เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ผักสมุนไพรในกระถาง ปลูกง่ายกินได้ทั้งครอบครัว
24 กรกฏาคม 2564
330
ในยุคที่โรคภัยไข้เจ็บมาเยือน อะไรที่พอช่วยบรรเทาหรือป้องกันได้บ้างเราก็ต้องรีบสรรหามาไว้ใกล้ตัว และอย่างที่รู้กันว่า ผักสมุนไพรไทยนั้นมีฤทธิ์ต้านโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่การที่เราจะต้องออกจากบ้านบ่อยๆ เพื่อไปหาซื้อผักสมุนไพรต่างๆ มาไว้คู่ครัว ก็คงไม่ดีนัก และด้วยหลายๆ บ้านสภาพพื้นที่ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยต่อการปลูก ไม่มีพื้นที่มากนักหรือบางคนต้องอยู่บนตึก บนคอนโด แต่นี่ไม่ใช่เรื่องยาก แค่หยิบกระถางเล็กๆ มาวางไว้มุมไหนซักมุม แค่นี้ก็มีผักสมุนไพรคู่ครัวเราแล้ว
ก่อนจะปลูกต้องรู้อะไรบ้าง

สิ่งแรกเลยต้องรู้ว่าคนในครอบครัวชอบกินอะไร และไม่ชอบกินอะไร ผักสมุนไพรชนิดไหนที่ใช้กันบ่อยที่สุดและจำเป็นต่อหลายๆ เมนู หรือมีสมุนไพรชนิดไหนบ้างที่สามารถป้องกันโรคภัยให้กับคนในครอบครัวเราได้ ถ้าให้เสนอตอนนี้ ก็คงต้องเป็น ฟ้าทะลายโจร กระชาย ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และผักยอดฮิตที่ขาดไม่ได้ก็คงต้องเป็นกระเพรา ส่วนที่เหลือใครชอบกินอะไร ก็ปลูกแซมๆ กันได้เลย


การเลือกกระถาง เลือกขนาดให้เหมาะกับขนาดต้นของสมุนไพรที่เราจะปลูกแต่โดยส่วนใหญ่มักจะใช้กระถางขนาดตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นไป ไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป ผักสมุนไพรโตได้เต็มที่ และจับวางตรงไหนของบ้านก็ได้ สะดวกดี ส่วนการเลือกพื้นที่สำหรับวางกระถาง ผักสมุนไพรส่วนใหญ่ชอบแดดรำไร พื้นที่โล่ง แต่หากแดดจัด และหาพื้นที่อื่นไม่ได้แล้ว สามารถที่ใช้แสลนกรองแสง 50% มาขึงเพื่อช่วยกรองแสงได้
วิธีปลูกผักสมุนไพรง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้

1. เตรียมเมล็ดพันธุ์ ต้นกล้า กิ่งปักชำ หรือหัวผักสมุนไพร

เมล็ดพันธุ์ผักสมุนไพรนั้น เราสามารถซื้อจากร้านขายวัสดุอุปกรณ์การเกษตรทั่วไปได้ แต่ต้องดูรายละเอียด แต่ต้องดูรายละเอียดที่ซองให้ดีๆ ว่าควรจะปลูกผักชนิดนั้นในฤดูไหน ดูเปอรเซ็นต์การงอก ดูอายุการเก็บเกี่ยว ดูวันเดือนปีที่ผลิต และวันหมดอายุด้วย เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ


หรือถ้าจะให้ดีเลือกเก็บเมล็ดพันธุ์ผักสมุนไพรด้วยตัวเอง ถ้าเป็นเมล็ดจากผลแก่ แบบไม่ตาก จะใช้ระยะเวลาในการงอกประมาณ 20 วัน ซึ่งจะนานกว่าเมล็ดที่ตากแห้งแล้ว 5 วัน แต่เปอร์เซ็นต์การงอกจะสูงกว่า
นอกจากการปลูกด้วยเมล็ดแล้ว ผักสมุนไพรบางชนิด ที่ปลูกด้วยการใช้หัว การเลือกหัวมาปลูกควรเลือกหัวที่แห้ง เพื่อให้เติบโตได้เร็ว


ส่วนต้นกล้าผักสมุนไพร ควรเลือกต้นกล้าที่สมบูรณ์แข็งแรง ผักที่นิยมนำต้นกล้ามาปลูก ก็อย่างเช่น กะเพรา สะระแหน่ ผักชีฝรั่ง เป็นต้น


และสุดท้ายคือการเลือกกิ่งผักสมุนไพรเพื่อนำมาเพาะพันธุ์ด้วยการปักกิ่งชำ ควรเลือกกิ่งชำที่มีความแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่แก่และไม่อ่อนจนเกินไป ผักที่นิยมนำมาปักกิ่งชำ เช่น พริก กะเพรา โหระพา
2. ดินปลูกผักสมุนไพรเตรียมเองได้ไม่ยาก

หลายๆ คนอาจจะสะดวกซื้อดินปลูกที่ผสมแล้วเรียบร้อย แต่เราก็มีสูตรผสมเองมาฝากด้วย เพราะดินไม่ใช่ว่าเราจะไปขุดจากที่ไหนมาปลูกก็ได้ ดินทั่วๆ ไปไม่ค่อยมีธาตุอาหารที่เพียงพอต่อพืช เราจึงต้องนำมาผสมเอง ด้วยการนำวัตถุดิบเหล่านี้มาใช้ กากมะพร้าวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 1 ส่วน, ปุ๋ยหมัก 1 ส่วน, ปุ๋ยคอก 1/2 ส่วน


สูตรนี้สามารถใช้ได้กับผักสุมนไพรทุกชนิด โดยส่วนผสมนี้จะไม่มีการใช้ดินจึงทำให้มีน้ำหนักเบา และสามารถนำไปใช้ปลูกผักในภาชนะแขวนได้ดี
3. วิธีปลูกผักสมุนไพรใส่กระถางจัดวางได้ตามใจ

สามารถที่จะปลูกผักสมุนไพรได้ 3 วิธี ทั้งการเพาะเมล็ด การปักชำ และปลูกแบบใช้หัว


- การเพาะเมล็ด ไม่ควรหยอดเมล็ดลึกเกิน 1 ซม. ลึกไปจะทำให้ต้นอ่อนโผล่ไม่พ้นดิน และเน่าตายได้ และเว้นระยะห่างให้เหมาะสม และหากหว่าน พอต้นอ่อนผักสมุนไพรงอก เลือกต้นที่สมบูรณ์แยกไปใส่กระถางอื่น

- การปักชำ เลือกตัดกิ่งผักสมุนไพรที่ไม่แก่ไม่อ่อนจนเกินไป ตัดกิ่งใต้ตาหรือใต้ข้อ เพราะรากจะแตกบริเวณนั้น ริดใบออก เพื่อไม่ให้น้ำไปหล่อเลี้ยงใบที่ติดมา จะช่วยให้แตกรากได้ดี

- การปลูกแบบใช้หัว ฝังหัวผักสมุนไพรที่ชอบ ให้โผล่พ้นดินขึ้นมาเล็กน้อย ประมาณ 1 ส่วน 4 ของหัว จากนั้นรดน้ำตามปกติ
4. การดูแลและบำรุงผักสมุนไพรในกระถาง

การให้น้ำ - ไม่รดตอนแดดจัด รดพอชุ่ม ทุกเช้า-เย็น

การให้ปุ๋ย - เลือกปลูกเองทั้งทีก็ต้องปลูกแบบอินทรีย์ เพื่อให้ปลอดภัย ด้วยการมองหาผลิตภัณฑ์ดูแลพืชแบบอินทรีย์ไว้ใช้ และควรให้หลังจากเมล็ดงอกประมาณ 30-40 วัน ส่วนการใส่ปุ๋ยสำหรับต้นกล้าที่พึ่งแยกกระถางออกมาควรใส่หลังจากแยกแล้วประมาณ 7 วัน ใส่บางๆ ก่อน เพราะรากแก้วยังไม่แข็งแรงพอ และหลังจากนั้น ควรจะบำรุงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง


เคล็ดลับเล็กๆ ในการให้ปุ๋ยผักสมุนไพรในกระถาง

ควรใช้ปุ๋ยน้ำบำรุงผักสมุนไพรในภาชนะแขวน ถ้าใช้แบบเม็ดจะละลายได้ไม่ดี หากไม่มีปุ๋ยน้ำ ก็ใช้ปุ๋ยเม็ดละลายน้ำได้ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม

5. ดูแล ป้องกัน กำจัดศัตรูพืชในผักสมุนไพร อย่างถูกวิธี

ควรใช้วิธีทางธรรมชาติก่อน ด้วยการใช้มือจับออก และผักสมุนไพรไทยส่วนใหญ่จะมีกลิ่นฉุน ทำให้มีปัญหาเรื่องของแมลงรบกวนค่อนข้างน้อย แต่หากเกิดขึ้นก็สามารถ คั้นน้ำจากใบหรือเม็ดสะเดา ฉีดพ่นตรงที่มีเพลี้ยหรือแมลง และอาจจะใช้น้ำยาล้างจาน 15 CC ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้มากใช้น้อย ลดและเพิ่มประมาณตามสัดส่วนได้เลย ผสมเสร็จนำไปฉีดใต้ใบช่วงเย็น และหากเป็นมด หรือทาก ให้ใช้ปูนขาวโรยบางๆ
6. ได้เวลาก็เก็บผักสมุนไพรมาใช้ประโยชน์กัน

ผักควรเก็บตอนเช้า จะได้ผักสดรสชาติดี ส่วนผักที่ออกผล ต้องเก็บก่อนสุก จะทำให้รสชาติดี และผลดก หากปล่อยให้แก่คาต้นจะทำให้ออกดอกออกผลน้อยลง ลำต้นโทรมง่าย การเก็บผักใบให้เก็บส่วนอ่อนและที่โตได้ขนาด เหลือลำต้นและรากไว้ ไม่ต้องถอนทั้งต้น เพื่อให้งอกใหม่ได้หลาย ๆ ครั้ง ผักสมุนไพรเป็นหัว เก็บได้ในระยะการเติบโตที่เหมาะสม


ผักสมุนไพร ไม่ว่าจะเป็นใบ เป็นต้น เป็นหัว เราก็ปลูกลงกระถางได้หมดเลย ถึงแม้พื้นที่จะน้อยเราก็สามารถที่จะปลูกผักสมุนไพร ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเองได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างกิจกรรมน่ารักๆ กับครอบครัว ด้วยการช่วยกันปลูก ช่วยกันดูแล และเรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมสานสัมพันธ์คนในครอบครัวได้อย่างดีเลยทีเดียว


อ่านจบแล้ว รีบไปเตรียมอุปกรณ์ และมาสร้างสวนผักสมุนไพรเล็กๆ ริมระเบียง หรือตามพื้นที่ต่างๆ รอบบ้านกันดีกว่า ใครปลูกแล้วเป็นยังไง ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะครับ
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณข้อมูล :
ชไสว สุนทร. สรรพคุณสมุนไพรคำกลอน ฉบับย่อ เอกสารประกอบคำบรรยาย เรื่อง ป้องกัน รักษาโรค และบำรุงสุขภาพด้วยพืช ผัก ผลไม้ อาหาร เครื่องดื่ม และยาสมุนไพรที่ปลอดสารพิษ
http://health.kapook.com/view2518.html
http://ittm.dtam.moph.go.th/product_champion/herb2.html
สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เรียบเรียงโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด