควันไม้จะช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาปของพืช และเพิ่มระดับน้ำตาลให้กับพืชชนิดที่ให้รสหวาน สำหรับผลไม้ติดผลนั้น ใช้ฉีดพ่นผลอ่อนหลังติดผลแล้ว 15 วัน และพ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วัน นี่ก็เป็นเทคนิคง่าย ๆ จากน้ำส้มควันไม้ที่จะช่วยเพิ่มความหวานอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค
9 มกราคม 2562
763
กล้วย เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพดีที่สุดในโลกเพราะเป็นแหล่งรวมทั้งวิตามิน แร่ธาตุรวมทั้งเส้นใยที่ดีเข้าด้วยกัน ลอร่า ฟลอเรสนักโภชนาการแห่งซานดิเอโกกล่าวว่ากล้วยเป็นผลไม้ที่มีแมกนีเซียมและวิตามินซีและ B6 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เธอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ากล้วยเป็นที่รู้จักกันในการลดอาการบวม ป้องกันสิ่งที่ทำให้พัฒนาเป็นโรคเบาหวานประเภท 2 ช่วยในการลดน้ำหนัก เสริมสร้างระบบประสาทและช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะในกล้วยมีวิตามิน B6 เมื่อรู้ประโยชน์ของกล้วยแล้ว คำถามคือเรากินกล้วยตอนไหนถึงจะมีประโยชน์ที่สุด อันนี้ก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแล้วหละค่ะ เพราะไม่ว่าจะกินแบบไหน ก็ได้ประโยชน์ทั้งนั้น
3 มกราคม 2562
2,333
"เห็ดฟาง" เป็นเห็ดที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ของบ้านเรา เรียกได้ว่า ผลิตเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย จึงทำให้การเพาะเห็ดฟางได้รับความสนใจจากเกษตรกรและคนทั่วไปเป็นอย่างมาก ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอมจึงนำสูตรอาหาร ที่ใส่ในวัสดุปลูกเห็ด ที่จะช่วยให้ได้ผลผลิตสูง เพียงพอต่อความต้องการของตลาดมาฝาก ส่วนสัดส่วนของส่วนผสมแต่ละอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงเรือน และวัสดุปลูกที่ต้องการใช้ ด้วยการที่เราสิ่งที่เตรียมไว้ทั้งหมดมาหมัก เริ่มจากการนำขี้ฝ้ายแช่ในอ่างน้ำ ย่ำให้แน่น จากนั้นถ่ายน้ำออกให้หมด แล้วตั้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ แล้วใช้ผ้าคลุมทิ้งไว้ 2 คืน จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมด (รำละเอียด - ยิปซัม - ปูนขาวเปลือกหอย - ยูเรีย) ที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับขี้ฝ้ายให้เข้ากัน เสร็จแล้วอัดให้แน่น ตั้งเป็นกองสามเหลี่ยม ความสูงประมาณ 50-70 เซนติเมตร ความกว้างไม่จำกัด คลุมด้วยพลาสติกแล้วหมักทิ้งไว้อีก 2 คืน ระหว่างที่รอหมักฝ้าย ไปเตรียมโรงเรือนให้พร้อม ด้วยการปูฟางแห้ง กดให้แน่นพอประมาณ และรดน้ำทุก 1 ชั่วโมง ตลอด 2 วัน ก่อนนำฝ้ายที่หมักไว้เทบนฟางที่ปู เกลี่ยให้ทั่วและเสมอกัน ปิดโรงเรือนให้มิดชิดอย่าให้แสงเข้าทิ้งไว้ 1 คืน แล้วอบด้วยไอน้ำอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง พักโรงเรือนอีก 1 วัน ต่อมาเปิดโรงเรือนเพื่อระบายอากาศ 1 ชั่วโมง ก่อนจะโรยเชื้อเห็ดฟาง หลังจากนั้นดูแลตามปกติ และหลังจากโรยเชื้อประมาณ 7- 12 วัน เห็ดจะโตพอที่จะสามารถเก็บผลผลิตได้
24 ธันวาคม 2561
852
อยากจะลองทำปุ๋ยหมัก หรือ น้ำหมักธรรมชาติไว้ใช้เอง แต่อยากจะรู้ว่า ควรจะหมักจากอะไร แล้วทำให้เราได้ธาตุอาหารอะไรไปบำรุงต้นพืชบ้าง รักบ้านเกิดดอทคอมมาฝาก เลือกสรรตามที่ต้องการแล้วไปหมักกันเล๊ย N ไนโตรเจน กระถิน แหนแดง ใบทองหลาง ก้ามปู มูลสัตว์ P ฟอสฟอรัส กระถิน ผักบุ้งจีน บัวบก ลูกยอ สาหร่ายทะเล K โพแทสเซียม กระเจี๊ยบ ผักโขม ฟักทอง แตง ผงโกโก้ ทานตะวันอ่อน Zn สังกะสี ใบตำลึง ฟักทอง ไชเท้า มันแกว น้ำต้มหอยนางรม Ca แคลเซียม กระถิน กระเจี๊ยบ เปลือกไข่ ผักกระเฉด มะระ Mg แมกนีเซียม แหนแดง ลูกยอ ต้นกก ผักตบชวา S กำมะถัน กระเทียม หอมใหญ่ หอมแดง สะตอ ผักชี Fe เหล็ก กระถิน พริก ใบฟักทองแก่ น้ำต้มปลาหมึก B โบรอน ผักบุ้ง ตำลึง เสาวรส พืชเถาว์ Si ซิลิกอน แกลบดำ แกลบดิบ หินภูเขาไฟ Cu ทองแดง เห็ดฟาง ต้นหรือใบข่า วัชพืช Mn แมงกานีส ลูกตำลึงสุก มะเขือเทศสุก
29 ตุลาคม 2561
1,830
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×