ห้องเกษตร

ห้องสำหรับแชร์ข่าวสารที่เป็นความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร

โพสต์ล่าสุดโดย หัวหน้าหนอน วันที่ 25-10-2557

ห้าม! ใช้เว็บบอร์ดนี้ประกาศซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ใดๆ หากพบทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ ข้อความและรูปภาพที่ถูกพิมพ์และเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ดแห่งนี้เกิดขึ้นจากการเขียนโดยบุคคลและ เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ซึ่งเว็บไซต์ www.rakbankerd.com เป็นเพียงสื่อกลางการให้บริการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ผ่านเว็บไซต์ บริษัทฯไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพใดๆ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้โพสท์เอง ดังนั้น ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตนเอง

ปลูกมันสำปะหลัง

อยากทราบข้อมูลปลูกมันสำปะหลังตอนนี้ราคาดีใหมครับ อนาคตจะดีขึ้นใหมครับ ราคาตอนนี้เท่าไหร่ครับ ถ้าปลูกจะคุ้มทุนใหมครับ บอกหน่อยครับปีหน้าผมว่าจะปลูกสัก 50-60 ไร่ ช่วยแนะนำหน่อยครับ ผมไม่เป็นเลยมีข้อมูลตรงใหนสอนวิธีการปลูก การดูแล ดีๆๆใหมครับ ขอบคุณครับ

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 10:39:36 น.
IP : (182.93.198.156)

ความคิดเห็นที่ 1

ราคามันสำประหลังช่วงนี้ ราคาค่อนข้างดีค่ะ ข้อมูลจากหลายๆที่ รายละเอียดเเต่ละอย่างดังนี้
1.เชื้อแป้งไม่เกิน 20 % 2.50 บาท/กก. โรงแป้งป.เจริญมาเก็ตติ้ง อ.เชียงคาน จ.เลย
2.คละเกรด 1.50 บาท/กก. ลานมันสำปะหลังคุณปุณณภา อ.เมือง จ.พะเยา คละเกรด 1.65 บาท/กก. ลานมันมังกรทอง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
3.คละเกรด 1.80 บาท/กก. ร้านสวรรค์พืชผล อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย
4.คละเกรด 2.10 บาท/กก. ร้านกรวิทย์พืชผล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
5.คละเกรด 2.30 บาท/กก. ท่าข้าวโชควิบูลย์ อ.เมือง จ.ตาก
6.คละเกรด 2.70 บาท/กก. หจก.โรงสีจังเจริญชัย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี
7.เชื้อแป้ง 20- 25 % 2.20 บาท/กก. โรงแป้งแสงเพชร อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
8.เชื้อแป้ง 20- 25 % 2.25 บาท/กก. โรงงานแป้งมันสำปะหลังครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา

โดย :  chomsawai_n
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 11:02:24 น.
IP : (182.53.158.77)

ความคิดเห็นที่ 2

มันสำปะหลังเป็นพืชที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ไม่ต้องเอาใจใส่ดูแลมากนัก ผลตอบแทนต่อไร่สูง และมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าพืชอื่น ๆหลายๆชนิด โดยมีแหล่งปลูกส่วนใหญ่อยู่ในแถบทวีปอาฟริกาใต้ อเมริกาใต้ เอเชีย และอเมริกาเหนือ
สำหรับประเทศไทยมีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก เพื่อใช้ทำแป้งและสาคู ต่อมาได้ขยายพื้นที่ปลูกมายังภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยองและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากมีสภาพดิน ฟ้า อากาศ และสภาพแวดล้อม
ที่เหมาะสมต่อการปลูก การแปรรูปมันสำปะหลัง ดังนั้นจึงมีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็วไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
ชนิดของมันสำปะหลัง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. ชนิดหวาน เป็นมันสำปะหลังที่ใช้เพื่อการบริโภค มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ไม่มีรสขม สามารถใช้หัวสดทำอาหารได้โดยตรงเช่น นำไปนึ่ง เชื่อม หรือทอด ซึ่งได้แก่ พันธุ์ห้านาที พันธุ์ระยอง 2 เป็นต้น
2. ชนิดขม เป็นมันสำปะหลังที่มีรสขม ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคของมนุษย์หรือใช้หัวสดเลี้ยงสัตว์โดยตรง เนื่องจากมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูง มีความเป็นพิษต่อร่างกาย ต้องนำไปแปรรูปเป็นมันอัดเม็ดหรือมันเส้นแล้วจึงนำไปเลี้ยงสัตว์ได้
ซึ่งได้แก่ พันธุ์ระยอง 1,พันธุ์ระยอง 3,พันธุ์ระยอง 5 , พันธุ์ระยอง 60 ,พันธุ์ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50

โดย :  rattana
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 11:31:57 น.
IP : (223.205.111.101)

ความคิดเห็นที่ 3

ผมคิดว่าราคาน่าจะดีนครับ เพราะมันสัมปะหลังตอนนี้สามารถนำไปเป็นพลังงานทดแทนได้ แล้วปีนี้บางพื้นที่ที่ปลูกมันก็ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย ราคาดีแน่นอนครับ
ส่วนวิธีการปลูก การดูแล เข้าไปที่http://www.rakbankerd.com/view.php?id=401&s=2&w=ปลูกมัน และอีกมากมายที่เกี่ยวกับการเกษตรในhttp://www.rakbankerd.com/

โดย :  itthipol
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 11:41:52 น.
IP : (125.26.131.44)

ความคิดเห็นที่ 4

1. การเตรียมดิน
หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหรือเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (อย่าเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20-30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1-2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่
2. การเตรียมท่อนพันธุ์
ใช้ท่อนพันธุ์มันที่สด อายุ 10-12 เดือน ตัดทิ้งไว้ไม่เกินประมาณ 15 วัน โดยติดให้มีความยาวประมาณ 20 ซม. มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตา เพื่อป้องกันเชื้อราและแมลง ควรจุ่มท่อนพันธุ์ในยาแคปแทน 1.6 ขีด (160 กรัม) ผสมร่วมกับมาลาไธออน 20 ซีซี ในน้ำ 20 ลิตร ประมาณ 5 นาที ก่อนปลูก
3. การปลูก
ปลูกเป็นแถวแนวตรง เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษาและกำจัดวัชพืช โดยใช้ระยะระหว่างแถว 1.20 เมตร ระยะระหว่างต้น 80 ซม. และปักท่อนพันธุ์ให้ตั้งตรงลึกในดินประมาณ 10 ซม.
4. การฉีดยาคุมเมล็ดวัชพืช
สำหรับการปลูกในฤดูฝนสภาพดินชื้น ควรฉีดยาคุมวัชพืชด้วยยาไดยูรอน (คาแม็กซ์) หลังจากการปลูกทันที ไม่ควรเกิน 3 วัน หรือก่อนต้นมันงอก หากฉีดหลังต้นมันงอก อาจทำให้ต้นมันเสียหายได้ ใช้ยาในอัตรา 6 ขีด (600 กรัม) ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง
5. การกำจัดวัชพืชและการใส่ปุ๋ย
กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 1 ประมาณ 30-45 วัน หลังการปลูก โดยใช้รถไถเล็กเดินตาม หรือ จานพรวนกำจัดวัชพืช ติดท้ายรถแทรกเตอร์ พร้อมทั้งใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25-50 กก./ไร่ ห่างจากต้นมัน 1 คืบ (20 ซม.) จากนั้นใช้จอบกำจัดวัชพืชส่วนที่เหลือ พร้อมกับกลบปุ๋ยไปด้วย หรือใส่ปุ๋ยโดยการขุดหลุม ห่างจากโคนต้น 1 คืบ แล้วกลบดินตามก็ได้ ข้อสำคัญควรใส่ปุ๋ยขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 2 ประมาณ 60-70 วัน หลังการปลูก โดยปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งแรก กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 3 ตามความจำเป็น โดยใช้จอบถาก หรือฉีดพ่นด้วยยากรัมม๊อกโซน (ควรใช้ฝากครอบหัวฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาโดนตาและลำต้นมัน)
6. การเก็บเกี่ยว
ทำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ ประมาณ 10-12 เดือน พร้อมทั้ง วางแผนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อการปลูกในคราวต่อไปส่วนของต้นมันสำปะหลังที่ไม่ใช้ เช่น ใบ กิ่ง ก้าน หรือ ลำต้น ควรสับทิ้งไว้ในแปลง เพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสดในดินต่อไป
ตอนนี้ถือได้ว่ามันสำปะหลังถือว่ามีราคาดีเลยครับ ลองเอาวิธีนี้ไปทำดูนะครับ ผลผลิตจะได้ดีขึ้นนะครับ

โดย :  pornchai
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 11:42:54 น.
IP : (49.49.119.206)

ความคิดเห็นที่ 5

ขอบคุณครับผม

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 12:26:38 น.
IP : (182.93.198.156)

ความคิดเห็นที่ 6

แล้วผลผลิตต่อไร่จะตกที่ไร่ละประมาณกี่ตันครับผม

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 12:27:09 น.
IP : (182.93.198.156)

ความคิดเห็นที่ 7

เอาแบบผลผลิดที่คิดว่าต่ำสุดที่ว่าจะได้นะครับไม่อยากคิดสูงอยากดูต่ำสุดก่อนอะครับ

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 12:29:35 น.
IP : (182.93.198.156)

ความคิดเห็นที่ 8

เอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนค่ะ

ปลูกมันสำปะหลัง ได้ผลผลิต 20 ตัน/ไร่ ด้วยปุ๋ยจุลินทรีย์จากธรรมชาติต้นทุนต่ำ จากภูมิปัญญาของ คุณปัญจา ตั้งตระกูล

ความเป็นมา
-เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2541 เข้ารับการฝึกอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ กอ.โครงการป่าดงนาทาม จ.อุบลราชธานี
-จากนั้นได้จัดทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ใช้เองในแปลงปลูกข้าวและแปลงปลูกผัก
-เมื่อทดลองใช้แล้วได้ผลจึงนำมาเผยแพร่การจัดทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง
-ปี 2543 จัดตั้งกลุ่มข้าวไร้สารเคมี
-ปี 2545 ทดลองการปลูกมันสำปะหลังพร้อมพืชไร่พืชสวน
-ปี 2551 ประสบผลสำเร็จในการปลูกมันสำปะหลัง 1 ไร่ ได้ 20 ตัน
- ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจแบบพอเพียงบ้านดอนใหญ่ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2547 นอกจากเป็นศูนย์การเรียนรู้แบบพอเพียงแล้ว ยังเป็นศูนย์ฝึกอบรม / สาธิต ด้านการเกษตรอินทรีย์ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านเกษตรอินทรีย์ และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์
- นางปัญจา ตั้งตระกูล เป็นวิทยากรวิชาชีพ สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี และยังเป็นวิทยากร ศอป.โครงการ พมพ.ป่าดงนาทาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวิทยากรด้านเศรษฐกิจพอเพียง ล่าสุดยังเป็นผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการจัดตั้งกลุ่มมันสำปะหลัง
- ปัจจุบัน นางปัญจา ตั้งตระกูล เป็นตัวแทนของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนใหญ่ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในเรื่องของการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ตามสถานที่หรือหน่วยงานการเกษตรต่างๆทั่วทุกภาคของประเทศไทย

1.วิธีการปลูกมันสำปะหลังตามสูตรคุณปัญจา

วัสดุอุปกรณ์
- ต้นมันสำปะหลัง (ลำมัน)
- ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติ
- จุลินทรีย์ฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือจุลินทรีย์อาหารหลัก 5 หมู่
-จุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้
- เคียวเกี่ยวข้าว

1.1 เทคนิคขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิต 20 ตัน/ไร่
1.โรยปุ๋ยหมักจุลินทรีย์อีเอ็มโบกาฉิ ในอัตรา 300 กิโลกรัม/ไร่
2.ตามด้วยการฉีดพ่นจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ในอัตรา 10 ปี๊บ/ไร่(น้ำหมัก 1 ช้อน + น้ำ 20 ลิตร/ปี๊บ)
3.จากนั้นไถกลบหน้าดิน ตากดินไว้เพื่อทำการหมักอย่างน้อย 15 วัน แล้วจึงยกร่องปลูก
4.ยกร่องปลูกสูง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างร่อง 1 เมตร แหวกกลางร่องออกแล้วหว่านปุ๋ยหมักจุลินทรีย์อีเอ็ม 700 กิโลกรัม/ไร่ แล้วกลบทับทำเป็นเนินเพื่อเตรียมปลูกต่อไป

1.2 เทคนิคขั้นตอนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง
1.ตัดท่อนพันธุ์มันสำปะหลังยาวประมาณ 6 ข้อ โดยตัดแบบทางตรงเพื่อให้รากและหัวมันออกเป็นวงกลม 360 องศา
2.ใช้เชือกมัดท่อนพันธุ์เป็นมัดๆ แล้วนำไปแช่ในน้ำจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 1 ช้อน + น้ำ 20 ลิตร แช่นาน 15 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก

1.3 เทคนิคขั้นตอนการปลูกการบำรุงรักษามันสำปะหลัง
1.ปลูกท่อนพันธุ์แบบตั้งตรง ให้กดลงลึกประมาณ 3 ข้อ ระยะห่าง 1 เมตร
2.มันสำปะหลังอายุ 1 เดือนเริ่มรดบำรุงด้วยจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 1 ช้อน+น้ำ 20 ลิตร ไปเรื่อยๆจนครบทุกต้น ประมาณ 200 ลิตร/ไร่
3.เริ่มดายหญ้าเมื่อมันสำปะหลังมีอายุ 2 เดือนขึ้นไป ด้วยเคียวเกี่ยวหญ้า แล้วนำหญ้าวัชพืชต่างๆมาคลุมโคนต้นไว้เพื่อรักษาความชื้น
4.ตัดแต่งกิ่งมันสำปะหลังเมื่อมันอายุ 2 เดือน โดยให้เหลือกิ่งไว้ 2 กิ่งหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ ลักษณะคล้ายหนังสติ๊กหรือตัว V เพื่อให้ได้รับแสงแดดเท่ากันทั้ง 2 ด้าน
5.ดายหญ้าอีกครั้งเมื่อมันอายุ 3-5 เดือน พร้อมตกแต่งกิ่ง
6.รดน้ำหมักฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือฮอร์โมนอาหารหลัก 5 หมู่ สูตรเข้มข้นช่วงมันอายุ 3-5 เดือน เพื่อเร่งขยายหัวมันให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด 1 ครั้ง
7.สังเกตมันเริ่มออกหัวเมื่ออายุ 3-5 เดือน จะมีรอยแยกของดิน
8.หัวมันสำปะหลังเมื่ออายุ 3-5 เดือน จะมีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร
9.มันสำปะหลังอายุ 9 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้

1.4 เทคนิควิธีการเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง
1.ตัดต้นมันเหนือพื้นดินประมาณ 10 เซนติเมตร
2.ขุดมันโดยการใช้เชือกผูกที่โคนต้นแล้วดึงขึ้น
3.นำมันสำปะหลังไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วชั่งน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมพอดี
4.หัวมันสำปะหลังอายุ 9 เดือน น้ำหนัก 22 กิโลกรัม

1.5 ผลผลิต
- พื้นที่การปลูกมันสำปะหลัง 2 ไร่ 2 งาน
- ผลผลิตมันสำปะหลังเฉลี่ย ปี 2551 รวมทั้งหมด 49 ตัน/ 2 ไร่ 2 งาน

2.การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติ

วัตถุดิบ
- มูลสัตว์แห้งทุกชนิด 1 ตัน
- แกลบดิบ 20 กิโลกรัม
- รำละเอียด 5-10 กิโลกรัม
- จุลินทรีย์น้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่ 20 ลิตร
- กากน้ำตาล 20 กิโลกรัม
- น้ำสะอาด 100 ลิตร

วิธีการทำ
- นำแกลบผสมกับมูลสัตว์ให้เข้ากัน
- ผสมจุลินทรีย์น้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่ + กากน้ำตาล + น้ำสะอาด 100 ลิตร ตามสูตรที่เตรียมไว้ แล้วตักใส่บัวรดน้ำ แล้วรดลงบนกองมูลสัตว์กับแกลบให้ชุ่ม คลุกเคล้าให้เข้ากันให้มีความชื้นพอดีกำเป็นก้อนไม่มีน้ำไหลมาตามง่ามนิ้ว
- จากนั้นนำรำละเอียดลงคลุกเคล้ากับแกลบผสมมูลสัตว์ให้เข้ากัน แล้วนำไปหมัก

-ซึ่งมีวิธีการหมัก 2 แบบด้วยกัน คือ
แบบที่ 1 กองบนพื้นหนาประมาณ 15-20 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน หมักไว้ 7 วัน
แบบที่ 2 หมักในกระสอบหมักไว้ 5-7 วัน จะปิดปากกระสอบหรือไม่ปิดก็ได้

ข้อสังเกต ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีคุณภาพดีนั้น จะมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ด เมื่อแห้งและเย็นแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือบรรจุกระสอบเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่มีความชื้น และควรใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน

วิธีการใช้
- ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 2 กำมือ/ 1 ตารางเมตร เพื่อเตรียมดิน
- ใช้หว่านเตรียมแปลงปลูกมันสำปะหลัง 300 กิโลกรัม/ไร่
- ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 100 กิโลกรัม/ไร่ บำรุงดินในนาข้าว สวนผลไม้ ให้มีความสมบูรณ์อยู่เสมอ
- ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 100 กิโลกรัม/ไร่ ในการเตรียมบ่อเลี้ยงปลา,เลี้ยงกุ้ง แทนสารเคมีและปูนขาว เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำให้ดีขึ้น

3.การทำจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้
วัตถุดิบ
- กล้วยน้ำว้าสุก จำนวน 2 กิโลกรัม
- มะละกอสุก จำนวน 2 กิโลกรัม
- ฟักทองแก่จัด จำนวน 2 กิโลกรัม
- หัวเชื้อจุลินทรีย์เศษอาหารหลัก 5 หมู่ จำนวน 40 ซีซี
- กากน้ำตาล จำนวน 40 ซีซี
- น้ำสะอาด จำนวน 10 ลิตร

วิธีการ
- นำวัตถุดิบผลไม้ทั้งหมดมาสับละเอียดทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ภาชนะเตรียมหมัก
- เติมน้ำสะอาดแลกากน้ำตาลลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาตั้งไว้ในที่ร่ม หมักไว้อย่างน้อย 7 วัน
- ครบ 7 วัน เมื่อเปิดฝาออกจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะที่ใช้หมัก ใช้ช้อนตักไขมันสีเหลืองที่พบเก็บใส่ขวดไว้ใช้เป็นฮอร์โมนเร่งราก สำหรับกิ่งตอน และ กิ่งชำ พืชผัก ผลไม้ทุกชนิด
- จากนั้นก็กรอง แยกกากและน้ำหมักออกจากกัน โดยน้ำหมักกรองใส่ขวดเก็บไว้ในที่ร่ม และต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน ส่วนกากที่หมักแล้วนำไปฝังดินใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน หรือ นำไปผสมกับหัวอาหารปลา หรือ หัวอาหารกบ

การนำไปใช้
- ผสมน้ำ 500 เท่า คือ ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 10 ลิตร ฉีดพ่นไม้ผล สวนผัก สวนมันสำปะหลัง ในระยะก่อนผลิดอกต่อเนื่องจนกระทั่งติดผลเล็กก็หยุดบำรุง
- สำหรับไม้ผล ถ้าต้องการผลผลิตตลอดปี ควรฉีดพ่นน้ำหมักนี้ทุก 15 วัน

4.สูตรปุ๋ยน้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่
วัตถุดิบ
- เศษอาหารไม่จำกัดปริมาณ
- กากน้ำตาล เติมได้เรื่อยๆไม่จำกัด เมื่อน้ำหมักมีกลิ่นเหม็น
- หัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม 40 ซีซี
- น้ำสะอาดพอท่วมวัตถุดิบทั้งหมด
- หมักรวมกันอย่างน้อย 15 วัน ใช้ประโยชน์ได้

การนำไปใช้
- ใส่ตอนเตรียมดิน เพื่อเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ในอัตรา 1 ลิตร/ หลุม
- ใช้เป็นจุลินทรีย์หลักในการเป็นส่วนผสมในการการทำปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ
-ใช้เป็นฮอร์โมนระเบิดหัวมัน บำรุงมันสำปะหลังช่วงอายุ 3-5 เดือน ใช้น้ำหมักเข้มข้นรดโคนต้นมันสำปะหลังประมาณ 1 แก้ว/ต้น ครั้งเดียวช่วงไม่มีแสงแดด

โดย :  jidapha
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 12:43:35 น.
IP : (171.4.124.14)

ความคิดเห็นที่ 9

ในเรื่องของราคามันสำปะหลังก็มีขึ้นลงตามช่วง เป็นเรื่องธรรมดาครับ ถ้าหากว่าเรามีการจัดการปลูกและการดูแลที่ดี ผมคิดว่าได้กำไรแน่นอนครับ ยิ่งปลูกเป็นจำนวนเยอะๆหลายๆไร่แบบนี้ ไม่มีขาดทุนแน่นอนครับ

โดย :  arnon_k
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 15:24:58 น.
IP : (113.53.47.145)

ความคิดเห็นที่ 10

การปลูกและจำหน่ายมันสำปะหลังมันก็คล้ายๆกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าล่ะครับ การปลูกมันสำปะหลัง 1 รอบการปลูกเราจะต้องมองอนาคตไปอีก 8เดือนข้างหน้า การที่จะให้ผลผลิตจากมันสำปะหลังราคาดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย อาทิ
- %เชื้อแป้ง ที่ตลาดต้องการตั้งแต่ 20-30% เราจะต้องปลูกอย่างน้อย 8-10 เดือน
- ความต้องการของตลาดจะมีมากที่สุดในช่วงฤดูฝน เนื่องจากผลผลิตมีน้อย ททำให้ราคาสูง
- ปริมาณผลผลิตและการขนส่ง ถ้าเรามีเยอะ และ ต้นทุนการผลิตต่ำ ถึงแม้ราคาซื้อ-ขายจะไม่สูงมากนัก แต่ที่แน่ๆ จะเห็นถึงกำไรล้วนๆ

โดย :  aphai
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 16:27:32 น.
IP : (113.53.47.145)

ความคิดเห็นที่ 11

ขอบคุณมากๆๆครับ ถ้าเรื่องเกษตรมาเว็บนี้ไม่ผิดหวังจิง พี่ๆๆใจดีทุกคนเลยคับ

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 19:52:52 น.
IP : (118.174.69.104)

ความคิดเห็นที่ 12

ณ วันนี้ที่ อ หนองบัวระเหว จ ชัยภูมิ กก ละ2.80บาท(หักดิน10%)
สำหรับท้องที่ที่ไม่สามารถปลูกพืชอื่นมันก็ต้องปลูกละครับ 60 ไร่ก็พอเลี้ยงครอบครัวแบบพอเพียงได้อยู่
1 ก่อนปลูก พิจารณาสภาพดินว่าเป็นทรายลุ่มต่ำไหม มันจะเน่าน่ะครับ
2 ปลูกมันติดต่อกันมานานจนดินเสื่อมสภาพหรือยัง
-ถ้าดินเสื่อมขาดสารอาหาร เน้นแนะนำว่าลงมูลไก่แกลบ สิบล้อละ แล้งนี้คงหมื่นห้า ต่อยี่สิบไร่
-ถ้าปลูกพืชอื่นมาก่อนเปลี่ยนมาปลูกมันก็แค่หว่านปุ๋ยเคมีรองพื้นก่อนยกร่องกลบตอนปลูกก็พอ(ยังไม่อยากให้ลงทุนมาก)ลองแบ่งแปลง ใช้ 15-15-15 สามไร่ต่อกระสอบ
กับอีกแปลงลองใช้ 46-0-0 อัตราเท่ากัน ดินแต่ละที่ถูกกับปุ๋ยต่างกัน ลองแบบนี้ก่อน
3 ไม่ต้องซื้อพันธุ์ใหม่แพงๆ เกษตรศาสตร์ 50 ที่มีทั่วไปนี่แหละ หากได้หว้ยบง 60 ก็ดี(เหมาะกับดินที่ค่อนข้างดี)
4 อย่าตัดพันธุ์มาเก็บไว้นาน เกษตรศาสตร 50 ไม่ควรเกินสองเดือน ห้วยบง เดือนเดียวก็แห้งแล้ว หากลำใหญ่ยาวก็เดือนครึ่ง
-อย่าั้กองต้นพันธุ์สุมกันกองใหญ่ ตั้งเป็นแถวตอนแคบๆ ยาวๆ ลำไหนไม่โดนแดดจะฝ่อ มอดกิน ปลูกไม่ค่อยเกิด
5 ถ้าหญ้าในที่ดินเยอะก็ไถดะ ทิ้งให้หญ้าตาย สักสิบวันค่อยไถพรวน
6 เดือนมีนาถ้าฝนตกหนักพอปลูกได้แถวบ้านผมจะลงปลูกเลย อัตรการเกิดจะสูงกว่าพวกปลูกเดือนเมษา พฤษภา เพราะอากาศไม่ร้อนจัด พองอกแล้วมันก็รอฝนได้เป็นครึ่งเดือน
เน้นว่ายกร่องด้วยรถไถฟอร์ด ใช้ผานสามใบ ถอดออกสองใบหน้า แล้วเอาใบเล็กใส่แทนใบกลาง บอกคนขับให้ปรับระยะแถวหนึ่งเมตร ไม่แนะนำผานยกร่องอ้อย น้ำจะเซาะดินเป็นร่องลึก
(หว่านปุ๋ยก่อนล่ะ)
7 ตัดท่อนพันธุ์ปลูก ตัดตรง ไม่เป็นปากฉลามมาก เสียบลงดิน 5 cm ปักตั้งตรง ดินเลวปลูกถี่ ดินดีปลูก 50 cm ปลูกทันทีที่ยกร่องยิ่งดี อย่ายกร่องทิ้งไว้หลายวัน
8 หลังปลูกพ่นทันทีด้วย ยาคุมหญ้า(ซูมิโซย่า เท่านั้นถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้ ห้ามใช้อามีทรีน ไดยูรอน เดี๋ยวพืชในแปลงข้างเคียงจะเฉาตาย) ซอง100กรัมห้าร้อยกว่าบาทต่อ7-8ไร่ผสมกับยาฆ่าเพลี้ยแป้งไทอะมิโตแซม(แอกทารา)
9 หากหญ้าขึ้นเร็ว 15 วันกำจัดด้วยพาราควอด ยาเผาไหม้ 100-120 ccต่อน้ำ 16ลิตร(ถังสเปรย์แบบพลาสติก) อย่าปั้มแรงให้เป็นละอองไปโดนส่วนสีเขียวของต้นมันอ่อน(โดยเด็ดขาด)
หากหญ้าไม่ขึ้นเร็ว ก็ดูว่าหญ้าที่เกิดมีสองใบ ไม่ต้องรอให้หญ้าขึ้นมองเห็นเขียวเต็มดิน จะกำจัดยาก
10 อายุได้เดือนกว่าๆ ก็ใส่ปุ๋ยได้แล้ว ขุดตื้นๆระหว่างต้น ใส่ 2 -3ไร่ต่อกระสอบ
11 หากเพลี้ยแป้งระบาดก็กำจัดด้วยไทอะมิโตแซม
12 หญ้าตอนมันต้นโตแล้วแต่เทคนิกของแต่ละพื้นที่ หลายเจ้าก็ไม่อยากใช้ไกลโฟเสต กลัวต้นมันจะได้รับผลไปด้วย เจ้าของสวนต้องพิจารณา แต่อย่าให้มีหญ้าขึ้นรกโดยเด็ดขาด(สำคัญที่สุดของชาวไร่มัน) ถ้าหญ้าใบแคบขึ้นเร็ว รก ต้นมันยังเล็กอาจต้องลงทุนใช้ไฮไซด์ 1 ลิตร ห้าร้อยปลายๆ ผสมน้ำ200ลิตร 250ลิตร พ่นแบบเร็วให้ได้หกเจ็ดไร่(ไม่ทำลายพืชใบเลี้ยงคู่ แต่อย่าให้โดนยอดอ่อนต้นมัน จะไหม้ได้)
หากมันงามเร็ว สูงเลยเอวจะมักง่ายใช้ไกลฟเสต 48 ก็ไม่ผิดวิสัย 100-120cc ต่อน้ำ 16 ลิตร ใช้หัวพ่นที่เหมาะสม พ่นให้เร็วจะตกค้างไม่มาก
ถึงตอนนี้คงจะเป็นไร่มันสำปะหลังแล้วล่ะ อย่าไปลงทุนกับปุ๋ยน้ำ พวกปุ๋ยสารพัดนึกทางใบ หลักๆแล้วพืชกินอาหารทางราก
หากไม่แน่ใจเรื่องการกำจัดวัชพืช (มือใหม่ห่วงตรงนี้มาก)หรืออื่นๆก็โพสต์ถามใหม่นะ ตั้งแต่ปรับปรุงเวบใหม่นี่บอร์ดเงียบเหงาเลย สมาชิกหายหน้าไปหลายท่าน หลังน้ำลดอยากคงทะยอยเข้ามา

โดย :  chaangg
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 14-11-2554 | 23:59:42 น.
IP : (110.49.224.34)

ความคิดเห็นที่ 13

ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ทำได้ ก็ประมาณ 5 ตันค่ะ
คิดง่ายๆที่ราคาหัวมันสดกิโลกรัมละ 2 บาท ก็มีรายได้อยู่ที่ ไร่ละ 10,000 บาท (รายได้ยังไม่หักค้าใช้จ่าย)
ทำกี่ไร่ก็ลองคำนวณดูนะค่ะ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15-11-2554 | 08:23:24 น.

โดย :  jang_rd
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 08:22:30 น.
IP : (180.183.241.1)

ความคิดเห็นที่ 14

ใครปลูกมันสำปะหลังโอกาสขาดทุนน่าจะมีน้อย เพราะเป็นพืชที่รัฐเข้ามาดูแลและควบคุมราคาให้

โดย :  เรณุกา
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 10:23:39 น.
IP : (118.172.69.184)

ความคิดเห็นที่ 15

เวลานี้คิดจะปลูกมันสำปะหลังหากถามว่ามีโอกาสขาดทุนไหม มันก็มีนะครับแล้วแต่ช่วงของระยะเวลา แต่ก็มีโอกาสขาดทุนน้อยมาก เพราะมันสำปะหลังรัฐบาลเป็นผู้ควบคุมราคา ได้กำไรเยอะบ้างน้อยบ้างแล้วแต่โอกาสทองขึ้นหรือลงเท่านั้นครับ กล้าทำก็ต้องกล้าเสี่ยงครับ

โดย :  prapan
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 11:07:43 น.
IP : (118.172.69.184)

ความคิดเห็นที่ 16

ถ้าถามถึงมันสำปะหลัง คงต้องพูดกันยาว แต่พอจะสรุปสั้นๆง่ายๆให้ท่านพอเข้าใจก่อนว่า มันสำปะหลังมีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็แตกต่างกันครับ วิธีการปลูกและปุ๋ยรวมถึงสภาพพื้นดินก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันสำปะหลังได้แป้งดี ดังนั้นการตรวจสภาพดินก่อนปลูกก็สำคัญ จะทำมันให้ได้ผลดีต้องเรียนรู้ก่อนลงมือทำครับ การตัดท่อนพันธุ์มันให้ใช้เลื่อยหั่นนะครับ เอามาแช่ด้วยปุ๋ยสูตร5มูลด้วยก็จะได้ผลดีครับ จากนั้นการปลูกการที่มันจะลงหัวมากใบมันจะไม่งามมากครับแต่ไม่ได้หมายถึงใบเหี่ยวหรือไม่ดีนะครับ เอาแบบนี้ครับสนใจเรื่องมันมาสอยดาว จันทบุรี มาพบลุงยันต์ วรรณราดครับมาถามเลยว่าที่ไหนครับที่แจกหญ้าแฝกรับรองเจอลุงยันต์ครับ

โดย :  yootana_a
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 11:11:20 น.
IP : (171.4.10.85)

ความคิดเห็นที่ 17

ราคามันปีนี้ค่อนข้างดีนะค่ะ แต่ถ้ามีถึง 50-60 ไร่อยากแนะนำให้แบ่งปลูกอ้อยบ้างค่ะ เพราะอ้อยปลูกเพียงครั้งเดียวเราสามารถบำรุงและดูแลตออ้อยต่อได้อีกสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 3 รุ่นค่ะ แต่ถ้าจะปลูกมันก็มีวิธีการปลูกดังนี้
การปลูกมันสำปะหลัง
การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังระยะต่าง ๆ สำคัญมาก ประโยชน์เพื่อให้เราได้ดูแลมันสำปะหลังตรงกับความต้องการ และได้ผลผลิตสูงที่สุด การเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง แบ่งเป็น 5 ระยะดังนี้
ระยะที่ 1. ระยะท่อนพันธุ์งอกและตั้งตัว อยู่ในช่วงระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หลังปลูก
ระยะที่ 2. ระยะพัฒนาทรงพุ่ม เป็นระยะที่เริ่มแตกกิ่งก้านและสร้างใบ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนที่ 2
ระยะที่ 3. ระยะพัฒนารากและสะสมอาหาร ระยะนี้มันสำปะหลังจะลำเลียงแป้งไปสะสมไว้ที่หัว ตั้งแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป
ระยะที่ 4. ระยะพักตัว เป็นช่วงที่มันสำปะหลังชะงักการเจริญเติมโต และมีการทิ้งใบ หลังจากเดือนที่ 14
ระยะที่ 5. ระยะฟื้นตัว มันสำปะหลังจะนำเอาอาหารจากหัวขึ้นมาสร้างใบใหม่
การปลูกมันสำปะหลังเราจะไม่ปล่อยให้เลยไปจนถึงระยะที่ 4 ควรขุดขึ้นมาในช่วงอายุ 10 – 14 เดือน
วิธีการปลูกมันสำปะหลัง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงสุด
1. การเตรียมดิน
ต้องทำดินให้ร่วนซุยที่สุดเนื่องจากมันสะปะหลังเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเอาหัวที่อยู่ใต้ดิน หากดินแน่นมันสำปะหลังจะเติบโตได้ไม่ดี ทำโดยการไถผาน 3 และผาน 7 หลังจากนั้นยกร่องห่างกันหัวร่อง 1 เมตร
แนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับยิปซัม อัตรา 50-100 กก.ต่อไร่ เพื่อการรองพื้นในขั้นตอนการไถยกร่อง เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์ อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ประกอบด้วยกรดอะมิโนซึ่งเป็นอาหารที่ให้พืชนำไปใช้ได้ทันที และยิปซัมทำให้ดินไม่แน่น และยังทำให้ธาตุอาหารปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ เพื่อค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารหล่อเลื้ยงให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรองอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเตรียมดินแล้วให้ฉีดยาคุมวัชพืช(อะลาคลอร์) เพื่อคุมวัชพืชในช่วงแรก
-ปุ๋ยอินทรีย์ + ยิปซัม + อะลาคลอร์
2. ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ควรใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุ 8-12 เดือน ขนาดความยาวประมาณ 30-45 เซนติเมตร การตัดท่อนพันธุ์ยาวและปักลงดินครึ่งต่อครึ่ง จะช่วยให้มันสำปะหลังเกิดหัวมากขึ้น และมีการเจริญเติบโตพัฒนาทรงพุ่มได้ดีขึ้น และสามารถเกิดใบคลุมหญ้าได้เร็ว ขจัดปัญหาเรื่องหญ้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากยาฆ่าหญ้าจะทำให้มันสำปะหลังชะงักการเติบโตเป็นเวลานาน เมื่อถึงเวลาจะได้มันสำปะหลังหัวไม่โต แต่ถ้ามีหญ้าขึ้น สามารถใช้ยาฆ่าหญ้าแบบสัมผัส(พาราควอต) โดยการฉีดโคนต้น ระวังไม่ให้โดนใบได้
ก่อนปลูกแนะนำให้ใช้น้ำยาจุ่มท่อนพันธุ์มันสำปะหลังประสิทธิภาพสูง เช่น ฮิวมิคชนิดน้ำ ช่วยเร่งรากเพิ่มอาหารในท่อนพันธุ์ ช่วยในการเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น
และสำหรับพื้นที่ ๆ มีโรครา และแมลงระบาดป้องกันโดยผสมสาร​ไธอะมี​โท​แซม(แมลงโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง) 4 กรัม ​แคป​แทน(ราชั้นต่ำ) 120 กรัม ​และคาร์​เบนดาซิม(ราชั้นสูง) 120 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ​เป็น​เวลานาน 5 นาที
-ฮิวมิค + ไธอะมี​โท​แซม + แคป​แทน + คาร์​เบนดาซิม
3. การปลูก ให้ปลูกแบบยกร่องระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร ห่างระหว่างร่อง 1 เมตร หากในขั้นตอนการทำรุ่นหญ้าใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่อง ให้ขยับความห่างระหว่างร่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.20 เมตร การปักท่อนพันธุ์ควรปักลึกลงไปประมาณ 15-20 เซนติเมตร การปลูกมันสำปะหลังนั้น หากเราเว้นระยะระหว่างต้นถี่เกินไป จะส่งผลให้มันสำปะหลังหัวไม่โต เนื่องจากหัวของมันสำปะหลังจะชนกันและหยุดการเจริญเติบโต
4.เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ให้ไถทำรุ่นหญ้าพร้อมกับใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2
ใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่องเพื่อจัดการกับหญ้า เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน รวมถึงประยัดต้นทุนการผลิต
ช่วงเดือนที่ 1 ของมันสำปะหลังเป็นระยะพัฒนาทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ช่วงนี้มันสำปะหลังต้องการธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนสูง ในขณะเดียวกันธาตุอาหารรองต่างๆก็ขาดไม่ได้เช่นกัน แนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมีผสมที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อให้ใบพัฒนาต่อไป
- ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตัวหน้าสูง หรือปุ๋ยยูเรีย
การฉีดพ่นทางใบช่วงระหว่างเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 3
การฉีดพ่อทางใบหรือการใช้น้ำทางใบ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการส่งเสริมให้ต้นมันสำปะหลังแข็งแรง ปลอดโรคและแมลง และยังส่งเสริมใช้มันสำปะปลังมีใบคลุมหญ้าได้เร็วโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า ช่วงนี้ แนะนำให้ฉ ฮิวมิคน้ำ เพื่อให้ลำต้นแข็งแรงมากขึ้นร่วมกับยาฆ่าแมลง หรือยารักษารา ในกรณีพี่พบอาการ แต่ถ้าเป็นช่วงฝนตก อาจใช้ฮิวมิคชนิดเม็ด หรือผลก็เพียงพอ เพื่อลดต้นทุนการผลิต

-ฮิวมิคน้ำ , ฮิวมิคเม็ด หรือผง , Zn

-ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา
5. ช่วง 3-6 เดือนระยะสะสมแป้งของมันสำปะหลัง
ระยะนี้มันสำปะหลังจะเริ่มดึงธาตุอาหารจากใบ ลำเลียงผ่านทางลำต้นเพื่อนำไปสะสมเป็นหัวมันสำปะหลัง เราควรให้ธาตุอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เนื่องจากโปแตสเซียมมีส่วนช่วยในการขยายท่อลำเลียงอาหาร และทำให้ขบวนการลำเลียงอาหารมาสะสมที่หัวมันสำปะหลังเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเร่งลงหัว เช่น 18-4-20 หรือ สูตรที่มีครบทุกตัวโดยตัวท้ายสูงที่สุด จะส่งผลให้มันสำปะหลังมีขนาดหัวใหญ่ขึ้น และยังช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นสำหรับการปลูกในฤดูการถัดไป
การฉีดพ่นทางใบในช่วงนี้ ถ้ามีแมลง หรือโรค ให้ฉีดรักษาตามอาการ ร่วมกับฮอร์โมนลงหัว จะช่วยให้หัวใหญ่ยิ่งขึ้นมาก
-ปุ๋ยเร่งหัว , ฮอร์โมนเร่งหัว
-ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา
6.ช่วงเดือนที่ 10-12 ให้ทำการเก็บเกี่ยว

โดย :  สุดารัตน์
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 11:39:17 น.
IP : (171.4.24.134)

ความคิดเห็นที่ 18

10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น 10มือทำ ยังไม่รู้ว่าจะใด้ผลผลิต ราคามันสำประหลัง ขึ้นๆลงๆในแต่ละปีครับ เอาแน่นอนไม่ใด้ อย่างต้นปี54นั่นราคาที่3.60 แต่ตอนเดือนตลาคม54ฝนตกหนักทำให้หลายๆพืนทีหัวมันเน่าเสีย[ภาษาชาวบ้านตกหล่ม]ต้องรีบขุด ทำให้ราคาอยู่ที่1.80สตางค์ กรุณาอย่าถามว่า1ไร่จะใด้ผลผลิตเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพพืนดินในแต่ละที่ ปลุกในดินไม่ดีก้อตกที2-3ตันต่อไร่ส่วนมากจะอยู่ราวๆนี้ หาใครบอกว่าปลูกใด้10ตันขึ้น ดินต้องดีมากพอสมควร+กับการดูแล่ที่ดี
ผมขอแนะนำว่าอย่าปลูกมันสำประหลังอย่างเดียวในพืนที่60ไร่ ให้แบ่งปลุก อ้อย20ไร่ มันสำประหลัง20ไร่ ข้าวโฟด10ไร่ อืนๆ10ไร่จะทำให้เราว่าปลูกพืชแบบใหนดีสุดในพืนที่ของเรา

โดย :  sawatde
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 13:13:03 น.
IP : (49.49.115.28)

ความคิดเห็นที่ 19

ถึงคุณweerayut11คุณคิดถูกแล้วที่จะมาปลูกพืชพลังงานทดแทนคือมันสำปะหลัง ในอนาคตราคามันสำปะหลังไม่ต่ำกว่า2000บาทต่อตันครับเพียงแต่เราจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า10ตันครับซึ่งผมได้ทดลองปลูกมันสำปะหลังตามวิธีการบำรุงและดูแลของผมผลผลิตที่ได้เฉลี่ยไร่ละ12ตันครับซึ่งในฤดูกาลหน้าผมตั้งใจที่จะทำให้ได้ไร่20ตันครับ

โดย :  pnc
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-11-2554 | 14:41:54 น.
IP : (113.53.236.220)

ความคิดเห็นที่ 20

ราคาของมันสำปะหลังปีหน้าราคาจะดีขึ้นนะคะ ปลูกเยอะๆได้ยิ่งดีเลย

โดย :  ausa
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 16-11-2554 | 11:23:17 น.
IP : (113.53.75.71)

ความคิดเห็นที่ 21

ขอขอบคุณจากใจครับ
มีคำถามอีกครับ เพราะผมยังใหม่ ขอความรู้เพิ่มเติมนะครับ
1 ไร่ใช้กิ่งพันธุ์ประมาณเท่าไหร่ครับ แล้วเขาขายกันกิ่งละเท่าไหร่ครับ
เพื่อจะได้มาประมาณการล่วงหน้ารอ เพื่อจัดหางบประมาณ

โดย :  weerayut11
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 17-11-2554 | 16:21:17 น.
IP : (118.172.220.242)

ความคิดเห็นที่ 22

ถึงคุณweerayut11การปลูกมันสำปะหลัง1ไร่ใช้ท่อนมันประมาณ1600ท่อนหรือประมาณ250ต้น ซึ่งราคากิ่งพันธุ์นั้นอยู่ที่สายพันธุ์ครับราคาเริ่มตั้งแต่1.50-15บาทครับ และตอนนี้ผมกำลังรับสมัครเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังเข้าร่วมโครงการปลูกมันไร่ละ10ตันขึ้นไปเพื่อส่งให้กับโรงงานผลิตเอทานอลสนใจเข้าร่วมโครงการโทรติดต่อผมได้ครับโทร0864416906

โดย :  pnc
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 18-11-2554 | 10:12:27 น.
IP : (113.53.236.220)

ความคิดเห็นที่ 23

ไทยเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่สำคัญที่สุดในเอเชีย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 37 ของ
ผลผลิตมันสำปะหลังในเอเชียทั้งหมด และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมากที่สุดในโลก
โดยมีสัดส่วนการส่งออกเฉลี่ยถึงร้อยละ 80 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรวมทั้งหมด
ของโลก
แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรปี 2554 ตามบทวิเคราะห์ของหอการค้าไทย ระบุชัดว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงอีก 10% เนื่องจากยังมีความต้องการจากตลาดอยู่อีกมาก หนึ่งในนั้นคือมันสำปะหลัง
ตลาดโลกมีความต้องการมันสำปะหลังกว่า 30 ล้านตันต่อฤดูการผลิต ขณะที่ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกอันดับหนึ่ง สามารถป้อนผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้เพียง 20 ล้านตันเท่านั้น

โดย :  prasong_p
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 23-11-2554 | 10:46:01 น.
IP : (101.108.236.125)

ความคิดเห็นที่ 24

ถ้าคุณอยากทราบรายละเอียด จุลินทรีย์ฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือจุลินทรีย์อาหารหลัก 5 หมู่ เมล์มาที่ max_rung@hotmail.com ยินดีให้คำแนะนำ

โดย :  แม๊ก
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 25-11-2554 | 19:55:25 น.
IP : (49.48.114.234)

ความคิดเห็นที่ 25

ราคามันสำประหลังช่วงนี้กำลังดีนะค่ะ เพราะประเทศคู่แข็งขันก็ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ ทำให้ตลาดมีความต้องการเป็นอย่างมาก

โดย :  aon
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 29-11-2554 | 11:59:39 น.
IP : (182.53.124.20)

ความคิดเห็นที่ 26

เคยได้ข้อมูลจากผมไปหรือยัง เรื่่องเทคนิคการปลูกมันให้ได้ 10 ตันต่อไร่ ถ้ายังก็ส่งเมล์ให้ผมนะ จะจัดส่งข้อมูลไปให้ ไม่คิดตังค์ แต่อยากให้ได้ตังค์ เยอะ ๆ กับผลผลิตที่เราสร้างขึ้น

โดย :  อนุวัฒน์ จันธิ
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 30-11-2554 | 17:11:53 น.
IP : (58.8.173.20)

ความคิดเห็นที่ 27

ดีมาก ขอเป็นกำลำใจให้นะครับ

โดย :  nithisak
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 30-11-2554 | 19:53:43 น.
IP : (171.4.218.233)

ความคิดเห็นที่ 28

หัวใจของการปลูกมันสำปะหลังสูตร 80 ตันต่อไร่ ประกอบด้วย 4 กระบวนการ ที่ทำหน้าที่สัมพันธ์กันเป็นวงจร เพื่อดูแลหล่อเลี้ยงต้นอ้อยให้เติบโตสมบูรณ์ คือ
1. ดิน
2. พันธุ์มันสำปะหลัง
3. น้ำ
4. ปุ๋ยคุณภาพสูง
โดยมีวิธีการปลูกดังนี้
- การเตรียมดิน
เนื่องจากดินเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง การศึกษาเรื่องของดินอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ทำให้ทราบว่า ดินที่อ้อยต้องการ จะต้องมีคุณสมบัติครบ 4 ประการ คือ น้ำ อากาศ อินทรียวัตถุ และแร่ธาตุ ดังนั้น การเตรียมดินจะต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดิน,ซิลิคอน ผสมกันในอัตราที่เหมาะสม เพื่อทำให้ดินมีอินทรียวัตถุมากขึ้น สภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกสามารถระบายน้ำได้ดี มีแหล่งน้ำที่สะอาด อยู่ในมาตรฐาน หรือเป็นแหล่งน้ำชลประทาน(ในกรณีใช้น้ำหยด)
การเตรียมดิน เนื่องจากมันสำปะหลัง เป็นพืชใช้รากกักเก็บอาหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหัวมัน การเตรียมดินนับว่ามีบทบาทสำคัญมาก ชาวไร่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
การไถ ควรไถขณะดินยังมีความชื้นพอที่จะปฏิบัติไถพรวนได้สะดวก ควรใช้เครื่องไถระเบิดดินดาน (subsoiler) หรือไถสิ่ว (ripper) ไถแบบตาหมากรุกเพื่อให้ดินนั้นเก็บน้ำไว้มากขึ้นภายหลังฝนตกและดินระบายน้ำได้ดีแล้ว ยังทำให้รากสามารถหยั่งลึกได้มากขึ้นอีกขณะเดียวกัน ถ้าพื้นดินอยู่ในสภาพที่ขาดน้ำก็จะเป็นทางให้มันสำปะหลัง ใช้น้ำใต้ดินได้อีกด้วย
เมื่อไถระเบิดดินชั้นล่างแล้วก็ตามด้วยไถจาน ๓ อีก ๓-๔ ครั้ง คือ ไถดะ ๑ ครั้ง แล้ว ไถแปรอีก ๑-๒ ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดินและฤดูกาลที่ปลูก สำหรับการปลูกต้นฝน อาจไม่จำเป็นต้องเตรียมดินให้ละเอียดมากนัก แต่ถ้าเป็นการปลูกปลายฝนการเตรียมดินให้ละเอียดเป็นสิ่งจำเป็นการไถควรไถให้ลึกมาก ๆ เพื่อให้สามารถเปิดร่องได้ลึก
ข้อที่ต้องระวังในการเตรียมดินก็คือ ไถในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะวิธีง่ายที่สุดที่จะทราบว่าดินนั้นมีความชื้นพอเหมาะหรือไม่ก็คือเอาดินในชั้นที่จะมีการไถใส่ฝ่ามือ แล้วกำพอแน่นแบมือออก ถ้าดินมีความชื้นพอเหมาะ จะจับกันเป็นก้อนในลักษณะพร้อมที่จะแตกออกเมื่อมีอะไรมากระทบ ดินที่มีความชื้นน้อยเกินไปก็จะแข็งมากไถลำบาก ถ้าดินมีความชื้นมากเกินไปก็จะจับกันเป็นก้อน นอกจากนี้ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง การปฏิบัติต่าง ๆ ในการเตรียมดินต้องกระทำในทิศทางตั้งฉากกับความลาดเอียงเสมอ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดการกร่อนของดินเนื่องจากน้ำ
การปรับระดับ เมื่อไถเสร็จแล้วควรปรับระดับพื้นที่ให้ราบเรียบพอสมควร และให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยทางใดทางหนึ่งที่จะสะดวกต่อการให้น้ำและระบายน้ำ ในกรณีที่ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนการปรับระดับจะทำให้น้ำไหลช้าลงช่วยลดการชะกร่อนได้อีกทางหนึ่งด้วย
ในที่บางแห่งซึ่งมีความลาดเอียงค่อนข้างมากอาจต้องทำคันดินกั้นน้ำเป็นตอน ๆ ตัดขวางทางลาดเอียง พร้อมทั้งมีร่องระบายน้ำด้วย ทั้งคันดินและร่องน้ำควรให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลช้าลง บริเวณที่ลาดเอียงมากไม่ควรใช้ปลูกอ้อย
การยกร่อง หรือการเปิดร่องสำหรับปลูกมันสำปะหลัง (ยกตัวอย่างแปลงปลูก 40x40 เมตร(1ไร่)
ไถเปิดร่องแล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมสารเพิ่มผลผลิต Active ซิลิคอนรองฟื้น 2.5 กิโลกรัม/แถว แล้วจึงไถกลบปุ๋ยเพื่อทำแปลงปลูก กว้าง 80 เซนติเมตร 1ไร่จะได้ 40 ร่อง 1ร่องจะปลูกได้ 40 ต้น รวม 1ไร่จะปลูกได้1600 ต้น คุณต้องการกี่ตันต่อไร่ 20,40,60,80,100 ตัน มีวิธีปลูก2 แบบยินดีให้คำปรึกษา โทร 0824590346 อ.อนันต์ อัคราช
วิธีการปลูก แบบที่1วิธีการปลูกมันแบบคอนโด
1. การเตรียมท่อนมันสำปะหลัง ต้องเลือกท่อนมันที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยดูจากอายุท่อนพันธุ์ที่จะนำมาขยาย ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มาจากต้นที่มีอายุ 8-15 เดือน แต่อายุท่อนพันธุ์ที่จะให้ผลดีที่สุดต้องมีอายุ 12 เดือน
2. เลือกท่อนมันที่มีตาถี่ มีความสมบูรณ์เท่าๆกัน ตัดให้ยาว 25-30 ซม.
3. ปาดตาออกจนถึงเยื่อเจริญ ท่อนละประมาณ 3-5 ตา แล้วนำท่อนมันสำปะหลังไปแช่สารเพิ่มผสมผลิตทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก เพราะสารเพิ่มผสมผลิตจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต
4. ปลูกลงตรงๆ ระยะหว่าง 1x1 เมตร
แบบที่ 2
1. การเตรียมท่อนมันสำปะหลัง ต้องเลือกท่อนมันที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยดูจากอายุท่อนพันธุ์ที่จะนำมาขยาย ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มาจากต้นที่มีอายุ 8-15 เดือน แต่อายุท่อนพันธุ์ที่จะให้ผลดีที่สุดต้องมีอายุ 12 เดือน
2. เลือกท่อนมันที่มีตาถี่ มีความสมบูรณ์เท่าๆกัน ตัดให้ยาว 20 ซม.
3. นำท่อนมันสำปะหลังไปแช่สารเพิ่มผสมผลิตทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก เพราะสารเพิ่มผสมผลิตจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต
4. ปลูกลงตรงๆ ระยะหว่าง 1x1 เมตร

โดย :  pong
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 07-12-2554 | 08:58:08 น.
IP : (171.4.123.202)

ความคิดเห็นที่ 29

วิธีการปลูก
การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 เซนติเมตร เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป
การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้ปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ ควรระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก การปักตรง 90 องศา หรือปักเฉียง 45 องศากับพื้นดิน ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน และมันสำปะหลังจะงอกเร็ว สะดวกต่อการกำจัดวัชพืชและปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่ม ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว
ควรให้ระยะปลูกอยู่ที่ประมาณ 80 x 100 เซนติเมตร ปลูกได้ตั้งแต่ช่วงต้นฝนถึงปลายฝน หรือในขณะที่ดินมีความชื้น มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ง่ายเพียงมีความชื้นเล็กน้อย

การใส่ปุ๋ย
แบ่งการใส่ปุ๋ยเป็นสองรอบเพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการสารอาหารของพืชซึ่งแตกต่างกันไปแต่ละช่วงเวลา
ใช้สูตรที่2 : สำหรับปาล์มน้ำมันและพืชผักผลไม้ ปริมาณ 60-80 กก./ไร่

การใส่ปุ๋ยครั้งแรก ช่วงระยะเวลาเร่งต้น
การใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง ช่วงระยะเวลาในการเร่งหัวมันสำปะหลัง

ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังได้เปรียบพืชไร่ชนิดอื่นที่สามารถยืดหยุ่นอายุการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังตามความจำเป็น เช่น ราคาในขณะนั้น และแรงงาน แต่โดยปกติจะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 10-12 เดือน เพราะผลผลิตมันสำปะหลังจะมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น หลังจากเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง ต้องตัดเหง้าและต้นออก และรีบส่งหัวมันสดเข้าโรงงานทันที หรืออย่างช้าไม่เกิน 3 วัน มิฉะนั้นหัวมันจะเริ่มเน่า ส่วนลำต้นต้องเก็บทันทีเพื่อใช้ทำพันธุ์ต่อไป โดยนำไปกองรวมกันแบบตั้งขึ้นให้โคนติดพื้นดินส่วนยอดตั้งขึ้นในร่ม วิธีนี้สามารถเก็บต้นได้นานถึง 30 วัน ส่วนของกิ่ง ก้าน และใบ และในส่วนที่เป็นวัสดุตอซังให้สับกลบลงสู่ดินทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน

โดย :  trisukhon_c
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 16-12-2554 | 11:34:49 น.
IP : (49.49.89.143)

ความคิดเห็นที่ 30

คุณลักษณะผลิตภัณฑ์

เป็นสารอินทรีย์ชนิดเข้มข้นประเภทสารอาหารพืชสกัดได้จากแหล่งธรรมชาติตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น สกัดจากส่วนต่างๆของต้นพืช วัตถุดิบในการผลิต สั่งนำเข้าจากต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบและยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ ผลดีกับพืชทุกชนิด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิตและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
คุณสมบัติ ไฮโกรเอส ไฮโกรแอล
1. ไม่ใช่สารชีวภาพประเภทจุลินทรีย์หมักหรือสกัดได้จากส่วนของกระดองปูหรือเปลือกกุ้งแต่อย่างใด
2. เป็นเนื้อสารเข้มข้นมีสารอาหารพืชต่างๆครบถ้วนตามที่พืชต้องการรวมอยู่เป็นเนื้อสารเดียวกัน
3. ช่วยลดต้นทุนการใช้สารอื่นๆมาใช้ผสมร่วมเกินความจำเป็น
4. ดูดซึมได้รวดเร็ว พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
5. สามารถผสมฉีดพ่นร่วมกับสารป้องกันกำจัดแมลงและสารกำจัดโรคได้ทุกประเภทโดยไม่เสื่อมฤทธิ์
6. ไม่จับตัวตกตะกอนแข็งและไม่จับก้อนเป็นวุ้นเมื่อผสมร่วมกับสารอื่นๆ
7. มีคุณประโยชน์ข้อดีกับต้นพืชมากกว่าเกิดโทษ
8. ใช้ได้กับทุกช่วงระยะการเจริญเติบโตของต้นพืช

ประโยชน์ \\\\\\\"ไฮโกรS-L\\\\\\\"

• ใช้เพื่อฟื้นสภาพต้นให้สมบูรณ์ พืชไม่่โทรมง่ายเช่น หลังจากมีเพลี้ย,หนอนหรือโรคระบาดเข้าทำลาย
• ใช้เพื่อทดแทนสารอาหาร ขณะที่พืชวิกฤติหาได้ไม่เพียงพอจากธรรมชาติ
• ใช้เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ให้กับทุกส่วนของต้นพืช เช่น ส่วนราก ยอด ดอกและผล
• ใช้เพื่อให้ต้นพืชปรับสภาพทนทานและต้านทานต่อสภาพอากาศร้อนหรือหนาว
• ช่วยสร้างผนังเซลล์พืชให้แข็งแรง สามารถช่วยต้านทานต่อโรคและแมลง


สนใจติดต่อ 084 -6458981 ลูกเกด

โดย :  lokgate
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 25-12-2554 | 18:00:02 น.
IP : (125.24.74.187)

ความคิดเห็นที่ 31

คุณลักษณะผลิตภัณฑ์

เป็นสารอินทรีย์ชนิดเข้มข้นประเภทสารอาหารพืชสกัดได้จากแหล่งธรรมชาติตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น สกัดจากส่วนต่างๆของต้นพืช วัตถุดิบในการผลิต สั่งนำเข้าจากต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบและยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ ผลดีกับพืชทุกชนิด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิตและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
คุณสมบัติ ไฮโกรเอส ไฮโกรแอล
1. ไม่ใช่สารชีวภาพประเภทจุลินทรีย์หมักหรือสกัดได้จากส่วนของกระดองปูหรือเปลือกกุ้งแต่อย่างใด
2. เป็นเนื้อสารเข้มข้นมีสารอาหารพืชต่างๆครบถ้วนตามที่พืชต้องการรวมอยู่เป็นเนื้อสารเดียวกัน
3. ช่วยลดต้นทุนการใช้สารอื่นๆมาใช้ผสมร่วมเกินความจำเป็น
4. ดูดซึมได้รวดเร็ว พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที
5. สามารถผสมฉีดพ่นร่วมกับสารป้องกันกำจัดแมลงและสารกำจัดโรคได้ทุกประเภทโดยไม่เสื่อมฤทธิ์
6. ไม่จับตัวตกตะกอนแข็งและไม่จับก้อนเป็นวุ้นเมื่อผสมร่วมกับสารอื่นๆ
7. มีคุณประโยชน์ข้อดีกับต้นพืชมากกว่าเกิดโทษ
8. ใช้ได้กับทุกช่วงระยะการเจริญเติบโตของต้นพืช

ประโยชน์ \\\\\\\"ไฮโกรS-L\\\\\\\"

• ใช้เพื่อฟื้นสภาพต้นให้สมบูรณ์ พืชไม่่โทรมง่ายเช่น หลังจากมีเพลี้ย,หนอนหรือโรคระบาดเข้าทำลาย
• ใช้เพื่อทดแทนสารอาหาร ขณะที่พืชวิกฤติหาได้ไม่เพียงพอจากธรรมชาติ
• ใช้เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ให้กับทุกส่วนของต้นพืช เช่น ส่วนราก ยอด ดอกและผล
• ใช้เพื่อให้ต้นพืชปรับสภาพทนทานและต้านทานต่อสภาพอากาศร้อนหรือหนาว
• ช่วยสร้างผนังเซลล์พืชให้แข็งแรง สามารถช่วยต้านทานต่อโรคและแมลง


สนใจติดต่อ 084 -6458981 ลูกเกด

โดย :  lokgate
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 25-12-2554 | 18:00:34 น.
IP : (125.24.74.187)

ความคิดเห็นที่ 32

วิธีการเพาะปลูกมันสำปะหลังที่เหมาะสม

1. การเตรียมดิน
หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหรือเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (อย่าเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20-30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1-2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่

2. การเตรียมท่อนพันธุ์
ใช้ท่อนพันธุ์มันที่สด อายุ 10-12 เดือน ตัดทิ้งไว้ไม่เกินประมาณ 15 วัน โดยติดให้มีความยาวประมาณ 20 ซม. มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตา เพื่อป้องกันเชื้อราและแมลง ควรจุ่มท่อนพันธุ์ในยาแคปแทน 1.6 ขีด (160 กรัม) ผสมร่วมกับมาลาไธออน 20 ซีซี ในน้ำ 20 ลิตร ประมาณ 5 นาที ก่อนปลูก

3. การปลูก
ปลูกเป็นแถวแนวตรง เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษาและกำจัดวัชพืช โดยใช้ระยะระหว่างแถว 1.20 เมตร ระยะระหว่างต้น 80 ซม. และปักท่อนพันธุ์ให้ตั้งตรงลึกในดินประมาณ 10 ซม.

4. การฉีดยาคุมเมล็ดวัชพืช
สำหรับการปลูกในฤดูฝนสภาพดินชื้น ควรฉีดยาคุมวัชพืชด้วยยาไดยูรอน (คาแม็กซ์) หลังจากการปลูกทันที ไม่ควรเกิน 3 วัน หรือก่อนต้นมันงอก หากฉีดหลังต้นมันงอก อาจทำให้ต้นมันเสียหายได้ ใช้ยาในอัตรา 6 ขีด (600 กรัม) ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง

5. การกำจัดวัชพืชและการใส่ปุ๋ย
กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 1 ประมาณ 30-45 วัน หลังการปลูก โดยใช้รถไถเล็กเดินตาม หรือ จานพรวนกำจัดวัชพืช ติดท้ายรถแทรกเตอร์ พร้อมทั้งใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25-50 กก./ไร่ ห่างจากต้นมัน 1 คืบ (20 ซม.) จากนั้นใช้จอบกำจัดวัชพืชส่วนที่เหลือ พร้อมกับกลบปุ๋ยไปด้วย หรือใส่ปุ๋ยโดยการขุดหลุม ห่างจากโคนต้น 1 คืบ แล้วกลบดินตามก็ได้ ข้อสำคัญควรใส่ปุ๋ยขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 2 ประมาณ 60-70 วัน หลังการปลูก โดยปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งแรก กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 3 ตามความจำเป็น โดยใช้จอบถาก หรือฉีดพ่นด้วยยากรัมม๊อกโซน (ควรใช้ฝากครอบหัวฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาโดนตาและลำต้นมัน)

6. การเก็บเกี่ยว
ทำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ ประมาณ 10-12 เดือน พร้อมทั้ง วางแผนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อการปลูกในคราวต่อไปส่วนของต้นมันสำปะหลังที่ไม่ใช้ เช่น ใบ กิ่ง ก้าน หรือ ลำต้น ควรสับทิ้งไว้ในแปลง เพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสดในดินต่อไป

โดย :  trisukhon_c
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 09-01-2555 | 16:44:48 น.
IP : (49.49.93.58)

ความคิดเห็นที่ 33

แจกซีดี วิธีการปลูกมันสัมปะหลัง ให้ได้ผลอย่างมหัศจรรย์ ซีดีแผ่นนี้แจกแก่เกษตรกรผู้ผลิตมันสัมปะหลัง แจกฟรี (เป็นธรรมทาน) และได้ผลจริง พิสูจน์ได้ เพื่อเพิ่มผลิตให้ดีขึ้น ลดต้นทุนได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ผลผลิตจะดีขึ้นมากกว่าปกติถึง3เท่า เนื้อหาในแผ่นเป็นความลับจากงานวิจัย
ท่าน ใดสนใจอยากได้ซีดีไปศึกษาติดต่อผมได้โดยตรง ผมจะส่งให้ทางไปรษณีย์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นหนทางหนึ่งให้เกษตรกรไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น
ซีดีมีจำนวนจำกัดนะครับ
ยินดีให้คำแนะนำ ติดต่อ นัทธ์พิภัช 088-5788821
e:mail : nutpiphat.team@gmail.com

โดย :  nutpiphat
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 15-09-2555 | 23:16:19 น.
IP : (125.24.61.106)

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น