เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
3 วิธีกักเก็บน้ำฝนอย่างยั่งยืน
05 มิถุนายน 2564
292
ฤดูฝนมาถึงแล้ววว! ฤดูกาลแห่งความชุ่มช่ำ พืชผลชุ่มชื้น ดินน้ำอุดมสมบูรณ์แบบนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่เกษตรกรจะได้เตรียมกักเก็บน้ำฝนไว้ใช้สำหรับหน้าแล้ง เพราะจะปล่อยให้ฝนตกไหลซึมดินไปโดยเปล่าประโยชน์ก็น่าเสียดาย ว่ามั้ย?
วันนี้เราขอเสนอ 3 วิธีกักเก็บน้ำฝนอย่างยั่งยืนมาให้เกษตรกรลองปรับใช้กัน มีอะไรบ้าง ไปดูเลย!
วิธีที่ 1 เก็บน้ำฝนใส่โอ่งซีเมนต์

เรียกว่าเป็นวิธีเก็บน้ำฝนสุดเบสิค ที่ทำง่ายและไม่ต้องลงทุนลงแรงเยอะ เพียงใช้แค่โอ่งซีเมนต์วางในพื้นที่กลางแจ้งแล้วรอให้น้ำฝนตกลงมา หรือจะทำเป็นเพิงหลังคาสังกะสีแล้วมีรางน้ำไหลลงจากหลังคาสู่โอ่งก็ได้เช่นกัน โดยเกษตรกรสามารถต่อท่อน้ำที่ก้นโอ่งทุกโอ่งให้เชื่อมถึงกันแล้วต่อท่อลงไปยังสวนหรือพื้นที่ทำเกษตรได้อีกด้วย
วิธีที่ 2 ขุดสระเก็บน้ำฝน

อีกวิธีที่ได้รับความนิยมไม่น้อยคือการขุดสระน้ำเก็บน้ำฝน ซึ่งวิธีนี้เกษตรกรอาจต้องลงทุนลงแรงขึ้นมาหน่อย เหมาะสำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่เยอะ เนื่องจากการขุดสระควรมีขนาดพื้นที่อย่างน้อย 1 ไร่ เพื่อใช้ได้เพียงพอช่วงหน้าแล้ง โดยควรขุดสระบริเวณที่ลุ่มต่ำ ที่มีลักษณะเป็นดินดานช่วยในการเก็บน้ำได้ดี และหลีกเลี่ยงการขุดสระบนเนินดินเนื่องจากน้ำไม่สามารถไหลเข้าไหลเข้าสระได้


ส่วนความลึกของสระน้ำควรอยู่ที่ 4-5 เมตร เผื่อน้ำระเหยออกไป โดยขุดสระน้ำให้มีความลาดเอียง 45 องศา อัตรา 1:1 และให้มีตะพักน้ำเพื่อป้องกันตลิ่งทรุดในช่วงน้ำน้อย รวมถึงเปิดทางให้น้ำหลากไหลลงสระด้วย โดยบริเวณรอบสระน้ำแนะนำให้เกษตรกรปลูกหญ้าแฝกช่วยยึดตลิ่ง รอบคันสระอาจปลูกไม้ผลที่ใช้น้ำน้อยแซมด้วยพืชผักสวนครัวได้ นอกจากนี้ภายในสระเก็บน้ำฝนเกษตรยังสามารถเพาะเลี้ยงปลาเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย


หากเกษตรกรมีพื้นที่น้อยแนะนำให้แบ่งพื้นที่ 30% สำหรับขุดสระน้ำ โดยอาจจะขุดเป็นสระเดี่ยว ขุดหลายสระ หรือขุดคลองไส้ไก่ร่วมด้วยก็ได้ แต่ให้มีความตื้นลึกตามธรรมชาติตั้งแต่ ตื้น 1 เมตรจนถึงลึก 4-8 เมตร เพื่อให้พืชและสัตว์สามารถเจริญเติบโตได้ เท่านี้เกษตรกรก็จะได้สระเก็บน้ำฝนไว้ใช้ยามหน้าแล้งแล้ว


วิธีที่ 3 ขุดบ่อเก็บน้ำฝนใต้ดิน หรือ การเติมน้ำใต้ดิน

หน้าฝนแบบนี้โอกาสที่ฝนตกหนักจนน้ำท่วมหรือน้ำหลากก็เกิดขึ้นได้ การขุดบ่อเก็บน้ำฝนใต้ดินหรือการเติมน้ำใต้ดิน เป็นอีกวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง และยังสามารถกักเก็บน้ำหลากในฤดูฝนไว้ใช้ในฤดูแล้งได้ด้วย


หลักการของการเติมน้ำใต้ดิน คือ การเพิ่มเติมปริมาณน้ำโดยการนำน้ำที่เหลือใช้หรือในช่วงที่น้ำท่วมหลากเติมลงสู่ใต้ดิน (ชั้นน้ำบาดาลระดับตื้น) ในพื้นที่ที่เหมาะสมหรือต้องการ เพื่อเก็บสะสมน้ำไว้ใช้โดยฝากไว้ในดินเปรียบเหมือนธนาคารน้ำใต้ดิน ยิ่งฝนตกมากน้ำท่วมขังเยอะ เราก็สามารถเก็บน้ำฝนไว้ใต้ดินมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นในดินและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปด้วย


โดยการเติมน้ำลงสู่ใต้ดินมีหลายวิธี ดังนี้
ขอบคุณภาพจาก : กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (https://bit.ly/3pgocQ4)


1. เติมน้ำใต้ดินผ่านบ่อวงคอนกรีต

วิธีนี้เป็นการรวบรวมน้ำฝนและน้ำที่ไหลหลาก โดยเกษตรกรสามารถนำบ่อบาดาลที่ไม่ใช้แล้วมาดัดแปลงเป็นบ่อเติมน้ำได้

- ขั้นแรกสำรวจบ่อวงเดิม ทำความสะอาดและขุดรื้อวงคอนกรีตที่ชำรุดออก ใส่วงคอนกรีตใหม่ทดแทน และวางเครื่องสูบน้ำ
- ต่อท่อกรองน้ำเข้ากับบ่อวงเดิม ใส่กรวดทรายกรองน้ำรอบท่อกรอง แล้วเป่าล้างบ่อน้ำตื้นเดิมเพื่อช่วยให้บ่อสะอาด โดยกรวดทรายจะช่วยกรองน้ำลงใต้ดินให้สะอาดยิ่งขึ้น
- วางท่อเซาะร่องบริเวณปากบ่อเติมน้ำในลักษณะ 4 ทิศทาง แล้วใส่กรวดกรองน้ำและทรายหยาบทับชั้นนอีกครั้ง เพื่อช่วยกรองน้ำก่อนใส่เข้าสู่บ่อวง
ขอบคุณภาพจาก : กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (https://bit.ly/3pgocQ4)


2. เติมน้ำใต้ดินโดยน้ำฝนจากหลังคา

- ขุดบ่อหรือสระสำหรับเติมน้ำ โดยความลึกต้องไม่เกิน 15 เมตร
- ติดตั้งรางรับน้ำฝนบริเวณชายคาบ้านเรือน
- ต่อท่อรับน้ำฝนจากรางลงสู่บ่อหรือสระที่ขุดเตรียมไว้
- ใส่กรวดทรายกรองน้ำในบ่อหรือสระขนาดเล็กที่รับน้ำฝน เพื่อกรองน้ำให้สะอาดก่อนไหลเติมลงสู่ชั้นบาดาล
ขอบคุณภาพจาก : กรมทรัพยากรน้ำบาดาล (https://bit.ly/3pgocQ4)


3. เติมน้ำใต้ดินผ่านสระ

- ขุดสระสำหรับเติมน้ำบริเวณใกล้ลำคลองหรือแหล่งน้ำ ที่อยู่ในพื้นที่ที่สามารถรับน้ำหลากได้ โดยขุดให้ลึกถึงชั้นน้ำใต้ดินระดับตื้น (ความลึกไม่เกิน 15 เมตร)
- วางแนวท่อพร้อมทำรางระบายน้ำจากพื้นที่น้ำหลากให้ไหลลงสู่สระน้ำ อาจสร้างบึงประดิษฐ์ระหว่างแหล่งน้ำและสระได้
- ใส่หิน กรวดทรายบริเวณพื้นสระแล้วปรับภูมิทัศน์โดยรอบ เพื่อเป็นการกรองน้ำให้สะอาด

โดยเกษตรกรสามารถเลือกวิธีกักเก็บน้ำฝนที่ถูกใจและเหมาะกับพื้นที่ทำเกษตรได้เลย รับรองว่าทำตามนี้ ไม่ว่าจะแล้งครั้งไหนเราก็ยังมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล : https://bit.ly/3pgocQ4
เกษตรก้าวไกล : https://bit.ly/3p2WNRx
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ : http://www.onwr.go.th/