เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

"Garden Three" สวนเกษตรอินทรีย์บันดาลใจ ปลูกพืชผักปลอดภัยด้วยวิถีธรรมชาติ

24 มีนาคม 2565
1,698
"เราปลูกในสิ่งที่อยากกิน แล้วต้องเป็นสิ่งที่ดี ปลอดภัย เราจึงกล้าขาย" นี่คือความตั้งใจของคุณพิริยากร ลีประเสริฐพันธ์ หรือ พี่วรรณ แห่งสวนผักผลไม้อินทรีย์ Garden Three จ.หนองคาย หนึ่งในเกษตรกรสำนักรักบ้านเกิดประจำปี 2564 ที่วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักพร้อมค้นหาแรงบันดาลใจในการทำเกษตรอินทรีย์กัน
“Garden Three” สวนเกษตรอินทรีย์บันดาลใจ ปลูกพืชผักปลอดภัยด้วยวิถีธรรมชาติ

"พี่เริ่มจากอยากมีกิน และสิ่งที่กินต้องเป็นสิ่งที่ดี ปลอดภัย"

พี่วรรณเล่าถึงความตั้งใจแรกในการทำเกษตรอินทรีย์ ว่าตนเองอยากจะเกษียณ ไม่อยากทำงานหาเงินเพื่อมาดำรงชีวิต แต่ก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยการมีกิน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่กินต้องเป็นสิ่งที่ดี ปลอดภัย อีกทั้งประสบกับที่คุณแม่ป่วย ทำให้พี่วรรณตระหนักได้ว่า การทำงานหนักหาเงินให้ได้เยอะๆ สุดท้ายก็ต้องมาใช้รักษาตัวเอง จึงตัดสินใจมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ ผลิตพืชผลทางการเกษตรที่ปลอดภัยไว้บริโภคเอง

ทำเกษตรในกระดาษก่อนลงมือจริง

จากคนที่แทบไม่มีความรู้ในการทำเกษตรอินทรีย์ หรือมีพื้นเพครอบครัวเป็นเกษตรกรเลย พี่วรรณเริ่มจากการศึกษาความรู้จากอินเทอร์เน็ต ฝึกอบรมความรู้จากๆ จากกลุ่มเกษตรกร แล้วมาเริ่มทำเกษตรในกระดาษก่อนที่จะลงมือปฏิบัติจริง โดยพี่วรรณจะเขียนสิ่งที่อยากกิน อยากปลูก แล้วคิดวิเคราะห์ว่าต้องใช้อะไรในการปลูกบ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ การดูแลรักษาเป็นอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสามารถเก็บเกี่ยวได้
สวน Garden Three ของพี่วรรณจึงตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง เรื่องการทำให้เรามีกินตลอดทั้งปีด้วยผลผลิตอินทรีย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกผักผลไม้อินทรีย์ เลี้ยงไก่อินทรีย์ เลี้ยงปลาอินทรีย์ นอกจากนี้พี่วรรณได้ศึกษาเรื่องการทำอาหารหมักสำหรับสัตว์ ทำปุ๋ยหมักใช้เอง เพื่อลดต้นทุน ลดรายจ่าย และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในไร่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

"การทำเกษตรเหมือนเราต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ"

พี่วรรณเปรียบการทำเกษตรเสมือนการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ เพราะในแต่ละปีปัญหาหรืออุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาก็ไม่เหมือนกัน และเมื่อเราเจอปัญหา เราก็เพียงแค่ค่อยๆ แก้ไขไปทีละขั้น โดยพี่วรรณได้เล่าถึงอุปสรรคในการทำเกษตรที่เคยพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นด้านสภาพแวดล้อม บางฤดูมีแมลงศัตรูพืชเข้าทำลาย หรือโรคพืชระบาด หรือด้านการตลาดที่ในช่วงแรกยังไม่ชำนาญนัก เจอปัญหาผักล้นตลาดบ้าง ขายไม่ได้บ้าง ทำให้พี่วรรณปรับมาขายแบบ Made to order หรือการผลิตตามคำสั่งซื้อนั่นเอง

"ช่วงแรกพี่ปลูกผักสลัดแบบบ้าระห่ำมาก มี 9 แปลง พี่ก็ปลูกทั้ง 9 แปลง พอการตลาดเราไม่แข็งแรง เราก็ขายไม่ได้ เนื่องจากผักมันมีอายุ เมื่อเกิน 35 วันถ้าไม่ตัดขายมันก็จะขม พี่เลยตัดแจก หลังจากนั้นพี่ก็มาวิเคราะห์ปัญหา และแก้ด้วยการไปหาตลาด ร้านอาหาร ร้านค้า โดยทำเป็น Made to order แทน"
นอกจากผักสลัดอินทรีย์แล้วที่สวน Garden Three ยังมีผลผลิตทางการเกษตรอีกมากมาย ทั้งกล้วยน้ำว้า ผลไม้ตามฤดูกาล มะม่วง ลิ้นจี่ และผลผลิตแปรรูปอย่างกล้วยตาก ซึ่งพี่วรรณเสริมว่า "อย่างมะม่วง ลิ้นจี่ เราก็มีหลายสายพันธุ์แต่เราปลูกไม่เยอะ แค่อย่างละต้นเอาแค่พอมีกิน เราจึงปลูกสิ่งที่เราอยากกิน ส่วนกล้วยตาก หนึ่งลูกพี่จะหั่นเป็น 4 ชิ้นตามยาวแล้วนำมาตาก เพื่อให้มีรสสัมผัสที่เหนียวหนึบ ทานเพลิน กินง่าย"

หากใครสนใจอยากลองลิ้มรสผักผลไม้อินทรีย์จากสวนพี่วรรณ สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ทาง Facebook page : Garden Three เกษตรอินทรีย์ วิถีธรรมชาติ

"Garden Three" เกษตรอินทรีย์ วิถีธรรมชาติ

ปัจจุบัน Garden Three มี 2 สวนด้วยกัน สวนแรกมีพื้นที่ 30 ไร่ ปลูกกล้วยและข้าวเป็นหลัก สวนที่ 2 มีพื้นที่ 10 ไร่ โดยเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสานที่มีการปลูกผักผลไม้อินทรีย์ เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา และเน้นการหมุนเวียนทรัพยากรในไร่ รวมถึงเป็นศูนย์การเรียนรู้ของ Young Smart Farmer จ.หนองคาย ซึ่งเปิดโอกาสให้คนที่สนใจทำเกษตรเข้ามาเรียนรู้ทั้งเรื่องการผลิตปุ๋ย การปลูกผัก ไปจนถึงการแปรรูปกล้วยตาก
นอกจากนี้พี่วรรณได้จัดตั้งกลุ่ม "วิสาหกิจชุมชน เจน-เอ็กซ์ยกกำลัง2" โดยมีการทำดินปลูกและเลี้ยงจิ้งหรีด พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนที่สนใจเลี้ยงจิ้งหรีดเข้ามาศึกษาดูงานได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนหรือหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งยังมีชุดทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดขนาดเล็กที่สามารถนำไปเลี้ยงที่บ้านได้ง่ายๆ ประหยัดพื้นที่
ส่วนในด้านการตลาดจะเน้นขายในตลาดชุมชน โดยพี่วรรณได้เสริมเรื่องการแปรรูปจิ้งหรีดว่า "ตอนนี้เรามีแปรรูปเป็นจิ้งหรีดคั่ว ซึ่งในอนาคตเราอยากจะเพิ่มคุณค่าไปถึงขั้นการทำผงโปรตีนจิ้งหรีด เนื่องจากจิ้งหรีดเป็นหนึ่งในโปรตีนทางเลือกที่กำลังมาแรง"

"การเป็นเกษตรกรไม่ใช่เรื่องผิด แต่คุณต้องเป็นเกษตรกรที่มีสติ"

สุดท้ายนี้พี่วรรณได้ฝากถึงคนที่อยากเริ่มต้นทำเกษตรให้เป็นเกษตรกรแบบมีสติ และควรศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสียของการทำเกษตรมาให้ถี่ถ้วนก่อนลงมือจริง รวมถึงให้ลองทำเกษตรในกระดาษก่อน เช่น อยากปลูกอะไรบ้าง ใช้เวลาปลูกกี่วันถึงสามารถให้ผลผลิต ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ต้นทุนเท่าไหร่ และเมื่อผลผลิตออกมาแล้วเราจะขายที่ไหน หรือหากขายไม่ได้เราจะทำอย่างไร โดยพี่วรรณอยากให้คนที่เริ่มทำเกษตรลองคิดถึงแง่ร้ายไว้ก่อน เพื่อเปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันให้เราเมื่อลงมือทำเกษตรจริง

"เราต้องคิดในแง่ร้ายไว้ก่อน จากวันแรกที่เริ่มปลูกจนถึงวันที่ผลผลิตออก เราใช้เงินเท่าไหร่ ใช้เวลาเท่าไหร่ แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไรกับการไม่มีรายได้ หรือลองคำนวนจากรายได้ครึ่งหนึ่งกับรายจ่ายสูงสุด ว่าเราอยู่ได้ไหม แล้วค่อยลงมือทำจริง"

รักบ้านเกิดขอขอบคุณเรื่องราวบันดาลใจและข้อคิดดีๆ สำหรับการทำเกษตรอินทรีย์จากพี่วรรณ Garden Three มากนะครับ ส่วนใครที่ตอนนี้เจอปัญหาหรืออุปสรรคในการทำเกษตรอยู่ รักบ้านเกิดก็ขอส่งกำลังใจให้อีกแรง ทุกปัญหามีทางออกเพียงค่อยๆ แก้ไข และหมั่นเรียนรู้จากปัญหา แล้วนำไปพัฒนาต่อยอดกันนะครับ