เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ทำไม??? ต้องตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์
03 มิถุนายน 2562
951
เป้าหมายหลักของการตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก็คือ การสร้างหลักประกันความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ และการช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อหาผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ได้อย่างถูกต้อง ด้วยการสังเกตุจากตรารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ การตรวจสอบรับรองจึงเป็นกลไกที่ช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อตลาดเกษตรอินทรีย์เริ่มขยายตัว มักจะมีผู้ผลิตบางรายที่ไม่ได้ทำเกษตรอินทรีย์จริง แต่กลับกล่าวอ้างว่าเป็นเกษตรอินทรีย์ การกระทำดังกล่าวสร้างความสับสนและความไม่เชื่อถือต่อเกษตรอินทรีย์โดยรวม นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนมากไม่มีโอกาสที่จะได้พบปะโดยตรงกับเกษตรกร หรือมีโอกาสในการสอบถามถึงขั้นตอนการผลิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริโภคที่อยู่ห่างไกลออกไป ดังนั้นการรับรองมาตรฐานจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเป็นการสร้างหลักประกันให้กับผู้บริโภคได้รับรู้ว่า ผลิตภัณฑ์ใดบ้างที่มีการผลิตตามกระบวนการเกษตรอินทรีย์จริง
นอกจากนี้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาอุตสาหกรรม ผู้ผลิตจำเป็นต้องได้รับการตรวจรับรองจากหน่วยงานที่ได้รับการยอมรับก่อน ทั้งนี้เป็นเพราะว่าประเทศผู้นำเข้าบางประเทศมีกฏหมายหรือระเบียบควบคุมการใช้ฉลากเกษตรอินทรีย์บนผลิตภัณฑ์ เช่น สหภาพยุโรปได้ออกกฎหมายตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2534 ควบคุมผลิตภัณฑ์ที่จะติดฉลากเกษตรอินทรีย์ หรือในประเทศญี่ปุ่นก็มีกฎหมายในทำนองเดียวกันออกมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2544 กฎหมายเหล่านี้มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันคือ กำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากเกษตรอินทรีย์จะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานโดยหน่วยงานรับรองที่เชื่อถือได้ และผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต้องผลิตโดยกระบวนการที่เป็นไปตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ประเทศนั้นได้กำหนดขึ้น
สำหรับเกษตรกรส่วนหนึ่งที่ทำการผลิตเพียงเพื่อเลี้ยงชีพในครอบครัว หรือมีโอกาสจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง การตรวจสอบรับรองมาตรฐานก็อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นแต่อย่างใด

โดยสรุป การตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์มาตรฐานนั้นมีประโยชน์ในหลายด้านด้วยกัน ไม่ใช่เฉพาะด้านการตลาด เช่น

- การตรวจสอบรับรองมาตรฐานช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในการเลือกซื้อหาและบริโภคผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ จึงเป็นการช่วยส่งเสริมการตลาดของผลผลิตเกษตรอินทรีย์

- การตรวจสอบรับรองมาตรฐานช่วยปกป้องผู้ผลิตที่ทำการผลิตด้วยกระบวนเกษตรอินทรีย์จริง จากการกล่าวอ้างโดยผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะในระยะหลัง เมื่อตลาดเกษตรอินทรีย์ขยายตัวมากขึ้น ก็มักเกิดกรณีสินค้าไม่ได้มาตรฐานหรือหลอกลวงแอบอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดทั้งที่เป็นผลผลิตที่สามารถทำการผลิตได้เองภายในประเทศ การตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์จึงมีบทบาทในการปกป้องเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศได้ในระดับหนึ่ง

- การส่งออกผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ไปต่างประเทศ มีหลายประเทศที่มีระเบียบกฎหมาย หรือข้อกำหนดทางการตลาดที่กำหนดให้มีการตรวจสอบรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ในกรณีเช่นนี้การรับรองมาตรฐานช่วยเปิดตลาดที่กว้างขึ้น เพิ่มจากตลาดเดิมให้กับผู้ผลิต

- เนื่องจากระบบการตรวจสอบรับรองมาตรฐานกำหนดให้เกษตรกรต้องจดบันทึกข้อมูลการผลิตต่างๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

- ข้อมูลที่หน่วยงานรับรองมาตรฐานรวบรวมขึ้นมาจากการตรวจฟาร์มนับเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ในการวางแผนการตลาด การกำหนดนโยบาย และการวางแผนการวิจัยสนับสนุน
และนี่คือเหตุผลที่เกษตรกรต้องตรวจรับรับมาตรฐาน เพราะการรับรองมาตรฐานช่วยยกระดับของขบวนการเกษตรอินทรีย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นการเกษตรที่ช่วยอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และปกป้องคุ้มครองผู้บริโภค การรับรองมาตรฐานอาจใช้เป็นเกณฑ์ในการสนับสนุนเกษตรอินทรีย์โดยหน่วยงานราชการหรือเอกชน ยกตัวอย่างเช่น นโยบายการให้เงินอุดหนุนฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ภายใต้นโยบายส่งเสริมการเกษตรที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป เกษตรกรจะต้องได้รับการตรวจสอบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก่อน จึงจะมีสิทธิสมัครขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

และสิ่งที่สำคัญมากไปกว่านั้น คือการได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นและมั่่นใจในผลิตภัณฑ์ เป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้ผู้บริโภคมองหาความปลอดภัยให้กับชีวิต มองหาอาหารที่ดีและประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : มูลนิธิสายใยแผ่นดิน
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×