ห้องเกษตร

ห้องสำหรับแชร์ข่าวสารที่เป็นความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร

โพสต์ล่าสุดโดย pornchai วันที่ 31-10-2557

ห้าม! ใช้เว็บบอร์ดนี้ประกาศซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ใดๆ หากพบทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ ข้อความและรูปภาพที่ถูกพิมพ์และเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ดแห่งนี้เกิดขึ้นจากการเขียนโดยบุคคลและ เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ซึ่งเว็บไซต์ www.rakbankerd.com เป็นเพียงสื่อกลางการให้บริการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ผ่านเว็บไซต์ บริษัทฯไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพใดๆ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้โพสท์เอง ดังนั้น ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตนเอง

การปลูกสลิดหรือขจรปลอดสารพิษ

ผมสนใจปลูกต้นสลิดหรือขจร ตอนนี้กำลังเตรียมพื้นที่ และเตรียมต้นพันธุ์ ต้องการปลูกแบบปลอดสารพิษ ใครมีประสบการณ์หรือมีข้อมูลการปลูกสลิดหรือขจรโดยไม่ใช้ปุุ๋ยเคมีและสารเคมีอื่นๆ ขอแบ่งปันข้อมูลด้วยครับ

โดย :  agi2010
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 11-12-2554 | 20:55:52 น.
IP : (119.31.106.154)

ความคิดเห็นที่ 1

ขจร เป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ถ้าจะให้ดีควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่ต้องการน้ำมากนัก และทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้นการรดน้ำให้รด 2 วันต่อครั้ง การกำจัดแมลงก็ไม่ยากนะครับ ใช้ยาสูบผสมน้ำแล้วแช่ไว้ 2-3 วัน ก็เอามาฉีดพ่นใส่แมลงได้เลยนะครับ แล้วการปลูกสลิดและดอกขจรเป็นการเสริมรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรด้วย

โดย :  pornchai
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 09:31:10 น.
IP : (49.49.114.121)

ความคิดเห็นที่ 2

เป็นสิ่งที่ดีครับ การปลูกแบบปลอดสารพิษ ปลอดภัยต่อเกษตรกรและปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคด้วย ราคาขายก็ดี เป็นการลดต้นทุนในการผลิตอีกด้วยครับ
ส่วนการปลูกต้นสลิดอินทรีย์ตามนี้เลยครับ http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php?id=1447&s=tblareablog&w=การปลูกสลิด

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 12-12-2554 | 09:34:37 น.

โดย :  itthipol
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 09:33:00 น.
IP : (125.26.129.244)

ความคิดเห็นที่ 3

ดอกสลิดเงินแสน ซำสูงบ้านหม้อ
ลักษณะการปลูกดอกสลิดนั้นจะทำไม้หลักปักไว้ สูง 1.8 เมตร ปลายหลักแต่ละหลัก มีไม้พาดกึ่งกันและขึงด้วยเชือกตาข่ายไนล่อนตาห่างเพื่อเป็นค้างให้ดอกสลิด เลื้อยถึงกันทุกกอ ร่องถัดมาเป็นมะระขี้นกที่เลื้อยขึ้นค้าง เฉียง 45 องศา โดยใช้ไม้หลักและเชือกตาข่ายไนล่อนตาห่างขึงสูงจากพื้น 1.80 เมตร และแถวที่ สามเป็นไม้หลักสูงขนาด 50 ซม. ปักเป็นแนว ยาว 2 แถวขนาบกันบนคันดินร่อง ข้างๆ
การเตรียมหลุมนั้นจะขุดหลุมขนาด 50 ซม. แต่ละหลุมวางระยะให้ห่างกัน 3 เมตร ภายและที่สำคัญนั้นการเตรียมหลุมควรที่จะใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักให้และปุ๋ย ชีวภาพถ้ามีก็ผสมเข้าไปด้วยยิ่งดีคุณแม่บอกว่าก่อนที่จะนำต้นกล้าลงปลูกและ ทำค้างให้ทุกหลุม หลังปลูกครบ 4-5เดือน ก็เก็บดอกจำหน่ายได้ และเก็บไปเรื่อยๆ จนอายุครบ 2 ปี ก็จะรื้อค้างตัดแต่งกิ่งให้เหลือแต่ต้นตอสูงขนาด 50 ซม. ดอกสลิดก็จะแตกยอดขึ้นค้างและให้ดอกที่เก็บได้ภายหลังการตัดแต่ง 2 เดือน ก็สามารถเก็บดอกขายได้อีกครั้ง และเมือต้นตออายุครบ 3 ปี ก็จะรื้อต้นตอปลูกใหม่ เพราะถ้าปล่อยเก็บดอกต่อไปก็จะทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่และจะทำให้ดอกเล็ก อีกด้วย

โดย :  prasong_p
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 09:36:26 น.
IP : (182.53.121.234)

ความคิดเห็นที่ 4

ขอแนะนำวิธีการปลูกดอกสลิดอินทรีย์ ของคุณลุงเจริญ จันทร์กลาง

วิธี การปลูกการเตรียมแปลงสลิดแบบอินทรีย์ ดอกสลิดนั้นเป็นพืชที่มีลักษณะการเจริญเติบโตเป็นเครือไม้เลื้อย จะมีการปลูกในช่วงฤดูหนาว หลังจากการปลูกมีอายุได้ 5 เดือน ก็ทำการเก็บผลผลิตได้ การในขั้นตอนการเริ่มปลูกเริ่มต้นจากการเตรียมแปลง
1.เตรียมดินโดยใช้มูลไก่ไก่ 10 กระสอบ มาเทไว้รอบแปลงที่เตรียมไว้พร้อมไถกลบไปกับดิน
2.หลังจากไถกลบแล้วให้ตากแดดไว้ 2 อาทิตย์ และทำการยกร่องแปลงเล็กน้อย และทำการลงแปลงปลูก
3.การเลือกเครือดอกสลิดที่สมบูรณ์ให้สังเกตุเครือที่โตสมบูรณ์และใบร่วงหมด แล้วถือว่าเป็นเครือที่สมบูรณ์เหมาะแก่การขยายพันธุ์ ทำการเลือกตัดตรงข้อให้ได้ 2 ข้อ ข้อละ 2 เซนติเมตร
4.สังเกตุดูส่วนที่เป็นตาข้อที่ตัดออกมาให้เอาส่วนตาข้อปักลงดินลึกประมาณ1-2 เซนติเมตร
5. ให้น้ำอย่างเพียงพอหลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 5 เดือน ดอกสลิดจะเริ่มเริ่มออกดอกและเก็บผลผลิตได้
6.น้ำหมักชีวภาพที่ใช้ในดูแลบำรุงและปราบศัตรูพืชในแปลงปลูกดอกสลิดนั้น น้ำเปล่า 12 ลิตรสะเดา ตะไคร้หอม ข่า รวมๆกัน 10 กิโลกรัมหมักทิ้งไว้ 7 วัน และนำไปผสมกับถังน้ำ ซึ่งเป็นถังเก็บน้ำไว้ใช้ในการรดน้ำ
ดอกสลิดที่ลุงเจริญใช้จะเป็นพันธุ์อ่างทอง ผลงานการปลูกสลิดอินทรีย์ ลุงเจริญเก็บผลผลิตหรือดอกสลิดได้ถึง 100 กิโลกรัมต่อวัน และขายในราคากิโลกรัมละ 80 -90 บาท

โดย :  arnon_k
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 09:38:58 น.
IP : (125.26.129.244)

ความคิดเห็นที่ 5

-การปลูกขจรเป็นไม้กลางแจ้ง มีวิธีการปลูกโดยการนำกิ่งที่ได้จากการปักชำ หรือการทาบกิ่ง มาปลูกลงดินในบริเวณ
ที่มีแสงแดดส่องถึง หรืออาจเป็นริมรั้วก็ได้ เพื่อให้เถาขจรได้เลื้อยพาดกำแพงรั้วเพื่อการทรงตัว หรืออาจจะ
ทำกำแพง ไม้ระแนงเพื่อให้เถาขจรเลื้อยพาดไปได้ เมื่อออกดอกก็จะแลดูสวยงามไปอีกแบบ
-ฤดูกาลออกดอก ขจรจะออกดอกมากในช่วง ฤดูฝน แต่ในช่วงฤดูร้อนต้องรดน้ำเป็นประจำทุกวันหรือวันเว้นวันก็ได้
-การดูแล แสง ขจรเป็นไม้กลางแจ้งที่ชอบแสงแดดจัด
น้ำ ความต้องการน้ำของขจร จะไม่ต้องการน้ำมากนัก เพราะขจรสามารถที่จะทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี การรดน้ำขจรให้รด 2 วัน ต่อ 1 ครั้ง ก็ยังได้
ดิน ขจรเป็นไม้ที่ไม่เลือกดิน และจะทนได้ในทุกสภาพดิน แต่ถ้าจะปลูกขจรให้เจริญงอกงามดี ก็ควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมาก ๆ
ปุ๋ย ขจรเป็นไม้ที่ไม่ต้องการปุ๋ยมากนัก เนื่องจากขจรเป็นไม้ที่ทนได้ทุกสภาพดิน ฉะนั้นปุ๋ยที่มี อยู่แล้วในดิน กับการเพิ่มปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอกลงในดินบริเวณโคนต้นบ้างก็จะดียิ่งขึ้น
โรคและแมลง ขจรจะไม่มีโรคและแมลง ที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก
การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

โดย :  สุดารัตน์
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 11:27:33 น.
IP : (49.49.114.121)

ความคิดเห็นที่ 6


การปลูกต้นขจรไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดครับ :
-ขุดหลุมกว้างxยาวxลึก 50 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยคอกรองก้นหลุมๆละ 1 กิโลกรัม
-นำต้นกล้าดอกขจรที่ได้จากการเพาะเมล็ด หรือปักชำมาปลูกลงหลุม โดยกลบโคนต้นด้วยดินเดิม จากนั้นรดน้ำให้ชุ่ม
-ใช้ไม้ปักที่โคนต้น มัดด้วยเชือกไม่ต้องแน่นมากนักเพื่อให้ต้นขจรทอดยอดเลื้อยขึ้นบนค้าง
-เนื่องจากต้นขจรเป็นไม้เลื้อยเกษตรกรสามารถทำค้างเองสูงประมาณ 1.50 เมตร หรือนำต้นกล้าไปปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เลื้อยตามธรรมชาติได้
-การให้น้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น และงดให้น้ำในช่วงฤดูฝนโดยตรวจดูความชื้นในดินตามความเหมาะสม


ต้นขจรจะเริ่มออกดอกในฤดูฝน-ต้นฤดูหนาว

++ข้อมูลเพิ่มเติม++
-การขยายพันธุ์จากต้นที่ปักชำจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 เดือนก็พร้อมจะออกดอกต่อไป
-การขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ดจะใช้ระยะเวลารวมประมาณ 12-14 เดือนจึงพร้อมที่จะออกดอกเพื่อเก็บผลผลิต

โดย :  aphai
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 17:11:22 น.
IP : (125.26.228.239)

ความคิดเห็นที่ 7

พูดถึงดอกขจรแล้ว มีเมนูดอกขจรมาแนะนำเพื่อน ๆ จร้า...เพราะดอกขจรมีสรรพคุณทางยา คือใช้รากผสมยาหยอดรักษาตา รับประทานทำให้อาเจียนถอนพิษเบื่อเมา ทำให้รู้รสอาหาร ดับพิษ
ส่วนผสมอาหาร ดอกขจร 3 หยิบมือ กุ้งสด8 ตัว วุ้นเส้น50 กรัม กุ้งแห้ง30 กรัม ไข่ไก่3 ฟอง กระเทียม (สับ)5 กลีบ พริกไทย1/2 ช้อนชา น้ำตาลทราย1/2 ช้อนชา ซีอิ้วขาว1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย1 ช้อนโต๊ะ ผงปรุงรส1 ช้อนชา น้ำมันพืช ประมาณ1/4 ถ้วยตวง น้ำเปล่า ประมาณ1/4 ถ้วยตวง โดยเริ่มทำดังนี้วิธีทำอาหาร
1นำกุ้งแห้งแช่น้ำอุ่น พอกุ้งแห้งนิ่มสะเด็ดน้ำ พักไว้
2นำวุ้นเส้นแช่น้ำ พอนิ่มสะเด็ดน้ำ พักไว้
3ล้างและตัดขั้วดอกขจรออก พักไว้
4ตั้งกระทะ เทน้ำมันพอประมาณ เพื่อทอดกุ้งแห้ง ทอดจนกุ้งแห้งเหลืองกรอบดีแล้ว ตักขึ้นพักไว้
5เทน้ำมัน ลงในกระทะสักประมาณสองช้อนโต๊ะ ใส่กระเทียม
6ผัดพอกระเทียมเริ่มเหลือง ใส่กุ้งสด พอกุ้งเริ่มสุก เติมน้ำเปล่า สักประมาณ 1/4 ถ้วยตวง
7ปรุงรสตามชอบ
8ใส่วุ้นเส้น ผัดจนวุ้นเส้นซึมน้ำดีแล้ว เกลี่ยไว้ข้างกระทะ
9เทน้ำมันพืช ประมาณสองช้อนโต๊ะ ใส่ไข่ไก่ รอจนไข่เริ่มเซ็ทตัว เกลี่ยไข่ให้กระจายตัว นำวุ้นเส้นมาผัดรวมกัน จนเข้ากันดี
10ใส่ดอกขจร ผัดจนเข้ากันดี ปิดไฟใส่กุ้งแห้งทอด...แล้วก็...จัดเสริฟกันเลย เพียงเท่านี้ก็ได้สุดยอดเมนูดอกขจรผัดจร้า...ยังมีอีกหลากหลายเมนูอาหารดอกขจรไม่ว่าจะเป็น แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ไข่ตุ๋นดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร สุดยอดทั้งนั้นเลย..

โดย :  nongphanga
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 12-12-2554 | 17:41:40 น.
IP : (110.77.176.14)

ความคิดเห็นที่ 8

ต้องลงทุนสร้างห้างเพื่อให้ขจรเลื้อย สร้างห้างทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 1 เมตร ขนาดกว้างของห้างราว 1 เมตร ลงต้นกล้า พอปลูกแล้วแต่ละรุ่นสามารถเก็บดอกขายได้ทุกวันนานถึง 4 ปี การปลูกขจรต้องดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวันกรณีฝนไม่ตก การเก็บดอกต้องเก็บทุกวันแบ่งกันเป็น 3 ล็อก วันแรกเก็บล็อกที่ 1 พอวันรุ่งขึ้นเก็บล็อกที่ 2 แล้ววันถัดก็เก็บล็อกที่ 3 หมดแล้วย้อนกลับล็อกที่ 1 อีก สำหรับการปลูกจะใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น เพื่อประหยัดต้น และเป็นการผลิตพืชผักปลอดสารพิษ

โดย :  meuanfun_s
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 13-12-2554 | 10:04:16 น.
IP : (223.205.81.181)

ความคิดเห็นที่ 9

ขอสนับสนุนสำหรับแนวคิดการปลูกแบบปลอดสารพิษคะ

ขจรเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีทุกสภาพพื้นดิน แต่ถ้าจะให้เกิดผลดีแนะนำว่าให้ปลูกในดินร่วนปนทรายหรือในดินที่ร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่จำเป็นต้องรดน้ำมาก เนื่องจากขจรเป็นไม้ที่ทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ดี จึงแนะนำให้รดน้ำประมาณ 2วันครั้ง

-การใส่ปุ๋ย แนะนำว่าให้ใส่ปุ๋ยคอกและปุ๋ยหมักที่โคนต้น สามารถใส่ได้เรื่อยๆคะ
-การตัดแต่งกิ่ง ขอแนะนำว่าให้ขยันตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตัดแต่งกิ่งแก่ ตัดแต่งกิ่งที่ให้ดอกแล้ว เพราะจะทำให้ขจรแตกยอด ออกดอกใหม่มาเรื่อยๆ และอีกอย่างคือขจรเป็นไม้อายุยืนหากเรายิ่งขยันตัดแต่งกิ่งอยู่บ่อยๆก็จะเพิ่มผลผลิตดอกขจรให้ได้มากขึ้น ส่วนการตัดให้ตัดสูงจากพื้นดินประมาณ 25 ซม.และไม่ควรตัดหมดทุกกิ่ง หลังจากนั้นก็รดน้ำ เพียงไม่กี่เดือนขจรก็จะออกดอกใหม่คะ

โดย :  kutomza
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 13-12-2554 | 10:08:01 น.
IP : (180.183.76.214)

ความคิดเห็นที่ 10

ขจรพืชพื้นบ้านไม่ควรมองข้าม ปลูกพื้นที่1ไร่รายได้วันละ3พัน
การปลูกและดูแลรักษา :ขจรเป็นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ถ้าจะให้ดีควรปลูกในดินร่วนปนทราย หรือดินที่มีความร่วนซุยมากๆ ขจรเป็นไม้ที่ชอบแดดจัดไม่ต้องการน้ำมากนัก และทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ดังนั้นการรดน้ำให้รด 2 วันต่อครั้ง

สรรพคุณทางยา :ยอดอ่อน ดอก ลูกอ่อน บำรุงธาตุ บำรุงตับ ปอด แก้เสมหะเป็นพิษ ราก ทำให้อาเจียน ถอนพิษเบื่อเมา

ประโยชน์ทางอาหาร :ยอดอ่อน ดอก ผลอ่อน รับประทานสดหรือลวกให้สุกรับประทานร่วมกับน้ำพริก ดอกนำไปปรุงอาหาร เช่น ผัด แกงจืด แกงส้ม

โดย :  sansanee
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 13-12-2554 | 15:27:58 น.
IP : (171.4.230.169)

ความคิดเห็นที่ 11

การปลูกดอกสลิดส่วนใหญ่จะใช้วิธการชำกิ่ง เพราะได้ผลผลิตเร็ว ส่วนขั้นตอนการปลูกนั้น เริมแรกต้องมีการเตรียมดินเตรียม เตรียมหลุมโดยจะขุดหลุมขนาด 50 ซม. แต่ละหลุมวางระยะให้ห่างกัน 3 เมตร ภายและที่สำคัญนั้นการเตรียมหลุมควรที่จะใส่ปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักให้และปุ๋ยชีวภาพถ้ามีก็ผสมเข้าไปด้วยยิ่งดีคุณแม่บอกว่าก่อนที่จะนำต้นกล้าลงปลูกและทำค้างให้ทุกหลุม หลังปลูกครบ 4-5เดือน ก็เก็บดอกจำหน่ายได้ และเก็บไปเรื่อยๆ จนอายุครบ 2 ปี ก็จะรื้อค้างตัดแต่งกิ่งให้เหลือแต่ต้นตอสูงขนาด 50 ซม. ดอกสลิดก็จะแตกยอดขึ้นค้างและให้ดอกที่เก็บได้ภายหลังการตัดแต่ง 2 เดือน ก็สามารถเก็บดอกขายได้อีกครั้ง และเมือต้นตออายุครบ 3 ปี ก็จะรื้อต้นตอปลูกใหม่ เพราะถ้าปล่อยเก็บดอกต่อไปก็จะทำให้ได้ผลผลิตไม่เต็มที่

โดย :  sopawan
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-12-2554 | 11:43:28 น.
IP : (182.53.121.220)

ความคิดเห็นที่ 12

นำบทความดีๆที่เกี่ยวข้อง จาก นสพ.คมชัดลึก มาแลกเปลี่ยนค่ะ.

ขจรพืชพื้นบ้านไม่ควรมองข้าม ปลูกพื้นที่1ไร่รายได้วันละ3พัน

จากเดิมที่ บุญทัน วงศ์โพธิ์ หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ใช้พื้นที่กว่า 15 ไร่ ปลูกมันสำปะหลังและทำนาข้าวที่บ้านหม้อ ต.คูคำ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น แต่ชีวิตอยู่อย่างลุ่มๆ ดอนๆ มีกินมีใช้ไปวันๆ แต่หลังจากที่หันมาปลูก "ขจร" หรือสลิดขายดอก ได้เพียง 2 ปี ฐานะความเป็นอยู่พลิกราวฟ้ากับดิน เพราะรายได้จากการขายดอกขจรหรือดอกสลิดนั้น ตกวันละ 3,000 บาท เช่นเดียวกับ หนูอาจ เฝ้าหอม เกษตรกรวัย 56 ปี เพิ่งปลูกขจรในพื้นที่ 1 ไร่เช่นกัน ในช่วงที่ขจรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ก็ปลูกกวางตุ้งใต้ห้างแปลงขจร ทำให้มีรายวันละ 3,500 บาท

บุญทัน บอกว่า ก่อนที่จะยึดอาชีพปลูกขจรเพื่อเก็บดอกขายนั้น เคยทำไร่มันสำปะหลังมาก่อนในพื้นที่ 10 ไร่ และทำนาข้าวไว้กินเองอีก 5 ไร่ แต่รายได้ไม่ค่อยเพียงพอ เนื่องจากราคาผลผลิตมันสำปะหลังตกต่ำมาตลอด พอดีเห็นเพื่อนที่อยู่ต่างอำเภอ ปลูกขจรหรือสลิดเพื่อขายดอก มีรายได้ดี จึงปรึกษาหารือกันและเรียนรู้ในการปลูกและดูแลต้นจขร จากนั้นตัดสินใจสร้างห้างทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 1 เมตร ขนาดกว้างของห้างราว 1 เมตร แล้วไปซื้อต้นกล้าขจรพันธุ์ดอกจากภาคกลางจำนวน 400 ต้นในราคาต้นละ 50 บาท เมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากที่ปลุกขจรได้ 3 เดือน ขจรเริ่มออกดอกเก็บได้วันละ 10-20 กิโลกรัม นำไปขายเองในเมืองขอนแก่นในราคากิโลกรัมละ 100 บาท พอขจรมีอายุ 6 เดือนซึ่งให้ดอกเต็มที่สามารถเก็บดอกขายได้วันละ 40-50 กิโลกรัมขายส่งให้พ่อค้าในตลาดบางลำภู เทศบาลนครขอนแก่นในราคากิโลกรัมละ 60-70 บาท พ่อค้าที่รับซื้อขายต่อในราคากิโลกรัมละ 100 บาท นอกจากนี้ยังมีการขยายต้นกล้าขจรขายอีกด้วย และขณะนี้กำลังจะขยายพื้นที่ปลูกอีก 2 งาน

"การปลูกขจรเพื่อขายดอกนั้นรายได้ดีมาก แต่ต้องมีเงินในการลงทุนครั้งแรกที่ต้องลงทุนสร้างห้างเพื่อให้ขจรเลื้อย และค่าต้นกล้าซึ่งตอนนี้ราคายังสูงอยู่ ซึ่งต้องลงทุนหลายหมื่นบาท แต่พอปลูกแล้วแต่ละรุ่นเราสามารถเก็บดอกขายได้ทุกวันนานถึง 4 ปี ผมยังมีที่อีกหลายไร่จะขยายไม่ได้เพราะไม่มีคนดูแล เพราะการปลูกขจรต้องดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวันกรณีฝนไม่ตก การเก็บดอกต้องเก็บทุกวันแบ่งกันเป็น 3 ล็อก วันแรกเก็บล็อกที่ 1 พอวันรุ่งขึ้นเก็บล็อกที่ 2 แล้ววันถัดก็เก็บล็อกที่ 3 หมดแล้วย้อนกลับล็อกที่ 1 อีก" บุณทัน กล่าว

ด้าน หนูอาจ เฝ้าหอม ซึ่งปลูกขจรอยู่ใกล้กัน บอกว่า เห็นบุญทัน ปลูกขจรมีรายได้ดี แต่ช่วงแรกมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถหาต้นกล้าได้ จนบุญทัน ยอมขายต้นกล้าจึงซื้อต้นกล้ามา 260 ต้น พร้อมขยายพันธุ์ต้นกล้าเองด้วย ปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พอปลูกได้ 3 เดือนขจรเริ่มให้ผลผลิตเก็บดอกขายได้แล้ว ตอนนี้สามารถเก็บได้วันละเฉลี่ย 30 กิโลกรัม มีพ่อค้ามาซื้อในราคากิโลกรัมละ 70 บาท

"ตอนที่ปลูกขจรใหม่ๆ ซึ่งขจรยังไม่ออกดอก ป้าเอากวางตุ้งมาปลูกใต้ห้างของแปลงขจร เพราะต้นขจรยังเล็กยังไม่มีรายได้ ตอนต้นขจรยังโตไม่เต็มที่ หรือไม่เต็มห้าง ป้าก็ยังปลูกกวางตุ้งอยู่ ทำให้มีรายได้ 2 ทาง คือในส่วนของขจรจะขายได้วันละ 2,000 บาท ส่วนกวางตุ้งได้ราว 1,500 บาท" หนูอาจ กล่าว

สำหรับการปลูกของหนูอาจ จะใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น เพื่อประหยัดต้น และเป็นการผลิตพืชผักปลอดสารพิษตามนโยบายของนายอำเภอซำสูง ที่จะให้อำเภอซำสูงเป็นแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารพิษป้อนตลาด โดยให้แปลงปลูกขจรทั้งสองแปลงเป็นศูนย์เรียนด้านการเกษตรบ้านหม้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเเศรษฐกิจพอเพียงของอำเภอบ้านหม้อนั่นเอง

ขจรนับเป็นพืชผักพื้นบ้านชนิดที่น่าจะจัดเป็นพืชผักเศรษฐกิจตัวใหม่อีกชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสร้างรายให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นกอบเป็นกำ ขนาดปลูกในพื้นที่ 1 ไร่มีรายได้ถึงเดือนละ 9 หมื่นบาท ขณะที่ตลาดยังต้องการอีกมาก

โดย :  jidapha
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-12-2554 | 13:45:56 น.
IP : (49.48.183.70)

ความคิดเห็นที่ 13

เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกกันมากยิ่งขึ้นและเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ดูแลง่าย ในพื้นที่จ.ขอนแก่น อ.ซำสูง ปลูกกันเยอะมากขึ้นแล้วค่ะ

โดย :  bussaba_s
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-12-2554 | 15:46:51 น.
IP : (182.53.121.220)

ความคิดเห็นที่ 14

ที่บ้าก็เคยปลูกนะคะ เค๊าก็ใส่ปุ้ยคอกธรรมดานี่แหละ มันก็เจริญเติบโตดีนะคะ แต่ต้องใส่ใจเรื่องน้ำให้พอเหมาะพอดีหน่อยอะคะ

โดย :  Devil
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-12-2554 | 17:21:26 น.
IP : (49.48.183.70)

ความคิดเห็นที่ 15

ลักษณะการปลูกของแต่ละท่านที่แนะนำมาก็จะคล้ายๆกัน แต่อีกอย่างที่ขาดไม่ได้ก็เรื่องการใส่ใจในสิ่งที่ตนเองทำ เพราะถ้าเราปลูกแล้วขาดความดูแลเอาใจใส่ก็จะไม่มีประโยชน์เลย

โดย :  kanjana
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 17-12-2554 | 08:45:27 น.
IP : (223.205.89.136)

ความคิดเห็นที่ 16

สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ปลอดสารพิษนุชฟอร์ไลฟ์ได้ครับคือ
นุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 และ 2 ครับ ประหยัดต้นทุนมาก เพราะเป็นอาหารพืชเข้มข้นและปลอดสารพิษครับ เป็นนวัตกรรมชีวภาพจากผลงานวิจัยคุณภาพสูง มีขนาดทดลอง 100 ซีซี ราคาไม่แพงครับ 350-380 บาท (อัตราส่วนใช้ได้ถึง 10 ไร่)

ชมเคสตัวอย่างจากรายการนุชฟอร์ไลฟ์ มากกว่า 200 เคสที่ www.nuchforlife.com ครับ

หน้าข่าวเกษตรเด็ดๆ


รายละเอียดนุชฟอร์ไลฟ์สูตร 2 >> http://www.rakbankerd.com/products/view.php?product_id=1659&category_id=6&type_id=4

รายละเอียดนุชฟอร์ไลฟ์สูตร 1 >> http://www.rakbankerd.com/products/view.php?product_id=1658&category_id=6&type_id=4

รายละเอียดนุชฟอร์ไลฟ์เคียร่า >> http://www.rakbankerd.com/products/view.php?product_id=3054&category_id=6&type_id=4

สอบถามรายละเอียดที่ คุณชาญกิจ วานิชาชีวะ
บริษัท นุชฟอร์ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (สำนักงานใหญ่)
โทร, 081-6253209, 087-8403169
http://shape.ran4u.com

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17-12-2554 | 18:17:20 น.

โดย :  nuchforlife
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 17-12-2554 | 09:12:54 น.
IP : (180.183.60.4)

ความคิดเห็นที่ 17

ข้อมูลน่าสนใจคะ ต้องลองเอาไปปลูก เปิดตลาดทางใต้บ้างละ

โดย :  anonglug_n
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 19-12-2554 | 10:18:08 น.
IP : (113.53.73.146)

ความคิดเห็นที่ 18

ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูลดีๆ ที่ทุกท่านช่วยแบ่งปันให้กับผม ได้ผลเป็นเช่นไรจะนำมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้รับทราบนะครับ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 02-10-2555 | 12:20:56 น.

โดย :  agi2010
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 22-12-2554 | 15:09:54 น.
IP : (101.51.33.50)

ความคิดเห็นที่ 19

การปลูกขจรเพื่อขายดอกนั้นรายได้ดีมาก แต่ต้องมีเงินในการลงทุนครั้งแรกที่ต้องลงทุนสร้างห้างเพื่อให้ขจรเลื้อย และค่าต้นกล้าซึ่งตอนนี้ราคายังสูงอยู่ ซึ่งต้องลงทุนหลายหมื่นบาท แต่พอปลูกแล้วแต่ละรุ่นเราสามารถเก็บดอกขายได้ทุกวันนานถึง 4 ปี ผมยังมีที่อีกหลายไร่จะขยายไม่ได้เพราะไม่มีคนดูแล เพราะการปลูกขจรต้องดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวันกรณีฝนไม่ตก การเก็บดอกต้องเก็บทุกวันแบ่งกันเป็น 3 ล็อก วันแรกเก็บล็อกที่ 1 พอวันรุ่งขึ้นเก็บล็อกที่ 2 แล้ววันถัดก็เก็บล็อกที่ 3 หมดแล้วย้อนกลับล็อกที่ 1 อีก

โดย :  bussaba_s
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 26-12-2554 | 15:09:35 น.
IP : (125.26.149.114)

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น