เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร

ฟาร์มปูนาชญาดา ฟาร์มปูนาบันดาลใจ

06 มกราคม 2565
724
วันนี้รักบ้านเกิดขอพาทุกคนไปค้นหาแรงบันดาลใจในการทำ "ฟาร์มปูนา ชญาดา" ที่มีจุดเริ่มต้นจากความชอบ ต่อยอดสร้างอาชีพสู่ความยั่งยืนของ พี่ทอม หรือ คุณ นราธิป ภูมิถาวร เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด รางวัลชนะเลิศ ปี 2564 จากอดีตครูช่างยนต์ สู่เกษตรกรฟาร์มปูนาวิถีอินทรีย์ สร้างอาชีพและความยั่งยืนทั้งตนเองและผู้อื่น
แรงบันดาลใจที่มาทำปูนาวิถีอินทรีย์

เกิดจากความชอบของภรรยาและตัวเองที่ชอบกินปูนา แต่ไม่สามารถหาปูนาที่สะอาดตามธรรมชาติได้ เลยตัดสินใจลองผิดลองถูกและศึกษาด้วยตัวเองเป็นเวลากว่า 1 ปี โดยมีแนวคิดที่อยากจะให้คนในครอบครัวและคนอื่นๆ ได้กินปูนาที่สะอาด ปลอดภัย เลยตัดสินใจเลี้ยงปูนาในระบบปิดมาตรฐานปลอดภัย ไร้สารเคมี ด้วยการทำบ่อซีเมนต์ใช้น้ำประปาในการเลี้ยงปูนา พร้อมกับนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในฟาร์มปูนาอีกด้วย

ปูนาวิถีอินทรีย์ที่เกิดจากความรัก

พี่ทอมเล่าให้ฟังว่า การเป็นครูช่างยนต์มันไม่สามารถต่อยอดได้และไม่มีเวลาให้ครอบครัวและต้องทำงานไกลบ้าน และบังเอิญไปเจอภรรยาพอดี ซึ่งทั้งตัวพี่ทอมและภรรยาเองเป็นคนที่ชอบกินปูนาอยู่แล้ว แต่หาซื้อปูนาที่สะอาดไม่ได้ เลยตัดสินใจลองเลี้ยงปูนาโดยเน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ


แรกเริ่มที่เลี้ยงปูนายังไม่มีความรู้มากพอ แต่ใช้ความพยายามในการศึกษาลองผิดลองถูกจึงเกิดเป็น การเลี้ยงปูนาในระบบปิด ผ่านการรับรองการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับการผลิตสัตว์น้ำ (GAP) โดยกรมประมง ซึ่งการเลี้ยงแบบนี้ สามารถกำหนดทั้งปัจจัยแวดล้อมด้านนอก ทั้งในเรื่องของน้ำและอาหาร เน้นเรื่องความสะอาดปลอดภัยและมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ เช่น การควบคุมระบบน้ำสปิงเกอร์เพื่อทำหมอก หรือ ฝนเทียม เพื่อให้ปูนาผสมพันธุ์และมีผลผลิตตลอดปี


ส่วนพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้ในการเลี้ยงปูนาได้มาจากแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งในกระบวนการควบคุมน้ำสามารถทำผ่านมือถือได้ ส่วนอาหารที่นำมาเลี้ยงปูนามาจากวัชพืชในฟาร์ม ทั้งผักตบชวาอ่อนๆ รากลำต้น จอกแหน ปลาแห้งบด นำมาทำเป็นอาหารเม็ดในการเลี้ยงปูนา


เส้นทางการเลี้ยงปูนาวิถีอินทรีย์ ทำให้พี่ทอมต้องเจออุปสรรคอยู่หลายครั้งจนรู้สึกท้อ ทั้งในเรื่องของการเลี้ยงที่เกษตรกรในชุมชนยังไม่มีความเข้าใจว่า การเลี้ยงปูนาระบบปิดแตกต่าง จากปูนาที่มีอยู่ตามธรรมชาติอย่างไร ในด้านของผู้บริโภคเองก็ยังไม่มั่นใจหรือยังไม่รู้ว่า "ปูนาวิถีอินทรีย์" คืออะไร ต้องใช้ความพยายามและการให้ความรู้เป็นอย่างมากจนเป็นที่รู้จักมากขึ้น
เพิ่มมูลค่าปูนาวิถีอินทรีย์สู่การแปรรูป

หลังจากที่เลี้ยงปูนาอินทรีย์สำเร็จ พี่ทอม ต่อยอดเพิ่มมูลค่า โดยการเพาะขายพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ปูนาและแปรรูปปูนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆทั้ง น้ำพริกนรกปูนา น้ำพริกแจ่วบองปูนา น้ำพริกมันปูนา กะปิปูนา มันปูสด ปูนาดองและปูนาทอดกรอบรสต้มยำ แรกเริ่มทำเป็นสินค้า OTOP เล็กๆและได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นพี่ทอมเริ่มพัฒนาและปรับปรุงเพื่อให้ผลิตภัณฑ์แปรรูปได้มาตรฐานและสามารถเก็บได้นานขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่าผลิตภัณฑ์ของ "ฟาร์มปูนา ชญาดา" สะอาด ปลอดภัย ไร้สารเคมีแน่นอน ซึ่งในปัจจุบันผลิตภัณฑ์แปรรูปได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจนขยายตลาดการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น เยอรมัน จีน เมียนมาร์


ในช่วงโควิดที่ผ่านมาทางฟาร์มปูนาได้รับผลกระทบเล็กน้อย เนื่องจากจะมีการจัดบูธขายผลิตภัณฑ์แปรรูปตามงานอีเวนต์ต่างๆ ทำให้ไม่สามารถออกบูธได้ พี่ทอมเลยพลิกวิกฤตเป็นโอกาสโดยการเพิ่มช่องทางการขายทางออนไลน์ ทั้งการ Live สด การขายตามแพลตฟอร์มต่างๆทั้ง Shopee, Lazada และตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรแนวใหม่

สิ่งที่พี่ทอมทำมาตลอดคือการผูกมิตรกับคนในชุมชนและชาวบ้านด้วยความที่พี่ทอม เลี้ยงปูนาวิถีอินทรีย์สำเร็จ เลยอยากแบ่งปันความสำเร็จนี้ให้กับคนในชุมชนด้วย โดยการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจขึ้นมาและพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรแนวใหม่ เพื่อให้คนในชุมชนหรือบุคคลภายนอกที่สนใจจะเลี้ยงปูนาวิถีอินทรีย์ เข้ามาเรียนรู้และอบรมฟรี ซึ่งจะมีการจัดอบรมทุกเดือน โดยแต่ละเดือนจะประกาศผ่านทางเพจ facebook ตั้งแต่การเลี้ยงไปจนถึงการแปรรูป ไม่ใช่แค่การเลี้ยงปูนาเท่านั้น พี่ทอมยังให้ความรู้ด้านอื่นๆด้วย เช่น การปลูกพืช การปศุสัตว์ การประมง การปลูกพืชด้านการแพทย์( กัญชา กระท่อม) เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดเพื่อเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับผู้อื่น นอกจากนั้นเวลาที่มีการแปรรูปปูนา พี่ทอมจะเรียกคนในชุมชนหรือคนที่ตกงาน เข้ามาช่วยผลิตสินค้าต่างๆ เพื่อเป็นกระจายรายได้ให้ทั่วทั้งชุมชน
เรียนรู้และลงมือทำ

พี่ทอมกล่าวว่า "การที่เราตัดสินใจมาเป็นเกษตรกรเลี้ยงปูนาวิถีอินทรีย์ นอกจากจะมีความสุขจากการที่ได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัวแล้ว เรายังสามารถกำหนดเวลาของเราในแต่ละวันได้อีกด้วย การเลี้ยงปูนาวิถีอินทรีย์สร้างความยั่งยืนให้ทั้งตัวเองและคนในชุมชน และความภาคภูมิใจที่เราได้ผลิตปูนาวิถีอินทรีย์ที่สะอาดและปลอดภัย ไร้สารเคมีให้กับผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคกินอาหารที่ดีและสุขภาพร่างกายแข็งแรง"


สุดท้ายนี้พี่ทอมฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่ว่า "อยากให้เกษตรกรรุ่นใหม่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ และมีความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาจากสิ่งที่เรามีรอบตัว และพยายามหาจุดยืนของสิ่งที่เราทำให้ได้ เน้นศึกษาหาความรู้ให้ละเอียดถี่ถ้วนและลงมือทำเลย อย่ารอช้า แล้วทุกคนจะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน"


หวังว่าเรื่องราวของ พี่ทอม ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี2564 จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่และจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับทุกคนนะครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ พี่ทอม - นราธิป ภูมิถาวร