เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

เปลี่ยนวิถีเกษตร สู่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ยั่งยืน

27 ธันวาคม 2566
1,353
การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agritourism) ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนเมืองที่อยากไปสัมผัสประสบการณ์ทางการเกษตรและวิถีชีวิตชนบท เช่น สำรวจฟาร์ม เก็บเกี่ยวพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ อีกทั้งยังได้เรียนรู้วิถีชุมชน ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น สัมผัสกับบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง
การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีข้อดีมากมาย ทั้งต่อเกษตรกร นักท่องเที่ยว และชุมชนท้องถิ่น ดังนี้

1. ข้อดีสำหรับเกษตรกร

- เพิ่มรายได้ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นช่องทางในการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรจากหลากหลายทาง เช่น การเก็บค่าเข้าชม การจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรแปรรูป การขายผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ เช่น อาหาร ที่พัก
เป็นต้น
- เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้ โดยการนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น แยม น้ำผลไม้ ขนม ฯลฯ

- สร้างงานสร้างอาชีพ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรก่อให้เกิดการสร้างงานและอาชีพใหม่ๆ ให้กับคนในท้องถิ่น เช่น ไกด์นำเที่ยว พนักงานต้อนรับ พ่อค้าแม่ค้า ฯลฯ

- พัฒนาชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยพัฒนาชุมชนท้องถิ่นในด้านต่างๆ เช่น เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม


2. ข้อดีสำหรับนักท่องเที่ยว

- เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตร การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรอย่างลึกซึ้ง ทั้งกระบวนการผลิตอาหาร วิถีชีวิตชนบท และวัฒนธรรมท้องถิ่น

- สัมผัสธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบ

- ผ่อนคลายความเครียด การท่องเที่ยวเชิงเกษตรเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวได้ผ่อนคลายความเครียด จากความวุ่นวายของเมืองใหญ่


3. ข้อดีสำหรับชุมชนท้องถิ่น

- อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียว

- ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงเกษตรช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นได้เผยแพร่วัฒนธรรมและวิถีชีวิตของตนเองให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว
ท่องเที่ยวเชิงเกษตร

แนวทางบริหารจัดการเจ้าของสวนที่ต้องการทำท่องเที่ยวเชิงเกษตร

1. เตรียมความพร้อมของสวน

- วางแผนเส้นทางเดินชมสวนให้เป็นวงรอบ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เห็นกิจกรรมต่างๆ ของสวนอย่างครบถ้วน

- หากมีมุมสาธิต ให้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมสำหรับการสาธิตให้นักท่องเที่ยวชม

2. จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก

- จัดมุมพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว

- จัดมุมบริการอาหารและเครื่องดื่ม จำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก ทั้งของในสวนและของเพื่อนบ้านใกล้เคียง พร้อมทั้งติดราคาให้ชัดเจน

- จัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับทิ้งขยะ แยกเปียก/แห้ง และห้องสุขาที่สะอาด


3. เตรียมบุคลากร

- อาจจ้างมัคคุเทศก์นำชมสวน โดยมัคคุเทศก์ควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสวนเป็นอย่างดี อธิบายได้ชัดเจน มีเกร็ดความรู้และมีการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ

- หากไม่มีงบประมาณจ้างมัคคุเทศก์ อาจฝึกอบรมพนักงานของสวนให้ทำหน้าที่มัคคุเทศก์ได้



ในช่วงฤดูหนาวนี้หลายคนคงกำลังมองหาที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว เรามีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ประสบความสำเร็จจากเกษตรสำนึกรักบ้านเกิดในโซนภาคเหนือมากฝาก
ไร่รื่นรมย์

1. "ไร่รื่นรมย์" อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งโดยคุณศิริวิมล กิตะพาณิชย์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2559

โดยมุ่งเน้นให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม ที่ไร่รื่นรมย์มีกิจกรรมให้ทำมากมาย เริ่มต้นตั้งแต่การพักผ่อนแบบฟาร์มสเตย์ คอร์สเรียนวิถีอินทรีย์ และยังมีคาเฟ่อาหารเพื่อสุขภาพให้บริการด้วย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ไร่รื่นรมย์ เกษตรอินทรีย์ ท่องเที่ยว ออแกนิค Rai Ruen Rom Organic Farm

โอโซนฟาร์ม

2. "โอโซนฟาร์ม" อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ก่อตั้งโดยคุณพิเชษฐ กันทะวงค์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560

เป็นฟาร์มปลูกพืชผักและผลไม้หลากหลายชนิดท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี เหมาะสำหรับวันพักผ่อนแบบครอบครัว มีพื้นที่ให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่น พร้อมทั้งกิจกรรม workshop มากมาย และยังให้บริการอาหารสไตล์ Farm to Table โดยใช้วัตถุดิบที่ปลูกเองในฟาร์ม รสชาติอร่อย สดใหม่ ราคาไม่แพง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : โอโซนฟาร์ม ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ร้านอาหาร Ozone Farm, Melon farm to Table
อุ้มฮุ่มโฮมสเตย์

3. "อุ้มฮุ่มโฮมสเตย์" อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งโดยคุณคณาภรณ์ ธนูธรรมเจริญ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2562

บ้านพักในสวนป่าออร์แกนิคที่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอันสวยงาม มีผักสวนครัวตามรอบบ้าน ผู้มาเยือนสามารถเก็บไปทำมื้ออาหารได้ตามใจชอบ เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ มองหาสถานที่พักผ่อนแบบเรียบง่าย และพึ่งพาตัวเองได้ ตอบโจทย์ผู้ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตแบบชนบทอย่างแท้จริง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : อุ้มฮุ่ม โฮมสเตย์ Aumhum Homestay&Organic Farm

4. "ไร่ธารธรรม" อำเภอเมือง จังหวัดเลย ก่อตั้งโดยคุณธนกัญพัชร ทิ้งโคตร เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2562

ได้พัฒนามาเป็นร้านอาหารและศูนย์เรียนรู้เชิงเกษตร ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ที่ปลูกเองในไร่ รวมไปถึงกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ เช่น การปลูกผัก การเก็บเกี่ยวผลผลิต การทำอาหารจากวัตถุดิบเกษตรอินทรีย์ และกิจกรรมสันทนาการต่างๆ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติและต้องการสัมผัสกับวิถีชีวิตแบบพอเพียง สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : ไร่ธารธรรม จังหวัดเลย ศูนย์เรียนรู้ท่องเที่ยวเชิงเกษตร Thanthamfarm Organic