เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

นภัสวรรณ สวนเบญจมาศบันดาลใจ

10 กุมภาพันธ์ 2565
727
ต้อนรับเดือนกุมภาพันธ์เดือนแห่งความรักที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิด วันนี้รักบ้านเกิดขอพาไปเยี่ยมชมสวนเบญจมาศนภัสวรรณ บ้านตาติด จังหวัดอุบลราชธานี ของพี่น้ำตาล - นภัสวรรณ เมณะสินธุ์ เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 64
แรกเริ่มพี่น้ำตาลทำอาชีพเป็นพนักงานตรวจ QC ที่โรงพิมพ์มาก่อนและกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง แต่พี่น้ำตาลกับมองว่าอาชีพพนักงานประจำถึงจุดอิ่มตัว เลยตัดสินใจกลับบ้านเกิดด้วยความตั้งใจที่อยากกลับมาอยู่กับครอบครัวและเริ่มเส้นทางเกษตรกร


เดิมที่บ้านพี่น้ำตาลทำอาชีพเกษตรกรอยู่แล้ว แรกเริ่มช่วยพ่อแม่กรีดยางก่อน หลังจากนั้นพี่น้ำตาลเริ่มจากการลองผิดลองถูก อาศัยการเรียนรู้จากเกษตรกรรอบชุมชนและอินเตอร์เน็ต เลยเริ่มทดลองปลูกมันสำปะหลัง ข้าวโพด ผักสวนครัว แต่คิดว่ายังไม่ท้าทายอยู่ดีจึงตัดสินใจลองปลูกดอกเบญจมาศ
สวนเบญจมาศวิถีอินทรีย์

เริ่มด้วยความท้าทายและความหลงใหลในดอกไม้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การปลูกเบญจมาศ ถ้าไม่ใช้สารเคมีเลยก็คงจะเป็นไปไม่ได้ พี่น้ำตาลทำได้แค่ลดสารเคมีทุกทางที่สามารถทำได้เท่านั้น เลยตัดสินใจปลูกแบบเบญมาศวิถีอินทรีย์ มีการนำสารชีวภัณฑ์ ไตรโคเดอร์มา บิวเวอร์เรีย ในการป้องกันกำจัดโรคพืช น้ำหมักต่างๆ เช่น น้ำหมักจุลินทรีย์หน่อกล้วย นำมาใช้แทนฮฮร์โมนจิบเบอเรลลิน เพื่อช่วยในการยืดช่อดอกเบญจมาศ และทำน้ำหมักนมสดจากนมโรงเรียนที่่เหลือจากเด็กนักเรียน นำมาหมักใช้ได้ทั้งในแปลงเบญมาศ ไม่เพียงเท่านั้นยังนำไปฉีดพ่นบำรุงในแปลงมันสำปะหลังเพื่อลดต้นทุนด้านการใช้สารเคมีเพื่อสุขภาพของตนเอง ผู้บริโภค นักท่องเที่ยวและคนในชุมชน


การจัดการในสวนเบญจมาศวิถีอินทรีย์จะมีการวางแผนการผลิตกันไว้ก่อน ตั้งแต่การปลูก การเตรียมดิน การปลูกตามฤดูกาล เนื่องจากอยากให้มีผลผลิตทั้งปีจะมีการปลูกทั้งในและนอกโรงเรือน นอกจากดอกเบญจมาศวิถีอินทรีย์ แล้วก็มีผลผลิตอื่นๆด้วย เช่นดอกคัตเตอร์วิถีอินทรีย์ มาร์การ์เรตวิถีอินทรีย์


ต่อยอดผลิตภัณฑ์ "เบญจมาศอบแห้ง"

พี่น้ำตาลต่อยอดโดยการเอาดอกเบญมาศวิถีอินทรีย์หลากสีนำมาผ่านกระบวนการอบแห้งใส่ขวดโหลคู่กับพระพุทธรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยลูกค้าสามารถเลือกสีของดอกไม้ได้ หรือหากต้องการให้จัดหาพระพุทธรูปองค์ไหนก็สามารจัดหาให้ได้เหมือนกัน โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มข้าราชการที่ซื้อให้เป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ


พี่น้ำตาลยังต่อยอด นวัตกรรมโดยการเพาะพันธุ์เลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์เบญจมาศให้ออกสีใหม่ๆ มากขึ้น จากเดิมที่มีแต่สีเหลือง พอทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อก็จะมีสีต่างๆมากขึ้นทั้ง ขาว ชมพู ม่วง ส้ม เขียว แดง และยังมีสีแปลกใหม่ เช่น ขาวผสมเขียว สีโอรส พอได้การสนับสนุนจากทางศูนย์วิจัยทางวิทยาศาสตร์จึงพาชาวบ้านในชุมชนตาติดเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพันธุ์ดอกไม้พร้อมทั้งทำการตลาดควบคุมไปด้วยทำให้เริ่มมีดอกไม้อื่นๆมากขึ้นทั้ง ดอกเบญจมาศแบบกระถาง และดอกมาร์กาเร็ตกระถาง
ปรับเปลี่ยนชุมชนสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร

หลังจากที่ปลูกดอกเบญมาศวิถีอินทรีย์สำเร็จแล้วพี่น้ำตาลมีความคิดที่อยากจะเปิดสวนเบญจมาศนภัสวรรณเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาถ่ายรูปกับสวนที่เต็มไปด้วยดอกเบญมาศที่จะเปิดให้เที่ยวช่วงฤดูหนาวยาวไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทุกเดือน กุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงาน "เบญจมาศบาน เทศกาลแห่งความรักบ้านติด" ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปดอกเบญจมาศที่บาน สวย สีสันสดใส ก่อนที่จะหมดฤดู

ศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ young smart farmer

หลังจากเริ่มต้นลองผิดลองถูกบนเส้นทางการทำอาชีพเกษตรกรแล้วพี่น้ำตาลได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการต่างๆ เช่น โครงการแปลงเพิ่มศักยภาพแปลงใหญ่ไม้ดอก โครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ให้เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้ผลิตดอกเบญจมาศและแปลงใหญ่ไม้ดอกบ้านตาติด และรับหน้าที่เป็นประชาสัมพันธ์วิทยากรประจำกลุ่ม ผู้ประสานงานในโครงการต่างๆ


การได้เข้าร่วมโครงการ young smart farmer ทำให้มีความรู้และในการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐมากขึ้น ทั้งในเรื่องการแก้ไขปัญหาดินที่เสื่อมสภาพ การงบประมาณ การผลิต จนจัดตั้งเป็นเครือข่ายศูนย์บ่มเพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ young smart farmer และสามารถพากลุ่มวิสาหกิจคนในชุมชนยั่งยืนไปด้วย หากใครต้องการเข้ามาเรียนรู้การปลูกและการวางแผนทำสวนเบญจมาศวิถีอินทรีย์ก็สามารถเข้ามาเรียนรู้ที่สวนได้เลย พี่น้ำตาลยินดีให้คำแนะนำ

ความรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด

พี่น้ำตาลบอกว่า "ส่วนตัวพี่มองว่าการทำเกษตรมันมีทั้งล้มเหลวก็ได้ สำเร็จก็ได้ มันอยู่ที่ความตั้งใจของเรา ถ้าเราตั้งใจทำอะไร มันก็สำเร็จได้ ก่อนที่เราจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เราต้องมีความรู้ก่อน แล้วนำความรู้ที่ได้มาทดลองและลงมือทำ หากทดลองทำแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จภายในครั้งเดียว เราก็ต้องลองต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ" ความสุขบนเส้นทางเกษตรกรของพี่น้ำตาลคือการได้กลับบ้านมาอยู่กลับพ่อแม่และการได้เป็นเจ้านายตัวเองและการได้ช่วยเหลือชุมชนบ้านตาติดให้มีอาชีพ


สุดท้ายนี้พี่น้ำตาลได้ฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่พร้อมทั้งให้กำลังใจว่า "ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด เอาความรู้ที่ได้มา พัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ อยากให้มองเทรนด์ของตลาด ยิ่งในช่วงนี้เป็นเทรนด์ของสุขภาพ อยากให้นำเกษตรวิถีอินทรีย์เข้ามาปรับใช้แล้วนำเอาความชอบของเรามาจับคู่กับเทรนด์และนวัตกรรมและเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์มาปรับใช้"
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ พี่น้ำตาล - นภัสวรรณ เมณะสินธุ์