เกษตรกรต้นแบบ
"ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง : Whispering Cafe คาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศสุดชิล"
 15 ธันวาคม 2563   710
จ.นครปฐม
ทำในสิ่งที่เรารัก
แล้วเราจะประสบความสำเร็จ

คติที่คุณวิทย์ได้ใช้ในการทำงานจริง ๆ ก็คือ "ทำในสิ่งที่เรารัก" ถ้าเราทำในสิ่งที่เรารัก วันหนึ่งมันจะเห็นผล คนที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คิดวันนี้ทำวันนี้แล้วพรุ่งนี้จะประสบความสำเร็จ บางอย่างถ้าเรามั่นใจว่าเรารักแล้ว เราทำมันอยู่แล้ว เราพัฒนา เรามุ่งมั่น เราทำมันตลอดเวลา วันหนึ่งอย่างไรมันก็จะต้องประสบความสำเร็จ ไม่ต้องยกตัวอย่างคนอื่นเลย แค่ของคุณวิทย์จริง ๆ แล้วเราทำมันด้วยใจจริง ๆ แต่เราไม่เคยรู้ว่ามันคืออาชีพที่ดีหรือ มันจะกลายเป็นอาชีพหรือเป็นธุรกิจของเราในอนาคต แต่เราทำมันมาสม่ำเสมอตั้งแต่เล็กจนโต ทำมาเรื่อย ๆ สามารถไปเรียนแล้วก็กลับมาปลูกต้นไม้ ไปทำอะไรก็ยังไม่ทิ้งการปลูกต้นไม้ แล้ววันหนึ่งสิ่งเหล่านี้มันก็ตอบแทนเรากลับมา วันหนึ่งพอ passion เราชัดเจน มีคนมาเห็น มีคนมาชื่นชม มีคนมาถ่ายทอดความรู้สึกของเราออกไป มันทำให้คนเห็นตัวตนของเรา สิ่งที่เราทำ สิ่งที่เรารัก มันเกิดผล มันเกิดเป็นอาชีพ มันเกิดเป็นธุรกิจที่ต่อยอดไปได้เรื่อย ๆ

จุดเริ่มต้นของ "ลิตเติ้ล ทรี" ต้นไม้เล็ก ๆ อันนี้คือสิ่งที่ครอบครัวคุณวิทย์ปลูกฝังมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย แล้วคุณวิทย์โตมากับธรรมชาติ เป็นครอบครัวเกษตรกร รักและผูกพันแล้ว คิดว่าทำแล้วมันมีความสุข ทำแล้วมันทำให้เรารู้สึกว่ามีพลัง มันให้พลังกับเรา มันเหมือนมันมีพลังในการใช้ชีวิต เลยรู้สึกว่าขาดต้นไม้ไม่ได้ เราขาดกันไม่ได้ เรารู้สึกว่าเราอยู่กับมัน เรามีพลัง เราทำอย่างน้อยเราเห็นความเขียวขจี เราเห็นความสวยของใบ ของลำต้น มันทำให้รู้สึกว่าเราไปต่อได้ เราทำอย่างอื่น เราชาร์ตแบต เรามีพลังในการไปทำงานไปใช้ชีวิตอย่างอื่น ออกไป เดินทาง ออกไปทำงานข้างนอกได้ อันนี้คือสิ่งที่เราคิดเสมอมา ก็คิดว่าจะทำมันจนวันตาย

ถ้าจะให้แนะนำสำหรับคนที่อยากจะปลูกต้นไม้ ต้องดูก่อนว่าเราถนัดไหม คุณวิทย์เชื่อว่าถ้าเราชอบอยู่แล้ว นิสัยรักอยู่แล้ว ชอบต้นไม้อยู่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องรู้ว่าเราเหมาะกับต้นอะไร หรือบางคนอย่างที่บอกว่าบางคนชอบก็ชอบแบบลงลึกไปเลยจริงจังไปเลยก็ดี แต่ด้วยอาชีพอย่างที่บอกมันต้องมีความหลากหลาย บางคนที่ลงลึกแล้วตัดลงไปเลยว่าแคคตัสก็แคคตัส ไม้ใบก็ไม้ใบ ก็ดีนะ มันเป็นเรื่องง่ายต่อการดูแลในพื้นที่ของเรา

ในการทำงานของเรา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูแลต้นไม้ แต่คนที่ไม่ได้รักแต่อยากทำคิดว่าต้องหาเวลา เพราะว่าต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต มันไม่ใช่เซตแล้วปล่อย เซตแล้วทิ้งเลยมันไม่ใช่ คุณจะปลูกต้นไม้คุณต้องรู้ก่อนว่าคุณจะมีเวลาหรือเปล่า สิ่งแน่ ๆ สำคัญแน่ ๆ ถ้าคุณคิดว่าปลูกซื้อได้เซตได้แต่ไม่มีเวลาไม่มีคนดูแลอันนี้คือไม่ได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ก่อนจะปลูกต้นไม้จะต้องถามตัวเองก่อนว่าเรามีเวลาดูแลไหม เรามีคนดูแลให้เราไหม มีคนรดน้ำให้เราไหม เพราะตรงนั้นมันคือสิ่งมีชีวิต เพราะฉะนั้นถามตัวเองก่อนว่าเราดูแลมันได้ไหม แต่พี่เชื่อว่าการปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งสำหรับคนที่ไม่เคยปลูกเลย พอปลูกต้นไม้ต้นหนึ่งรอดจะรู้สึกภูมิใจและอยากปลูก

แล้วก็จะมีต้นที่สองที่สามตามมาแน่นอน แต่ถ้าใครคิดว่าปลูกแล้วก็ตายมือร้อนไม่เคยรอด กลับไปทบทวนว่าสาเหตุอะไรที่ต้นไม้ตาย มีแค่ไม่กี่ปัจจัย ไม่แดดน้อยไป ก็แดดเยอะไป ไม่น้ำเยอะไปก็น้ำน้อยไป อันนี้จะเป็นหลักหลักง่ายง่าย เลยส่วนเรื่องโรคเรื่องศัตรูพืชมันเป็นเรื่องที่แน่นอน มันมีผลกระทบกับต้นไม้อยู่แล้ว แต่เรียกว่าคนที่เริ่มปลูกจะไม่มีปัจจัยหลักของพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง มันจะเป็นแค่เรื่องการดูแลเป็นหลัก เพราะฉะนั้นถามตัวเองก่อนว่าพร้อมที่จะปลูกไหม แล้วก็เรียนรู้กับมัน แน่นอนว่าต้นไม้ต้องการแสงแดด แต่ว่าไม้บางชนิดก็อยู่ร่มได้ เพราะฉะนั้นเราก็จะต้องไปเรียนรู้อีกว่าพื้นที่ของเราเหมาะกับต้นไม้อะไรแล้วค่อยไปโฟกัสมัน focus ต้นไม้บางชนิดแล้วค่อยเลือกที่จะสะสมหรือเลือกที่จะปลูกมันอย่างจริงจัง

แต่ที่แนะนำและอยากให้ลองก็คือไม้ใบ เพราะมันเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มาก และเป็นสิ่งที่ดูแลง่ายมาก แล้วก็ขยายพันธุ์ง่ายมาก แล้วมันมีความหลากหลายในแต่ละชนิดของมัน มันก็จะแตกแขนงแยกออกไป ต่างออกไปในแต่ละรูปแบบของใบขนาดของต้น มันมีเรื่องของ detail เล็ก ๆ ที่พอเราสะสมมาแล้ว เราจะรู้สึกรักเลย ต้นนี้สวยอีกแบบหนึ่ง ต้นนี้มีเสน่ห์อีกแบบหนึ่ง แล้วพอเราเล่น เรารู้สึกว่ามันมีของสะสมที่เราอยาก มันเป็นสิ่งอย่างหนึ่งที่ไม่ต่างกับผู้หญิงที่สะสมกระเป๋าสะสมเครื่องประดับ อย่างน้อยก็ได้ความสุขจากการสะสม ได้เลี้ยงมัน ได้ขยายพันธุ์ ได้เห็นมันเติบโต ให้เรารู้สึกว่าเด็กหรือคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาลองดูลองทำเป็นงานอดิเรกดู วันหนึ่งมันอาจจะเป็นอาชีพที่จริงจังต่อยอดเป็นธุรกิจเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มากกว่างานประจำก็ได้

เพราะว่าหลายคนตั้งแต่โควิดผ่านมาทำให้คนเห็นความสำคัญของต้นไม้เยอะขึ้นมาก เพราะคนมีเวลา ทำให้เลี้ยงต้นไม้รอด พอรอดก็รู้สึก สนุกแล้วรัก แล้วอยากทำ พอทำแล้วมันกลายเป็นอาชีพ การค้าขายสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน ไม่จำเป็นจะต้องมีเนอสเซอรี่ใหญ่ ๆ จริง ๆ แล้วอยู่กับบ้านเลี้ยงเป็นงานอดิเรกแล้วสามารถเป็นอาชีพได้ หรือบางคนถ่ายรูปสวย เก่งโซเชียล ทำ Pages หรือบางคนจบดีไซน์มา ทำกระถางถ่ายคู่กับต้นไม้ที่มันสามารถเอาไปต่อยอดได้ หลายคนกลายเป็นอาชีพหลักไปเลย กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ที่ดี สำหรับหลายหลายคนอันนี้คือสิ่งที่น่าสนใจ และอยากให้น้อง ๆ หรือคนรุ่นใหม่ลองดู ต้นไม้ไม่ใช่สิ่งตายตัว ต้นไม้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดูแลหรือสนใจ

ต่อยอดมาจาก Little Tree ซึ่งเปิดมาประมาณ 20 ปีแล้ว เริ่มแรกเลยก็คือเริ่มมาจากโรงเรียนของพี่วิทย์เป็นโรงเรียนสอนภาษาของพี่วิทย์และพี่ปิ๋ม ด้วยความที่มีเด็กนักเรียนเพิ่มขึ้นและมีผู้ปกครองมารอนักเรียนเยอะขึ้น ก็เลยต้องทำอาหารและขนมให้เด็ก ๆ มีของว่างรับประทาน ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของ Little Tree cafe เริ่มจากเมนูแค่ไม่กี่เมนู แล้วก็ค่อย ๆ พัฒนาเพิ่มเมนูชนิดของอาหารมากขึ้น รองรับลูกค้าได้มากขึ้น จนลูกค้าของ Little Tree เริ่มโต ก็เลยรู้สึกว่าเริ่มที่จะต้องมีพื้นที่เพื่อปลูกวัตถุดิบบางส่วนเพื่อนำไปเสิร์ฟในร้าน Little Tree รวมทั้งดอกไม้ที่เอาไว้ตกแต่งร้าน ตกแต่งอาหาร

ส่วนตรงพื้นที่นี้ ที่ Whispering Land จริง ๆ แล้ว มันเริ่มมาประมาณ 10 ปีแล้ว แต่ตัวคาเฟ่จริง ๆ เพิ่งเริ่มได้หนึ่งปีที่แล้ว สาเหตุที่ทำ Whispering Cafe ก็คือ จริง ๆ แล้ว Little Tree เริ่มมีผู้คนที่มาเยือนมากขึ้น มันเริ่มมีมุมที่ไม่สงบ หรือมุม private มันจะน้อยลง ไม่เหมือนกับจุดเริ่มต้นแบบแรกที่คนมาแล้วรู้สึกว่าได้ว่ามาบ้านเพื่อน ได้มาบ้านญาติ แล้วก็มานั่งชิวชิว อยู่ได้ทั้งวัน พอมาแล้วเริ่มมีความวุ่นวาย ด้วยความที่มีคนมาเยือน ลิตเติ้ล ทรี เยอะมากขึ้น มีคนมากินอาหารเยอะขึ้น มันก็เลยรู้สึกว่าความสงบของ Little Tree หายไป ก็เลยรู้สึกว่าจะต้องหาพื้นที่มารองรับลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ต้องการมาเสพบรรยากาศ เสพธรรมชาติ แล้วอยู่กับมัน อยู่นิ่ง ๆ แล้วมีความสุขกับธรรมชาติ ดังนั้นก็เลยขยับขยายพื้นที่ตรงนี้

จริง ๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ก่อนหน้านี้เคยทำอีเวนท์มาก่อน มีตลาดนัดปีละครั้ง เสียงตอบรับดีมาก ทุกคนอยากกลับมา ในช่วงระหว่างปีที่นี่ไม่มีงาน แต่คนก็อยากจะกลับมาที่พื้นที่แห่งนี้ คุณวิทย์ก็เลยรู้สึกว่าคงจะต้องเปิดพื้นที่แห่งนี้เพื่อรองรับลูกค้า แล้วให้ลูกค้าได้มาเยือนมากขึ้น ประกอบกับว่าพี่วิทย์ทำค่ายเด็กกับโรงเรียนอยู่แล้ว จะต้องมีกิจกรรมของเด็กอยู่แล้ว มาเก็บไข่เป็ด มาเก็บดอกไม้ มาทำกิจกรรมศิลปะ มาทำขนม ซึ่งมันเป็นกิจกรรมที่มีมาโดยตลอดอยู่แล้ว ก็เลยทำอาคารขึ้นมารองรับเด็กนักเรียนด้วย แล้วเสาร์ - อาทิตย์ เป็นคาเฟ่ด้วย แล้วในความที่มันเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เต็มไปด้วยธรรมชาติ มันก็เลยมีกลุ่มลูกค้าที่ทำงานโฆษณา ทำงานแฟชั่น เป็นพื้นที่ให้เขาได้มาถ่ายงาน ถ่ายหนังสือ ถ่ายโฆษณา ได้มาถ่ายมิวสิควิดีโอ ได้มาถ่ายเอ็มวี เป็นพื้นที่ที่เป็นโลเคชั่น เป็นทั้งคาเฟ่ เป็นสถานที่เรียนรู้ของเด็ก ๆ ที่มาเข้าค่าย มีทั้งกลุ่มของคนโต มาเรียนปลูกต้นไม้ มาเรียนทำขนม มาเรียนย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติ มาทำเวิร์คช็อปที่เกี่ยวกับธรรมชาติ ก็เปิดเป็นพื้นที่เพื่อรองรับสิ่งเรานี้ด้วย

ที่มาของดีไซน์ของ Whispering Land นี้คือ เมื่อทำคาเฟ่ลิตเติ้ลทรีมาแล้ว ก็อยากให้อารมณ์ของทั้งสองที่มีความแตกต่างกัน เนื่องจากพื้นที่ของทั้งสองอยู่ใกล้เคียงกัน ก็เลยอยากจะให้มีอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วยชนิดของต้นไม้ ต้นไม้จะมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องหยิบต้นไม้บางอย่างมาใช้ที่นี่ แล้วไม่ได้ใช้ที่นู่น แล้วก็เป็นเรื่องของสภาพแวดล้อม เรื่องของแดด เรื่องของความร่มของต้นไม้ที่ลิตเติ้ลทรีอาจจะทำไม่ได้แล้ว เพราะว่ามันร่ม ต้นไม้ก็เลยจะน้อยกว่า ตรง Whispering Land จะมีกลิ่นอายของเมดิเตอร์เรเนียนนิด ๆ แล้วยังคงเป็นเรื่องของ concept ของไม้ใบ เป็นเรื่องของ concept ในการเอาต้นไม้มาออกแบบจัดวางอยู่ดี เพราะฉะนั้นเราคิดว่าต้นไม้เป็นสิ่งสำคัญของเรา การออกแบบของเรา ก็เลยจะต้องทำพื้นที่ให้รองรับต้นไม้ ให้ต้นไม้มันอยู่ได้จริง เพราะฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าอาคารจะมีช่องแสง หลังคารูปบ้านจะมีหน้าต่างหรือกระจกที่ให้แสงส่องเข้ามาได้ เพื่อส่องไปให้ต้นไม้ที่มาเซ็ตอยู่ในอาคารอยู่ได้จริง เรื่องของหน้าต่างเป็นสิ่งที่เราจะต้องคำนึง แล้วก็ต้องคิดเผื่อก็คือเรื่องของแสง เพราะเกี่ยวกับต้นไม้ที่เราจะไว้ใช้แต่ง ใช้จัดวาง

จริง ๆ แล้วพื้นที่คาเฟ่มีประมาณ 20 กว่าไร่ จะแบ่งเป็นโซน ๆ โซนโน้นจะเอาไว้ปลูกผักแล้วเอาไว้เลี้ยงไก่ทำเวิร์คช็อปไว้ให้เด็ก ๆ ซน ที่เรานั่งอยู่ตรงนี้เป็นโซนของคาเฟ่ แล้วก็มีเรือนต้นไม้ด้านข้าง พื้นที่ของเราสามารถเดินวนได้รอบทั้ง 20 กว่าไร่ ด้านหน้าจะมีเนสเซอรี่ต้นไม้เล็ก ๆ ต้นมะกอก ต้นแมกโนเลีย มีไม้ที่เรานำเข้ามาแล้วมาเพาะเลี้ยงที่บ้านด้วยไว้จำหน่าย และก็มีบ่อเล็ก ๆ ไว้ให้คนมาพายเรือเล่น เป็นกิจกรรมหนึ่งสำหรับลูกค้าที่มาทานอาหารจะได้มีกิจกรรมทำ ได้พายเรือเล่น ได้ถ่ายรูปกับน้องเป็ดน้องห่าน ด้านหลังกำลังปรับปรุงเพิ่มขนาดคาเฟ่เพื่อให้รองรับลูกค้าได้เยอะขึ้น เพราะปัจจุบันที่เรานั่งอยู่มันเล็กไปแล้วที่จะรองรับลูกค้าและทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เพราะฉะนั้นก็เลยกำลังขยับขยายไปอีกเฟสหนึ่ง ส่วนต่อไปด้านหลัง 9 ไร่ จะทำเป็นในเรื่องของอนาคต คือที่พักหรือ ที่เรียนรู้เรื่องเกษตรมากขึ้น ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละจุด

เสน่ห์ของต้นไม้ที่คุณวิทย์หลงใหล คือการที่ต้นไม้แต่ละต้นมีคาแรคเตอร์ต่างกัน มีเสน่ห์ต่างกัน มีความชอบหลากหลายในแต่ละต้นไม้ แต่ละชนิด ด้วยความที่คุณวิทย์เป็นนักจัดสวนอยู่แล้วก็เลยรู้ว่าควรหยิบอะไรมาใช้กับอะไร ควรหยิบต้นนี้มาใช้กับที่นี่ วางตำแหน่งนี้ หรือต้นนี้ไม่เหมาะ พื้นที่แบบนี้มันทำให้เราได้เรียนรู้ลักษณะของการทำงาน คุณวิทย์เชื่อว่าต้นไม้ทุกต้นสวยหมด เพียงแต่ว่าเขาเติบโตได้เต็มที่แล้วหรือยัง เขาเต็มฟอร์มแล้วหรือยัง พื้นที่ที่เราปลูกเหมาะสมกับเขาไหม มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าเราจะหยิบจับอะไรมาใช้กับต้นไม้อะไรเราใช้ได้หมด แต่บางคนที่โฟกัสเพียงแต่ว่าพวกแคคตัสเลิฟเวอร์ เขาก็จะเลือกแต่แค่แคคตัส หรือเล่นไม้ดอกก็จะเล่นแต่ไม้ดอก อันนี้ก็จะเป็นข้อจำกัดความชอบส่วนตัวของแต่ละบุคคล สิ่งที่เป็นข้อดีของไม้แต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป ไม้บางอย่างอาจจะดูแลยาก ถ้าเลี้ยงไม่ดีอาจจะสูญพันธุ์ไป หรือไม่ได้ขยับขยายหรือเกิดการขยายพันธุ์ยาก แต่ไม้ใบข้อดีของมันคือดูแลง่าย มันไม่ต้องใส่ปุ๋ยตลอดเวลา มันไม่ต้องการอยู่แดด มันอยู่ร่ม ปลูกแล้วทิ้งได้เลยมันก็เลื้อยเติบโตของมันไปเอง ขยายพันธุ์ก็ง่ายมันจึงทำให้ไม้ใบในเนสเซอรี่มีจำนวนเยอะ

สายพันธุ์ต้นไม้ที่มีประมาณเท่าไหร่
ถ้าให้รวมต้นไม้ที่เรามีเยอะมากมีหลายร้อยหลายพันธุ์ชนิดแต่ที่เราสะสมเลยคือชอบหมดไม่ว่าจะเป็นแคคตัส ยูโฟเบีย อากาเว่ก็สะสม ยูคาก็สะสม ฟิโลเดนดรอน อโลคาเซีย อิโทเลียม มอนสเตอร่า จริง ๆ ก็สะสม ไม้ดอกก็มีแต่ว่าอย่างที่บอกก็คือไม้ดอกข้อจำกัดในการดูแลมันต้องดูแลเยอะถ้าเราไม่มีเวลามันก็ไม่ค่อยเห็นผลแต่ไม้ใบพอเราเลี้ยงเราจะรู้ว่ามันง่ายมันดูแลง่ายมันไม่ต้องให้ปุ๋ยก็ได้ไม่ต้องแดดเยอะก็ได้ เราจะไว้อินดอร์ก็ได้เอาท์ดอร์ก็ได้ เราหยิบจับได้ตลอดเวลาแม้กระทั่งวัสดุปลูกไม่ว่าจะเป็นดินเป็นมอสหรือว่าเป็นขุยมะพร้าวเอามาเลี้ยงน้ำก็ได้ก็กลายเป็นว่าถ้ามาที่ ลิตเติ้ล ทรี แล้วจะเห็นความหลากหลายของต้นไม้

ด้วยอาชีพเราด้วยที่เราจะต้องหยิบจับไปใช้และด้วยสิ่งที่เรารักเอาจริง ๆ ถ้าพูดตามตรงที่ที่เราขยายไปเรื่อยเรื่อยสิ่งที่เราต้องการก็คือการปลูกต้นไม้ให้ได้มากกว่าที่เราปลูกอยู่แล้ววันหนึ่งคือเรารู้สึกว่าไม้บางอย่างที่เราไปเจอที่อื่น ที่เรายังไม่เคยปลูกแล้วเรารู้สึกว่าตื่นเต้นกับสิ่งนั้นเราว่าตอนนี้มันโตแล้วสวยแบบนี้ตอนนี้มันโตแล้วสวยแบบนั้นตอนนี้มันเลี้ยงได้ด้วยหรอแบบนี้เราเลยอยากให้มีพื้นที่อยากปลูกต้นไม้ทุกต้นที่เราอยากปลูกเราก็เลยแอบเก็บต้นไม้ไว้เรื่อย ๆ เพื่อที่วันหนึ่งเราจะนำมาลงในพื้นที่ของเรา ทำให้รู้สึกว่าคนที่มาเยือนได้เห็นว่าอันนี้คือมะรุมยักษ์อันนี้คือมาดากัสการ์มันเป็นอย่างนี้เราไม่เคยเห็นพญาไร้ใบที่เราเห็นนำมาแต่งบ้านหลังจากโตแล้วลำต้นมันใหญ่ได้ขนาดนี้เลยเหรอเรารู้สึกว่าอันนี้กล้วยแคระเหรอแต่ไม่ใช่มันคือเบิร์ดออฟพาราไดซ์

มันก็เลยรู้สึกว่าหลายคนอาจจะสับสนหลายคนอาจจะไม่รู้ว่ามันคือต้นอะไรจริงจังเพราะว่าไม้ใบมันใหญ่ก็จะขายกันเพราะฉะนั้นเราก็เหมือนอยากที่จะนำไปเป็นพื้นที่ให้คนเรียนรู้ว่าอันนี้ตอนนี้โตมาเป็นแบบนี้ออกดอกมาเป็นแบบนี้อยู่กับแสงแบบนี้ได้ อยู่กับพื้นที่ร่มร่ำไรแบบนี้ได้เหมือนเป็นที่ให้คนมาเรียนรู้เหมือนสวนพฤกษศาสตร์เล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใหญ่โตแต่ว่าเราจำลองมันลงมาให้สเกลมันเล็กลงให้คนจับต้องได้ ให้คุณเข้ามาเล็ทอินให้คนเข้ามาสัมผัสได้ ไม่ต้องแบบท่องแต่ในตำรา ไม่ต้องคือบางอย่างถ้าต้องเรียนและต้องนั่งท่องนั่งจดจำมันก็ไม่ได้สนุกแต่การที่ได้มาท่องเที่ยวมาสัมผัสจริง ๆ เห็นแล้วรู้สึกประทับใจมันจะจำเหมือนเวลาเราไปดูงานที่อื่นแล้วล่ะเห็นตอนนั้นตอนนี้เราประทับใจเรามักจะจำมันได้แล้วเราจะนึกถึงมันเสมอเราอยากให้คุณมาที่ลิตเติ้ล ทรี ที่ whispering land แล้วรู้สึกได้ชื่นชมได้จดจำต้นไม้ที่ได้เห็นที่มาเยือนเพราะฉะนั้นต้นไม้ที่คอลเลกไว้ก็จะมีความหลากหลาย เพราะว่าเราคิดถึงไว้สำหรับอนาคตที่เราจะขยายพื้นที่สีเขียวออกไปซึ่งวิทย์ว่าบางคนก็คิดอย่างวิทย์ด้วยพื้นที่ที่จำกัดที่เขามีเขาไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้เยอะอย่างเราด้วยเขาอาจจะมีพื้นที่แต่เขาอาจจะไม่มีเวลาอย่างเราด้วยอาชีพด้วยอะไรหลายหลายอย่างที่ไม่มีเวลามาดูแล หรือพื้นที่เขามีจำกัดไม่ได้มีพื้นที่เยอะที่จะปลูกได้หลากหลายอย่างเราแต่เราคิดว่าถ้าเรามีโอกาสแล้วมีพื้นที่แล้วเราจะทำมันต่อ

สำหรับคนที่มา คุณวิทย์คาดหวังกับเด็กรุ่นใหม่ที่มาเยืยนลิตเติ้ล ทรี อยากให้เด็ก ๆ รักต้นไม้ อยากให้เขาซึมซับกับธรรมชาติ คุณวิทย์เชื่อว่าการที่ผู้ปกครองหรือคุณพ่อคุณแม่เอาเด็ก ๆ น้อง ๆ ไปเรียนรู้ธรรมชาติ ไปอยู่กับป่า กับต้นไม้ กับธรรมชาติ อย่างน้อย ๆ เขาก็ซึมซับ เขาจะหวงแหน จะไม่ทำลายธรรมชาติและมองธรรมชาติแล้วรู้สึกว่ามันเกิดความสุข

การที่ที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้ การดูแลจึงเป็นเรื่องสำคัญ จริง ๆ ที่นี่เรื่องหนอนเรื่องแมลงไม่ค่อยเกิดซักเท่าไหร่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของเชื้อรา เป็นเรื่องของเพลี้ย ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ในการดูแล แล้วไม้ใบส่วนใหญ่เอามาไว้ในบ้าน ไม้ใบบางชนิดก็ช่วยเรื่องของการฟอกอากาศ ซึ่งมันก็เป็นข้อดี ที่สำคัญคือง่ายต่อการดูแล ทำให้มันตอบโจทย์คนเมือง คนรุ่นใหม่ที่เอาไม้ใบเข้ามาในการแต่งบ้านแต่งห้อง แต่สิ่งสำคัญที่ต้องคำหนึ่งถึงก็คือเรื่องของแสงว่าพอไหมสำหรับต้นไม้ที่จะนำเข้ามา ถ้าไม่พอมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าแสงได้ การดูแลอย่างอื่นก็จะง่าย เรื่องการให้น้ำก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน เรื่องการให้น้ำก็ดูที่สภาพอากาศแล้วก็แสงแดดที่ส่องถึงมัน ถ้าไม่ได้โดนเต็มที่ปริมาณการให้น้ำก็จะลดลง เป็นสิ่งที่เราจะต้องมาเรียนรู้เป็นกรณี ๆ ไป ไม่มีทฤษฎีที่ตายตัวว่าต้องทำอย่างไร

ถ้าพูดถึงเรื่องการตลาดแล้ว คุณวิทย์บอกว่าจริง ๆ แล้วไม่ค่อยได้ทำพีอาร์มาก คุณวิทย์เชื่อว่าถ้าเรามีตัวตน มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนของคาเฟ่ มีอาหารที่ดี มีบริการที่ดี และมีสถานที่ที่สวย มันจะมีลูกค้าที่มาถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ออกไปแทนเรา เราจะมีลูกค้าธรรมดา ลูกค้าที่เป็นกลุ่มบล็อกเกอร์ที่มารีวิว นี่คือสิ่งที่บล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ แล้วจะเป็นคนนำพามาซึ่งลูกค้าดี ๆ สมัยนี้โซเชียลมันมีบทบาท มีอิทธิพลกับการทำธุรกิจ ถ้าเราถ่ายรูปสวย ๆ พรีเซนต์ดี ๆ เราสามารถลงไอจี ลง Facebook ส่วนตัว หรือในเพจของร้าน

มันก็ทำให้คนสนใจ แล้วมาเยือนได้เยอะขึ้น โดยส่วนใหญ่แล้วคุณวิทย์ใช้ไอจีส่วนตัวในการลงรูป รู้สึกว่าไม่ได้ฮาร์ดคอร์โฆษณาจ๋าจะต้องแบบขายของ ไม่ได้รู้สึกว่าจะขายของเต็มที่ รู้สึกว่าให้คนเห็นการใช้ชีวิตของเรา การทำงานของเรา แล้วรู้สึก เขารู้สึกว่ามันคือชีวิตจริง ๆ มันไม่ใช่การเซ็ตเพื่อการค้า เซ็ตเพื่อพีอาร์ขายอาหารอะไรแบบนี้ ให้ไลฟ์สไตล์มันขายตัวตนของเรา ให้เห็นมุมมองหลายหลายมุมที่บางคนอาจมาแล้วไม่เห็นอย่างที่เราเห็น บางคนมาแล้วอาจจะแบบมุมนี้หรือมุมนี้แล้วรู้สึกว่ามันก็มีการเคลื่อนไหวของธุรกิจอยู่ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้สื่อโซเชียลในการช่วยทำการตลาด

ส่วนในเรื่องของช่องทางสื่อสิ่งพิมพ์ ในเรื่องของช่องหลักทั่วไปคุณวิทย์ไม่เคยใช้ แต่มันจะมีน้อง ๆ พี่ ๆ แวะเวียนมาตลอดเวลาตอนที่ทำ ลิตเติ้ล ทรี มาสัมภาษณ์บ้าง มาถ่ายรายการโน้นรายการนี้ ก็รู้สึกได้ว่านี่มันคือหนึ่งในการทำพีอาร์ของเรา หนึ่งในการได้พีอาร์ร้านของเรา หรือแม้กระทั่งเราได้ไปทำงานจัดสวนหรืองานด้านนอกมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่เชื่อมต่อระหว่าง ธุรกิจ ที่เป็นร้านอาหารและธุรกิจที่เป็นส่วนของเกษตรด้วย เราก็เลยจะได้กลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งกลุ่มที่ลูกค้าที่มาทานอาหาร กลุ่มลูกค้าที่รักต้นไม้เหมือนกัน ชอบจัดสวนอะไรเหมือนกัน และกลุ่มนักเรียนผู้ปกครองที่สนใจการเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เน้นการถ่ายรูป แล้วก็กลุ่มคอกาแฟ ต้องบอกว่า Whispering Land ของเรา มีเมนูกาแฟที่หลากหลาย ที่นี่จะมีกลุ่มของคนที่กินกาแฟจริงจัง เพราะเราจะมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลายชนิด ก็เลยเป็นความโชคดีของของเราที่คาเฟ่เรา ได้กลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

คุณวิทย์ - ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง
ที่อยู่ : 43 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110
Facebook : Whispering cafe
Facebook : Little tree

Whispering Cafe คาเฟ่ท่ามกลางธรรมชาติ บรรยากาศสุดชิล [ rbk | รักบ้านเกิด ]

เรื่อง/ภาพโดย: นนท์ ทีมงานรักบ้านเกิด