--------- สวนเงินไร่ทอง > ไม้เศรษฐกิจ > ปาล์มน้ำมัน
 

ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของปาล์มน้ำมัน

จำนวนคนอ่าน 9,169 คน
พิมพ์หน้านี้
ประวัติความเป็นมาและความสำคัญของปาล์มน้ำมัน
ปาล์มน้ำมันมีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตกชาวโปรตุเกสได้นำปาล์มน้ำมันเข้ามาปลูกในทวีปเอเชีย โดยเริ่มปลูกที่สวนพฤกษศาสตร์ เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ราวปี พ.ศ. 2391 จากนั้นได้แพร่กระจายพันธุ์มายังเกาะสุมาตราในช่วงปี พ.ศ. 2396-2400

ประวัติความเป็นมาของปาล์มน้ำมัน :

ปาล์มน้ำมันมีถิ่นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก ชาวโปรตุเกสได้นำปาล์มน้ำมันเข้ามาปลูกในทวีปเอเชีย โดยเริ่มปลูกที่สวนพฤกษศาสตร์ เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ราวปี พ.ศ. 2391 จากนั้นได้แพร่กระจายพันธุ์มายังเกาะสุมาตราในช่วงปี พ.ศ. 2396-2400 และเริ่มปลูกเป็นการค้าอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2454 และในปี พ.ศ. 2461 มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในเกาะสุมาตรา 22,500 ไร่ สำหรับประเทศมาเลเซีย ได้เริ่มปลูกปาล์มน้ำมันครั้งแรกที่สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ ราวปี พ.ศ. 2413 ต่อมาได้รับความสนใจและมีการค้นคว้าวิจัยครั้งแรกในรัฐเซลังงอ และเริ่มปลูกเป็นการค้าครั้งแรกในปี พ.ศ. 2460 จนถึงปัจจุบันนี้ อินโดนีเซียและมาเลเซียมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันรวมกันประมาณ 34.04 ล้านไร่

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2472 มีผู้นำปาล์มน้ำมันเข้ามาปลูกในประเทศไทย ที่สถานีทดลองยางคอหงส์ จังหวัดสงขลา และสถานีกสิกรรมพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี โดยปลูกเป็นปาล์มประดับ ส่วนการส่งเสริมการปลูกเป็นพื้นที่ใหญ่นั้นเริ่มเมื่อปี พ.ศ. 2511 โดยโครงการนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จังหวัดสตูลประมาณ 20,000 ไร่ และโครงการบริษัทอุตสาหกรรมน้ำมันและสวนปาล์มจำกัด (สวนเจียรวานิช) ตำบลปลายพระยา อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ประมาณ 20,000 ไร่ หลังจากนั้นจึงขยายพื้นที่ปลูกมากขึ้น การพัฒนาปลูกปาล์มน้ำมันในประเทศไทยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2472 ถึง 2525 หรือระยะเวลาประมาณ 50 ปี เป็นระยะของการเริ่มต้น มีการขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันค่อนข้างช้า และระยะที่สอง จากปี พ.ศ. 2525 ถึง 2545 เป็นระยะที่มีการพัฒนาการขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็ว โดยเฉลี่ยประมาณ 50,000-100,000 ไร่ต่อปี ในปี พ.ศ. 2546 มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 2,100,000 ไร่ โดยจังหวัดที่ปลูกมากที่สุด คือ กระบี่ สุราษฎร์ธานี และชุมพร ตามลำดับ
ความสำคัญและศักยภาพของปาล์มน้ำมัน(ในการให้น้ำมัน) :

ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีศักยภาพในการผลิตน้ำมันต่อพื้นที่สูงสุด เมื่อเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่น ๆ (ตารางที่ 1) เมื่อเทียบราคาต้นทุนการผลิตน้ำมันในกลุ่มพืชที่ให้น้ำมันที่สำคัญ 4 ชนิด คือ ปาล์มน้ำมัน ถั่วเหลือง เรพสีด และ ทานตะวัน พบว่าน้ำมันปาล์ม (crude palm oil) มีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุดคือ กิโลกรัมละ 10-11.50 บาท ในขณะที่ น้ำมันถั่วเหลือง มีต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ 18 บาท

ตารางที่ 1 : ศักยภาพการผลิตน้ำมันของพืชน้ำมันชนิดต่าง ๆ

ชนิดของพืชปริมาณการผลิตปาล์มน้ำมัน(กก./ไร่)
ปาล์มน้ำมัน(น้ำมันปาล์มดิบ)512
ปาล์มน้ำมัน(น้ำมันเมล็ดใน)73
เรพสีด(Rapeseed)89
ทานตะวัน81
มะพร้าว 54
ถั่วเหลือง52
ถั่วลิสง51
ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชยืนต้นที่ทนทานต่อผลกระทบจากภัยธรรมชาติมากกว่าพืชพันธุ์อายุสั้นอื่น ๆ ลงทุนเพียงครั้งเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน 20 ปี และที่น่าสนใจคือพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมในโลกจะอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 20 องศาเหนือ-ใต้ ส่วนใหญ่พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันเป็นพื้นที่ในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ มาเลเซีย และอินโดนีเซียสองประเทศนี้รวมกันมีพื้นที่ปลูกที่ให้ผลผลิตแล้วจำนวน 37.04 ล้านไร่ และมีผลผลิตน้ำมันปาล์มร้อยละ 83 และส่งออกน้ำมันปาล์มร้อยละ 90 และน้ำมันปาล์มมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันร้อยละ 48 ของตลาดน้ำมันโลก (น้ำมันพืชและสัตว์) ปาล์มน้ำมันมีศักยภาพอันดับต้น ๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ ผลผลิตต่อพื้นที่สูง ราคาซื้อขายในตลาดไม่สูง เสี่ยงต่อการเสียหายจากภัยธรรมชาติน้อยสามารถผลิตได้ในปริมาณมากเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

ปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อการบริโภคและอุปโภคของโลกเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี (ตารางที่ 2) ตามจำนวนพื้นที่ปลูกที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าในปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป การผลิตน้ำมันปาล์มและน้ำมันจากเมล็ดใน จะผลิตได้สูงที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำมันที่ผลิตได้จากพืชอื่น ๆ (ตารางที่ 3) และพบว่าน้ำมันปาล์มมีอัตราการขยายตัวการผลิตสูงที่สุด

ตารางที่ 2 ประมาณการผลิตน้ำมันของโลกในช่วงปี พ.ศ.2520-2560
ชนิดน้ำมันปริมาณการผลิตน้ำมัน(ล้านตัน/ปี)
ปี 2520ปี 2525ปี 2530ปี 2535ปี 2540ปี 2545ปี 2550ปี 2555ปี 2560
ถั่วเหลือง11.2313.5315.2917.9023.1429.5033.6037.1541.12
ปาล์มและเมล็ดใน4.156.6110.4315.0721.0628.3635.2641.3848.60
เรพซีด,ทานตะวัน7.2210.6814.7617.6221.7525.1730.1635.0239.65
น้ำมันพืชอื่นๆ 12.8313.6515.3416.4317.8120.1322.2924.2826.30
น้ำมันสัตว์17.2218.6219.8419.821.3023.2625.4227.2328.05
รวม52.6563.1075.6686.82105.06126.47146.73165.66183.72


ที่มา : Oil World,2002.


ตารางที่ 3 ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์ม(1,000 ตัน) ของประเทศผู้ผลิต ระหว่างปี 2540 - 2545
ประเทศปี 2540ปี 2541ปี 2542 ปี 2543ปี 2544ปี 2545
มาเลเซีย9,0008,5085,75910,49111,53911,590
อินโดนีเซีย5,0785,1505,9206,8047,4858,080
ไนจีเรีย677687712735762773
ไทย449352707579780704
โคลัมเบีย440439466512560562
โลก17,56917,14719,42421,23123,50323,824


ที่มา :Oil World,2002 และ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร,2545.

พื้นที่เหมาะสมในการปลูกปาล์มน้ำมันในโลกนี้มีค่อนข้างจำกัด แต่ประเทศไทยอยู่ในภูมิภาคที่ได้เปรียบและสามารถปลูกปาล์มน้ำมันได้ดี และยังมีโอกาสขยายพื้นที่ปลูกได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านไร่ เนื่องจากมีพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เช่น พื้นที่นาร้าง และพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่อนุรักษ์สภาพแวดล้อม (eco – friendly crop) เมื่อปลูกปาล์มน้ำมันเป็นระยะเวลายาวนานจะทำให้สภาพนิเวศน์ที่เสียหายไปกลับคืนสู่สภาพธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถสกัดองค์ประกอบจากน้ำมันปาล์ม ได้แก่ กรดไขมันหลายชนิด วิตามินอี และวิตามินเอ นำมาใช้ประโยชน์และใช้เป็นสารตั้งต้นในอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องสำอาง อุตสาหกรรมโอลิโอเคมีคอล (Oleochemical) และพลังงานทดแทน รวมทั้งเป็นพืชที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพราะไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) จึงสรุปได้ว่าปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่มีโอกาสและมีศักยภาพสูงมากสำหรับประเทศไทย

--------------------------------- ^ ^ ---------------------------------------
ที่มา :
ชาย โฆรวิสและ สุรกิตติ ศรีกุล."ประวัติและความสำคัญ" เอกสารวิชาการ ปาล์มน้ำมัน หน้า 53-94.พิมพ์ครั้งที่2.2548.กรมวิชาการเกษตร.กรุงเทพฯ.317 หน้า.
www.rakbankerd.com : ไม่สงวนสิทธิ์สำหรับการนำบทความและภาพถ่ายไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาประเทศ แต่ขอให้อ้างอิงที่มา ว่ามาจาก www.rakbankerd.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ