--------- สวนเงินไร่ทอง > ข่าวและสถานการณ์ > เตือนภัยเกษตร
 

สัญญาณปุ๋ยเคมีโลกวิกฤติ

จำนวนคนอ่าน 2,346 คน
พิมพ์หน้านี้
สัญญาณปุ๋ยเคมีโลกวิกฤติ
อุตสาหกรรมปุ๋ยเคมีโลกวิกฤติ ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอันเนื่องจากราคาน้ำมัน พืชบริโภคพืชพลังงานสูง แต่ก๊าซธรรมชาติวัตถุดิบผลิตปุ๋ยยูเรียธาตุอาหารหลักถูกนำไปใช้ภาคอุตสาหกรรม ส่งผลปริมาณปุ๋ยยูเรียลดลง แถมปุ๋ยฟอสฟอรัสเริ่มขาดแคลนแล้ว พ่อค้าหวั่นแข่งซื้อประเทศอื่นไม่ไหวเหตุราคาจำหน่ายภายในต่ำ วิตกปุ๋ยในประเทศขาดตลาด วอนรัฐปรับราคาอีกรอบ



นายชุมพล ดิเรกวัฒนชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการค้า บริษัท ยาร่า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ปุ๋ยเคมีโลก ซึ่งจะส่งผลมาถึงประเทศไทย เพราะไทยพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยถึง 96% ของปริมาณการใช้ปุ๋ยทั้งประเทศที่มีความต้องการใช้ปีละ 5 ล้านตันเศษ ว่าขณะนี้มีสัญญาณปุ๋ยเคมีโลกจะมีราคาสูงและขาดแคลน ทั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยคือประชากรโลกเพิ่มขึ้น ความต้องการบริโภคอาหารเพิ่มขึ้น แต่ละประเทศจึงเร่งผลิตพืชและต้องใช้ปุ๋ยช่วยเพิ่มผลผลิต การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทำให้การผลิตพืชผลได้ผลผลิตไม่เต็มที่ ราคาพืชผลที่สูงจึงมีการปลูกกันมากขึ้น ราคาน้ำมันอยู่ในเกณฑ์สูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ธัญพืชถูกนำไปใช้ผลิตพลังงาน ทดแทน ก๊าซธรรมชาติวัตถุดิบผลิตปุ๋ยยูเรียถูกนำไปใช้ภาคอุตสาหกรรม

"สัญญาณที่ชี้ว่าปุ๋ยเคมีจะขาดแคลนและมีราคาสูงเห็นได้ชัดเจนแล้วคือจีนแหล่งผลิตปุ๋ยยูเรีย (ให้ธาตุอาหารหลักไนโตรเจน)รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ได้นำก๊าซธรรมชาติไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาจีนสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม แต่เนื่องจากเกิดภัยแล้งในประเทศน้ำในเขื่อนไม่เพียงพอผลิตพลังงาน จึงใช้พลังงานจากก๊าซธรรมชาติ นำก๊าซธรรมชาติไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้จีนส่งออกปุ๋ยยูเรียลดลง ปุ๋ยยูเรียตลาดโลกจึงสูงขึ้น และตั้งแต่มกราคมถึงพฤษภาคมการผลิตยูเรียได้ลดลงเรื่อยๆแล้ว"

นายกลยุทธ กุลเดชชัยชาญ ผู้จัดการฝ่ายการค้าและจัดซื้อ บริษัท ไอซีพี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวเสริมว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาปุ๋ยยูเรียปรับสูงขึ้น 60-70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ราคาปุ๋ยยูเรีย ไม่รวมค่าขนส่ง ค่าบรรจุกระสอบ ตลาดเอเชียอยู่ที่ตันละ 14,478 บาท ราคาภายในประเทศรวมค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วอยู่ที่ตันละ 14,200 บาท อินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้ปุ๋ยยูเรียรายใหญ่มีความต้องการนำเข้า 7.7 ล้านตันต่อปี ณ เวลานี้ยังนำเข้าไม่ถึง 1 ล้านตัน การนำเข้าปุ๋ยยูเรียจึงต้องแข่งขันกับผู้ใช้รายใหญ่อย่างอินเดียด้วย

ขณะที่สถานการณ์ปุ๋ย DAP (ให้ธาตุอาหารฟอสฟอรัส)มีสัญญาณขาดตลาดเช่นเดียวกัน ทั้งโลกใช้ปุ๋ยDAP 50 ล้านตันต่อปี ผู้ใช้รายใหญ่คืออินเดีย ต้องการใช้ปีละ 8 ล้านตัน แต่การจัดซื้อของอินเดียซึ่งเป็นการซื้อขายล่วงหน้า เช่นสั่งซื้อสินค้าเดือนเมษายนปีนี้ กำหนดส่งมอบถึงเมษายนปีหน้าในราคาคงที่ ปีนี้สามารถจัดซื้อได้เพียง 3.3 ล้านตัน และส่งมอบถึงเดือนกันยายนเท่านั้น เพราะผู้ขายรายใหญ่คือสหรัฐอเมริกายังไม่มั่นใจว่าราคาDAP จะขึ้นไปอีกเท่าใด ขณะที่การส่งออกของจีนรัฐบาลประกาศเก็บภาษีส่งออกปุ๋ยDAP 19.5% ทำให้หลังหักภาษีผู้ขายจะได้รับราคาเพียงตันละ 483 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่จำหน่ายในประเทศได้ตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ จีนจึงเลือกจำหน่ายในประเทศแทน ส่วนเม็กซิโกและโมร็อกโกผู้ผลิตปุ๋ยDAP ได้ประกาศเดือนมิถุนายน-กรกฎาคมไม่มีสินค้าจำหน่าย

ทั้งนี้ ข้อมูลสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ระบุว่าจากการประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาปริมาณปุ๋ยยูเรียในคลังสินค้าของผู้นำเข้ารายใหญ่มีปริมาณรวมกันไม่ถึง 200,000 ตัน ขณะที่ความต้องการใช้ 700,000 ตัน

**นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย กล่าวว่าราคาพืชผลเกษตรไทยปี 2554 หากเทียบกับปีก่อนๆ ทุกชนิดอยู่ในเกณฑ์ที่สูง ขณะที่ราคาจำหน่ายปุ๋ยปี 2554 หากเทียบกับปีก่อนๆ โดยเฉพาะปี 2551 ที่ราคาพืชผลสูงขึ้น ราคาปุ๋ยปีนี้ยังต่ำกว่าปี 2551 อยู่มาก ดังนั้นเพื่อให้ผู้ค้าปุ๋ยแข่งขันราคาซื้อกับผู้ซื้อปุ๋ยประเทศอื่นทั่วโลกได้ จึงอยากให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นในเรื่องของเพดานราคาปุ๋ย เพราะหากเป็นเช่นนี้ผู้นำเข้าแข่งขันซื้อกับประเทศอื่นไม่ได้จะมีผลให้ปริมาณปุ๋ยในประเทศเกิดการขาดแคลนได้

---------- ^ ^ ----------

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,643 12-15 มิถุนายน พ.ศ. 2554

www.rakbankerd.com : ไม่สงวนสิทธิ์สำหรับการนำบทความและภาพถ่ายไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาประเทศ แต่ขอให้อ้างอิงที่มา ว่ามาจาก www.rakbankerd.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ