เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
คนไทยตายผ่อนส่ง เคมีตกค้างในผักอื้อ!!!
27 พฤษภาคม 2562
1,132
ผักแหล่งรวมวิตามินที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย.... เหตุใดพาคนไทยตายผ่อนส่ง
แน่นอนว่าการกินผักเป็นประจำนั้น จะส่งผลดีต่อร่างกาย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ตามมา ที่เราหลายคนอาจจะละเลยหรือบางที มันกลายเป็นสิ่งที่เรานั้นเลี่ยงไม่ได้คือ เคมีปนเปื้อนในผัก จึงทำให้เรานั้นต้องหาหลากหลายวิธีเข้ามาช่วยเพื่อลดเคมีที่ตกค้างเหล่านั้น
จากการตรวจการตกค้างของสารเคมีอยู่ในพืชผักที่จำหน่ายในท้องตลาดพบว่ามีผักสด10ชนิด ที่มีการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในปริมาณสูงได้แก่ กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริก แตงกวา กะหล่ำปลี ผักกาดขาวปลี ผักบุ้งจีน มะเขือ และผักชี หากได้รับยาฆ่าแมลงตกค้างในปริมาณมากจะทำให้เวียนศีรษะ หน้ามืด ท้องร่วง อาจเกิดหัวใจวายและตายได้ในที่สุด แต่ถ้าได้รับในปริมาณน้อยๆ ค่อยๆ สะสมในร่างกาย เรื้อรังเป็นภัยเงียบ แบบที่เรียกกันว่า "ตายผ่อนส่ง" กว่าจะแสดงอาการอาจใช้เวลานาน แรมเดือน แรมปี ส่งผลให้กลายเป็นหมัน เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต และมะเร็งในที่สุด นอกจากนี้ยังตรวจพบการปนเปื้อนของเชื้ออีโคไลและเชื้อซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคอาหารเป็นพิษในผักที่นิยมรับประทานเป็นผักแบบสดๆ เช่น ผักกาดหอม ต้นหอม ผักชี กะหล่ำปลี ผักชีฝรั่ง โหระพา สะระแหน่ ใบบัวบก ถั่วพู แตงกวา ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการใช้ปุ๋ยจากมูลสัตว์ในการเพาะปลูก โดยเชื้อเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสัตว์และถูกขับถ่ายออกมากับมูลของสัตว์ เมื่อนำปุ๋ยจากมูลสัตว์มาใช้ในการเกษตรเชื้อโรคนี้ก็อาจปนเปื้อนในผลผลิตได้ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารได้
ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรคำนึงถึงความปลอดภัยในการกินผัก ก่อนกินหรือนำผักมาปรุงอาหาร ต้องล้างให้สะอาดทุกครั้งเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้างหรือการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค ให้ล้างด้วยน้ำไหล แล้วแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาที หรือแช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด หรือใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้ สามารถลดสารเคมีตกค้างจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายได้
"ชีวิตนี้อยู่ยากมากขึ้นทุกวันจริงๆ นะคะ ทุกวันนี้คำว่า "ผักปลอดสารเคมี" "ผักปลอดภัยจากสารพิษ" "ผักไร้สารพิษ" หรือแม้กระทั่ง "ผักไฮโดรโปนิกส์" ที่วางขายตามท้องตลาดและซุปเปอร์มาร์เกตทั้งหลาย ฟังแล้วอาจจะดูดีสำหรับเรา แต่ผักเหล่านี้ยังคงอนุญาตให้มีการใช้ได้ ทั้ง ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมนสังเคราะห์ เพียงแต่ไม่อนุญาตให้ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ในขั้นตอนการเพาะปลูก ถึงแม้ว่าจะเก็บเกี่ยวในระยะปลอดภัย แต่ก็อาจจะยังมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ซึ่งหากเราบริโภคเข้าไปเป็นระยะเวลานาน ๆ ก็จะส่งผลต่อสุขภาพของเราได้"

และดูเหมือนว่า "ผักอินทรีย์" หรือ "ผัก Organic " เท่านั้น ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ ทั้งปุ๋ยเคมี ฮอร์โมนสังเคราะห์ และสารเคมีกำจัดศัตรูพืชใดๆ ในขั้นตอนการเพาะปลูกทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นสิ่งไหนที่เราเลือกได้ เราควรจะเลือกในสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเราจริง ๆ ที่สำคัญเรายังจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน และส่งเสริมให้เกษตรกรไทยก้าวสู่วิถีอินทรีย์ และขยายพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ให้เพิ่มขึ้นให้ได้ภายในปี 2564 นี้ ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ...

"ให้เราทุกคนมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความยั่งยืนในการใช้ชีวิต และปล่อยให้คำว่า "ตายผ่อนส่ง" เป็นเพียงตำนาน"
แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ภาพโดย : acworksจากPhotoAC // Pixabay
   
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×