ห้องเกษตร

ห้องสำหรับแชร์ข่าวสารที่เป็นความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับการเกษตร

โพสต์ล่าสุดโดย หัวหน้าหนอน วันที่ 21-11-2557

ห้าม! ใช้เว็บบอร์ดนี้ประกาศซื้อ-ขายผลิตภัณฑ์ใดๆ หากพบทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบข้อความโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

นอกจากนี้ ข้อความและรูปภาพที่ถูกพิมพ์และเผยแพร่ออกจากเว็บบอร์ดแห่งนี้เกิดขึ้นจากการเขียนโดยบุคคลและ เผยแพร่แบบอัตโนมัติ ซึ่งเว็บไซต์ www.rakbankerd.com เป็นเพียงสื่อกลางการให้บริการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ ที่เป็นประโยชน์ผ่านเว็บไซต์ บริษัทฯไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่ต้องรับผิดชอบต่อข้อความและรูปภาพใดๆ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้โพสท์เอง ดังนั้น ผู้อ่านจึงต้องใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรองด้วยตนเอง

อยากทราบวิธีปลูกมะเขือเทศ

อยากทราบวิธีการปลูกมะเขือเทศ

โดย :  rungrueng
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 26-02-2553 | 22:32:07 น.
IP : (110.164.74.208)

ความคิดเห็นที่ 1

ก่อนจะปลูกมะเขือเทศต้องเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ของเราและวัตถุประสงค์ในการปลูกว่าจะปลูกส่งตลาดแบบไหนก่อนนะค่ะ แบ่งได้ดังนี้
1. พันธุ์สำหรับปลูกขายตลาดสด ซึ่งแบ่งออกได้ตามขนาดผลและการใช้ควรมีลักษณะดังนี้
1.1 พันธุ์ผลโต นิยมใช้ทำสลัดและประดับจานอาหาร เช่น พันธุ์ฟลอราเดล และมาสเตอร์เบอร์ 3 เป็นต้น
มีลักษณะดังนี้คือ
มีผลทรงกลมแบบแอปเปิล
สีผลเขียว มีไหล่เขียว สุกแดงจัด
มีจำนวนช่องในผลมาก ไม่กลวง
รสดี เนื้อหนาแข็ง เปลือกไม่เหนียว

1.2 พันธุ์ลูกเล็ก นิยมใช้ประกอบอาหารพื้นบ้าน ได้แก่ พันธุ์สีดา, ห้างฉัตร มีลักษณะดังนี้
ผลเล็ก
สีชมพู นิยมมากกว่าแดง
รสเปรี้ยว ไม่ขื่น

2. พันธุ์สำหรับส่งโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่พันธุ์ วี เอฟ 134-1-2, พี 502, พี 600 เป็นต้น ควรมีลักษณะดังนี้
2.1 เป็นพันธุ์ที่สุกพร้อมกันเป็นส่วนใหญ่
2.2 ขั้วผลควรหลุดจากผลได้ง่ายเมื่อปลิดผล
2.3 ผลสุกมีสีแดงจัดตลอดผล
2.4 ไส้กลางของผลสั้น เล็กและไม่แข็งแรง
2.5 เนื้อมาก น้ำน้อย มีปริมาณกรดสูง
2.6 ผลแน่น แข็ง เปลอกหนาและเหนียว สามารถขนส่งได้ในระยะทางไกล ๆ และเก็บไว้ได้นานโดยไม่เน่าเสีย

รายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการปลูกhttp://web.ku.ac.th/agri/tomato/detail.htm

โดย :  banna
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 27-02-2553 | 09:27:34 น.
IP : (125.26.127.75)

ความคิดเห็นที่ 2

การปลูกมะเขือเทศ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือเรื่องของโรคและแมลง ส่วนใหญ่โรคที่เกิดขึ้นกับต้นมะเขือเทศจะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบราก แต่หากว่าเป็นในเรื่องของแมลงจะต้องคำนึงถึงพวกเพลี้ยและหนอนเจาะผลมากที่สุดค่ะ ป้องกันได้ง่ายๆ คือ จะต้องให้น้ำสม่ำเสมอแต่ไม่มากจนเกินไป และเรื่องของแมลงก็ให้ฉีดน้ำส้มควันไม้ป้องกันไว้ตั้งแต่เนิ่นๆเลยค่ะ

โดย :  สาวจันท์~
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 27-02-2553 | 10:00:32 น.
IP : (112.142.93.68)

ความคิดเห็นที่ 3

มะเขือเทศมีหลายพันธุ์ดังนี้ครับ
มะเขือเทศเชอรี่ (Cherry Tomato)
มะเขือเทศเชอรี่ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lycopersicon esculentum มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบชายฝั่ง ทะเลตะวันตกของทวีป อเมริกาใต้แถบประเทศเปรู ชิลี และอีเควเตอร์ เป็นพืชในตระxxxลเดียวกับพรก ยาสูบ มันฝรั่ง มีลำต้นและระบบกิ่งก้านที่แตกแขนง สลับกันเป็นจำนวนมาก ลำต้นอ่อนมีขน ปกคลุม ลำต้นแก่มีลักษณะเป็นเหลี่ยม ในระยะแรกของการเจริญเติบโต ลำต้นตั้งตรงใน ระยะหนึ่ง ต่อมาเมื่อลำต้นสูง มะเขือเทศดอยคำ (Table Tomato)
มะเขือเทศดอยคำ หรือมะเขือรับประทานสดลูกโต มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าะ Lycopersicon esculentum มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบชายฝั่ง ทะเลตะวันตกของทวีป อเมริกาใต้แถบประเทศเปรู ชิลี และอีเควเตอร์ เป็นพืชในตระxxxลเดียวกับพรก ยาสูบ มันฝรั่ง มีลำต้นและระบบกิ่งก้านที่แตกแขนง สลับกันเป็นจำนวนมาก ลำต้นอ่อนมีขน ปกคลุม ลำต้นแก่มีลักษณะเป็นเหลี่ยม ในระยะแรกของการเจริญเติบโต ลำต้นตั้งตรงใน มะเขือเทศ, tomato, Lycopersicon esculentum,
มะเขือเทศ ลักษณะลักษณะโดยทั่วไป สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน ทุกชนิด และสามารถให้ผลผลิตได้ดีทุกฤดูกาล การเพาะกล้ามะเขือเทศ ให้เตรียมดินละเอียดพร้อมปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมักในอัตรา 2:1 และใส่ดินผสมดังกล่าวลงในถาดพลาสติกเพาะกล้า ใช้เศษไม้เล็กๆ (ขนาดเท่าไม้จิ้มผลไม้) กดลงไปในดินที่บรรจุอยู่ในถาดพลาสติกเพาะกล้า ขนาดความลึก 0.5 ซม. นำเมล็ดมะเขือเทศหยอดลงในหลุมปลูก

โดย :  น้ำแข็งใสใส่ไข่
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 27-02-2553 | 11:05:03 น.
IP : (119.42.94.181)

ความคิดเห็นที่ 4

วิธีการปลูกมะเขือเทศ
1.วิธีการเพาะเบี้ยมะเขือเทศ
- ขุดแปลงเตรียมดิน ตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อในดินนานประมาณ 7 วัน
- ครบ 7 วัน นำเบี้ยมาเพาะ ใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นก่อนเพาะประมาณ 5-6 กิโลกรัม/แปลง
- สำหรับปลูกมะเขือบนเนื้อที่ 3 ไร่ครึ่ง ใช้ 3 แปลงในการเพาะเบี้ย
- เมื่อใส่ปุ๋ยคอกรองพื้นแล้ว กลบดินทับก่อนแล้วจึงหว่านเมล็ดเบี้ยมะเขือเทศ จากนั้นใช้ฟางคลุมทับเพื่อเก็บความชื้น จากนั้นรดให้ชุ่มด้วยน้ำหมักชีวภาพ 1 บัว ตามด้วยน้ำเปล่าทันที
- หลังปลูก 7 วันเปิดฟางดูจะพบว่ามะเขือเทศเริ่มงอก ใส่ปุ๋ยขี้หมูเพิ่มอีก 3 กิโลกรัม/แปลง แล้วรดน้ำตามให้ชุ่ม
-ถ้าอยากปลูกเร็วให้รดด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 2 ช้อน ผสมน้ำ 1 บัวรดน้ำ แล้วรดซ้ำเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของเบี้ยมะเขือเทศ ให้รดเพิ่มตอนเบี้ยมีอายุประมาณ 15 วัน
-หลังจากนั้นอีก 7 วัน รดซ้ำด้วยปุ๋ยยูเรียอีกครั้ง เมื่อครบ 24 วัน จึงย้ายเบี้ยลงแปลงปลูกได้ตามปกติ
- เทคนิคพิเศษ ก่อนย้ายลงแปลงปลูกต้องงดให้น้ำ 1 วัน เพื่อให้ต้นมะเขือปลูกติดเร็วขึ้น
2.การเตรียมแปลงปลูก
- พยามยามตักฟางข้าวในนาออกให้หมด แล้วจึงไถกลบเพื่อเตรียมแปลงปลูก
- จากนั้นยกแปลงสูงประมาณ 15 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 20 เซนติเมตร
- สูบน้ำเข้าแปลงปลูกสูงประมาณ 10 เซนติเมตร เข้าระหว่างร่องปลูก จะทำให้รากติดเร็วขึ้น
- จากนั้นนำเบี้ยมะเขือลงปลูกในลักษณะปักดำเหมือนดำนา หลุมละ 2 ต้น เผื่อมะเขือตาย ระยะห่างระหว่างหลุมประมาณ 40 เซนติเมตร
- หลังจากนั้นประมาณ 5 วัน น้ำแห้งพอดี ใส่สารปรับปรุงบำรุงดินตราพลอยล้อมเพชร ในอัตรา 2 กระสอบ/พื้นที่ทั้งหมด 3 ไร่
- จากนั้นโรยปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ตามอีก 1 กระสอบ โดยโรยใส่ระหว่างร่อง ห่างจากโคนต้นประมาณ 1 ฝ่ามือ แล้วก็กลบดินทับ
- วันที่ 6 เอาน้ำเข้าร่องแปลงปลูกสูงประมาณ 10 เซนติเมตร
-หลังจากนั้นประมาณ 15 วัน ใส่ปุ๋ยชีวภาพอีก 3 กระสอบ+ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อีก 2 กระสอบ ใส่บำรุงตรงร่องแปลงห่างจากโคนต้นประมาณ 1 ฝ่ามือ จากนั้นกลบดินอีกครั้ง
- ฉีดพ่นบำรุงต่อด้วยน้ำหมักชีวภาพ โดยใช้ผงชูรสอินทรีย์ จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 1 บัวรดน้ำ เพื่อบำรุงต้นมะเขือให้เติบโตสมบูรณ์ ให้รดตอนเช้าก่อนที่แดดจะแรง เพื่อจุลินทรีย์จะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
-หลังจากนั้นอีก 3-4 วัน ฉีดน้ำหมักชีวภาพอีกครั้ง โดยใช้ ไคโตซานปูแดง 1 ช้อนโต๊ะ + ผงชูรสอินทรีย์ 1 ช้อนโต๊ะ + น้ำ 18 ลิตร ผสมใส่ถัง ฉีดพ่นให้ทั่วทั้งแปลงปลูก เพื่อบำรุงทั้งลำต้นและผลของมะเขือเทศ และเพื่อให้มะเขือเทศแตกแขนงเร็วขึ้น
-หลังจากฉีดน้ำหมักชีวภาพเสร็จ ใส่ปุ๋ยเคมีบำรุงผลมะเขือเทศอีกครั้ง สูตร 14-14-21 โรยระหว่างร่องแล้วเอาดินกลบ ประมาณ 1.5 กระสอบ/ 3 ไร่
- จากนั้นดูแลรักษา เอาน้ำเข้าแปลงทุก 5 วัน ความสูงประมาณ 15 เซนติเมตร
- ปลูกจนมะเขือเทศอายุครบ 90 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายได้
ตลาดของมะเขือเทศส่งบริษัทซันเทค
1.ขายผลสุกแดงส่งบริษัทซันเทค เมื่อมะเขืออายุประมาณ 100 วัน มะเขือจึงจะเป็นสีแดงพอดี และต้องทยอยเก็บวันเว้น 2 วัน เพื่อที่มะเขือเทศจะได้สุกเป็นผลสีแดงทันกัน
2.บริษัทซันเทคประกันราคาอยู่ที่ กิโลกรัมละ 2.30-2.70 บาท
3.การเก็บมะเขือเทศแดงส่งบริษัทซันเทคนั้นต้องไม่มีควั่นติดผลไปด้วย เพราะถ้ามีบริษัทจะไม่รับเลย เนื่องจากส่งเข้าโรงงานไปผลิตเป็นซอสมะเขือเทศโดยตรง
4.บริษัทซันเทค จ่ายป็นเงินสด จ่ายสัปดาห์ละ 2 วัน ทุกวันอังคารและวันศุกร์
ตลาดมะเขือเทศเพื่อส่งแม่ค้า
1.เก็บมะเขือเทศส่งขายแม่ค้าเมื่ออายุครบ 90 วัน เป็นผลสีออกเหลืองเท่านั้น
2.มะเขือเทศสำหรับส่งแม่ค้าต้องมีควั่นติดไปด้วยเสมอ จึงจะถือว่าเป็นมะเขือเทศผลสด
3.พ่อค้า แม่ค้า จะเข้ามารับซื้อมะเขือเทศที่สวนโดยตรง ในราคากิโลกรัมละ 3-4 บาท
4.พ่อค้า แม่ค้า จ่ายเป็นเงินสดทันทีที่มาซื้อที่สวนเลย
รายได้เฉลี่ยจากการปลูกมะเขือเทศขาย
-ประมาณปีละ 30,000 – 40,000 บาท
-ปลูกทุกปีหลังเก็บเกี่ยวข้าวตามปกติ รยะเวลาประมาณ 3 เดือน

การปฏิบัติตัวของลุงเสริฐ เพื่อรับมาตรฐาน Q จากกรมวิชาการเกษตร
1.ปฏิบัติตามกฎระเบียบขั้นตอน ของกรมวิชาการเกษตร
2.มีบันทึกทุกอย่างในการปลูก ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมดิน จนถึงการใช้สารเคมีต่างๆในการปลูกมะเขือเทศ เมื่อเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจต้องมีบันทึกให้ดูชัดเจน
3.ใช้เฉพาะสารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรอนุญาตให้ใช้เท่านั้น
4.เกษตรกรรู้จักป้องกันตัวเองเมื่อต้องใช้สารเคมีต่างๆ เช่น มีอุปกรณ์ปิดปาก ปิดจมูก ก่อนทำการฉีดพ่นสารเคมีต่างๆ และใช้สารเคมีตามอัตราที่กำหนด
5.รู้จักเทคนิคในการเก็บผลผลิตอย่างถูกต้อง เลือกเก็บเฉพาะผลผลิตที่สมบูรณ์เท่านั้น
6.รู้จักใช้แหล่งน้ำตามธรรมชาติในการเพาะปลูกพืช
7.มาตรฐาน Q สามารถการันตีได้ว่าผลผลิตจากสวนของลุงเสริฐนี้ เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกรมวิชาการเกษตร ถึงใช้สารเคมีแต่ก็ใช้ในปริมาณที่กำหนด และเป็นสารเคมีที่อยู่ในการควบคุมเท่านั้น

โดย :  คนภูพาน
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 27-02-2553 | 15:14:55 น.
IP : (113.53.174.222)

ความคิดเห็นที่ 5

เคยเห็นมันขึ้นเองด้วยค่ะ ก็น่าจะปลูกไม่ยาก ถ้าต้องการปลูกอะไรก้ไม่ยากเกินไปค่ะขอให้ดูแลเอาใจใส่ด้วยเท่านั้นเอง

โดย :  chinjung
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 28-02-2553 | 09:34:10 น.
IP : (117.47.93.178)

ความคิดเห็นที่ 6

ข้อมูลการปลูกอย่างที่คุณภูพานบอกนั่นแหล่ะครับ ขอบอกอย่าว่า มะเขือเทศการปลูกและดูแลนั้นค่อนข้างยากครับ เพราะต้องใช้ปุ๋ยยาเคมีค่อนข้างมากครับ ถ้าไม่ใช้ก็ไม่ได้ผลผลิตดีอีก ถ้าให้ดีไปศึกษากับคนปลูกโดยตรงจะรู้ดีครับ ผมเคยไปเห็นมาแล้วคร๊าบบบ

โดย :  kieRBR14
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 01-03-2553 | 10:27:41 น.
IP : (180.180.54.132)

ความคิดเห็นที่ 7

มะเขือเทศสามารถเจริญเติบโตทางด้านลำต้น ใบ และออกดอกได้ดีตลอดทั้งปี แต่การติดผลของ มะเขือเทศต้องการสภาพอากาศค่อนข้าง เย็น อุณหภูมิกลางวันที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส อุณหภูมิกลางคืนประมาณ 16-20 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิกลางคืน สูงกว่า 22 องศาเซลเซียส จะทำให้มะเขือเทศไม่ติดผลหรือติดผลได้น้อยลง ฝนและความชื้นสูงเป็นสาเหตุสำคัญทำให้โรคทางใบและทางราก ระบาดรุนแรง ดังนั้นฤดูปลูกที่เหมาะสมที่สุดจึงอยู่ในช่วงฤดูหนาวโดยมีช่วงหยอดเมล็ดเพาะกล้าอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งนอกจากสภาพอากาศจะเหมาะสมต่อการติดผล ทำให้ได้ผลผลิตสูงแล้วยังมีศัตรูพืชรบกวนน้อย ต้นทุนการผลิตจึงต่ำกว่าการปลูกในฤดูอื่นด้วย

โดย :  ใบเตย
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 02-03-2553 | 09:52:00 น.
IP : (118.172.133.219)

ความคิดเห็นที่ 8

รุ้จักวิธีการปลูกกันแล้วสำหรับมะเขือเทศนะค่ะ คราวนี้มาดูกันว่ามะเขือเทศเนี่ยกสามารถไปมารักษาหน้าสวยๆของทุกคนได้เช่นกัน ก็คือ พอกหน้าด้วย มะเขือเทศ เป็นสูตรจากญี่ปุ่น วิธีการก็คือ ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนา ๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอ เบา ๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมี วิตามินซี และ กรด AHA จะช่วยลอกผิวหนังที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็นเช็ดมะเขือเทศออก ง่ายๆแบบนี้ก็มีน่าใสๆแบบสาวญี่ปุ่นได้แล้วค่ะ

โดย :  อนงลักษณ์
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 22-07-2553 | 17:49:37 น.
IP : (118.174.89.187)

ความคิดเห็นที่ 9

ไม่รู้เรื่อง

โดย :  SuperHEro
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 17-08-2553 | 12:36:06 น.
IP : (58.8.138.99)

ความคิดเห็นที่ 10

ได้วิธีการปลูกจากหลายท่านไปแล้วอย่าลืมทดลองปลูกดูนะคะ

โดย :  kanjana
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 19-09-2554 | 10:06:49 น.
IP : (223.206.83.12)

ความคิดเห็นที่ 11

การปลูกทำได้ 2 วิธี

1. เพาะกล้าแล้วย้ายปลูก โดยเตรียมแปลงกล้าอย่างประณีต ยกแปลงสูงประมาณ 1 คืบ นำปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยหมักมาคลุกเคล้าประมาณ 1 - 2 บุ้งกี๋ ต่อ 1 ตารางเมตร ใช้เมล็ดประมาณ 30 - 40 กรัม หยอดลงบนแปลงยาว 10 เมตร กว้าง 1 เมตร จะได้ต้นกล้าพอสำหรับปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ การหยอดเมล็ด ควรหยอดเป็นแถวห่างกันประมาณ 10 ซม. ลึกไม่เกิน 1 ซม. เมื่อหยอดเมล็ดแล้วกลบด้วยดินผสมปุ๋ยหมัก และคลุมแปลงด้วยฟางข้าว หรือ หญ้าแห้งบางๆ ในช่วง 3 วันแรก รดน้ำสม่ำเสมออย่าให้ผิวหน้าดินแห้ง และถ้าแดดจัดหรือฝนตกหนักต้องคลุมแปลงด้วยผ้าไนล่อนหรือผ้าพลาสติก เพื่อป้องกันเม็ดฝนกระแทกลำต้นหรือใบเป็นรอยซ้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย โรคที่สำคัญในแปลงกล้า คือ โรคโคนเน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฝนตกติดต่อกัน ความชื้นในอากาศและที่ผิวดินสูง ป้องกันโดยนำเศษฟางหรือหญ้าที่ใช้คลุมแปลงออกให้หมด เพื่อให้แปลงกล้าโปร่งและการระบายอากาศดี แล้วฉีดพ่นด้วยยากันรา ในช่วงที่กล้ามะเขือเทศอายุประมาณ 17 - 22 วัน ควรลดปริมาณน้ำที่ให้ลง และให้กล้าได้รับแสงแดดอย่างเต็มที่ ต้นกล้าจะแข้งแรง เหนียว ไม่อวบฉ่ำน้ำ ซึ่งมีผลให้กล้ารอดตายมาก หลังจากย้ายกล้า โดยทั่วไปการย้ายกล้าลงแปลงปลูกมักจะใช้กล้าอายุประมาณ 21 - 25 วัน หลังจากหยอดเมล็ดหรือเมื่อกล้ามีใบจริง 3 - 4 ใบ

2. หยอดเมล็ดลงแปลงปลูกโดยตรง ใช้ในกรณีที่สามารถให้น้ำได้ง่าย แต่จะเสียเวลาและแรงงาน ในการดูแลรักษามากกว่า อีกทั้งต้องใช้เมล็ดพันธุ์มากขึ้นเป็น 80 - 100 กรัม ต่อไร่ สำหรับระยะปลูกที่เหมาะสม ควรใช้ระยะระหว่างแถว 1 เมตร ระยะระหว่างต้น 25 - 50 ซม. ปลูก 1 ต้น ต่อ หลุม ถ้าใช้ระยะปลูกแคบจะได้ผลผลิตต่อ พื้นที่มากขึ้น แต่การควบคุมโรคและการปฏิบัติงานอื่น จะยุ่งยากขึ้นด้วย ในฤดูแล้งควรปลูกถี่ ส่วนในฤดูฝนควรใช้ระยะปลูกห่าง เนื่องจากมะเขือเทศเจริญเติบโตดี มีทรงพุ่มสูงใหญ่กว่าฤดูอื่นๆ

โดย :  trisukhon_c
โพสต์เมื่อวันเวลาที่ : 20-10-2554 | 18:17:06 น.
IP : (49.49.72.56)

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น