--------- สวนเงินไร่ทอง > พืชผัก > อื่นๆ
 

ปลูกไผ่บงหวาน 3 ไร่ สร้างรายได้งามที่นครสวรรค์

จำนวนคนอ่าน 21,501 คน
พิมพ์หน้านี้
ปลูกไผ่บงหวาน 3 ไร่ สร้างรายได้งามที่นครสวรรค์
คุณฐณะณัฐ ระมั่งทอง เจ้าของสวนสรภพ เลขที่ 82/1 ม.9 ต.พระนอน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ โทรศัพท์ 08-7322-9446 ปลูกไผ่บงหวานพื้นที่กว่า 3 ไร่ ได้ให้ข้อแนะนำและข้อสรุปจากประสบการณ์เกี่ยวกับไผ่บงหวานว่าเป็นไผ่อีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจและสร้างรายได้ดี

++ การพิจารณาเลือกปลูกไผ่บงหวาน ++

คุณฐณะณัฐโดนพิษเศษฐกิจปีพ.ศ.2540 ต้องออกจากงานประจำในกรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นได้มองหาอาชีพหลายอย่าง ตั้งแต่ไปขายกล้วยปิ้งที่ต้องขายบนรถแต่ในกรุงเทพมหานครและหาพื้นที่จออดยากมาก ไม่นานก็ต้องเลิกไป จากนั้นก็ไปขับแท็กซี่และไปขายเตาประหยัดพลังงานสุดท้ายก็กลับมาที่บ้าน จ. นครสวรรค์ได้ปรึกษากับพ่อได้ข้อมูลว่าในหมู่บ้านมีคนทำสวนไผ่เลี้ยงอยู่ มีโอกาสได้ไปดูสวนดังกล่าวจึงเกิดความสนใจคิดจะปลูกไผ่ขึ้นมาก็เริ่มมาหาข้อมูลว่าไผ่พันธุ์ที่มีความน่าสนใจบ้างและคุณฐณะณัฐได้ยกตัวอย่าง “ไผ่เลี้ยง” เป็นไผ่ที่ค่อนข้างให้หน่อดก มีน้ำหนักดี ขายลำไผ่ได้ดีเพราะลำไผ่ตรงแต่หน่อสดมีรสชาติขมหากจะบริโภคก็จะต้องต้มอีกหลายน้ำจึงจะทานได้ เหมาะกับตลาดทางด้านภาคอีสานมากกว่าที่พฤติกรรมการบริโภค คนอีสานจะทานรสชาติหน่อไม้ที่มีรสขมมากกว่าภาคอื่น หรือ “ไผ่ตง” ทานดิบก็ไม่ขม ก็ต้องต้มอีกหลายน้ำเช่นกัน

“ไผ่บงหวาน”มีความพิเศษตรงสามารถทานหน่อดิบได้ทันที หน่อดิบจะรสชาติหวาน ไม่มีรสชาติขม มีความกรอบอร่อย สามารถทานเป็นผักสดกับน้ำพริกหรือประกอบอาหารก็ไม่ต้องต้มน้ำทิ้งก่อนสามารถหั่นสับผัด หรือ แกงได้ทันที อย่างเมนูแนะนำคือ ส้มตำไผ่บงหวาน อร่อยมาก หน่อไผ่บงหวานมันสามารถใช้แทน “คอมะพร้าวอ่อน”ได้ดีทีเดียว เป็นจุดเด่นที่ลูกค้ามาซื้อหน่อไผ่บงหวานไปทาน จะต้องกลับมาซื้ออีกทุกราย แล้วก็จะถามถึงพันธุ์ต้นไผ่บงหวาน เพื่อเอาไปปลูกที่บ้านอีก ดังนั้นนอกจากขายหน่อแล้วก็ยังมีรายได้จากการขายพันธุ์ไผ่อีกทางหนึ่ง

++ ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกปลูกไผ่บงหวาน ++

1.) พื้นที่ไม่ควรจะเป็นพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยธรรมชาติแล้วไผ่เป็นพืชที่ชอบน้ำ ชอบความชุ่มชื้น เช่นเดียวกันหากฤดูแล้งต้นไผ่ได้น้ำดีและปุ๋ยดีไผ่บงหวานก็จะให้หน่อดก เหมือนกับช่วงฤดูฝนตามธรรมชาตินั่นเอง แต่หากพื้นที่ใดมีน้ำท่วมขังแฉะหรือเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็มักจะปลูกไผ่บงหวานไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ส่วนสภาพดินนั้น แม้จะเป็นดินเลว เช่น ดินเหนียว,ดินลูกรัง, ดินดาน ฯลฯ สามารถปลูกไผ่บงหวานได้ เพียงแต่ในการปลูกไผ่บงหวานครั้งแรกควรจะต้องมีการช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีเป็นพิเศษ เช่น มีการคลุกเคล้ารองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่าผสมกับพวกเศษวัสดุทางเกษตรเหลือใช้เช่น เปลือกถั่ว, แกลบดิน, ฟางข้าวสับ,ปุ๋ยหมัก,กากอ้อย และ ซังข้าวโพดเป็นต้น โดยการขุดหลุมปลูกไผ่บงหวาน หากสภาพดินไม่ดีให้ขุดหลุมมีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาดกว้าง, ยาว และลึก 50 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นไผ่เจริญเติบโตแทงหน่อเป็นลำต้นได้ดีในช่วง 1 ปีแรก เมื่อพ้น 1 ปีแรกไปแล้วต้นไผ่ก็จะค่อนข้างมีความแข็งแรงเจริญเติบโตสู้กับสภาพดินไม่ดีได้แล้ว แต่ในทุกๆปีจำเป็นต้องมีการใส่อินทรียวัตถุให้กับกอไผ่อย่างสม่ำเสมอแต่พอนานไป ใบไผ่ที่ร่วงโรยในสวนจะทับถม ช่วยปรับโครงสร้างให้ดีอีกทาหนึ่งและรักษาความชุ่มชื้นได้อีกทาง

2.)แหล่งน้ำจะต้องดี ไผ่ทุกสายพันธุ์เป็นพืชที่ชอบความชุ่มชื้น ชอบน้ำพอสมควร แล้วการทำให้ต้นไผ่มีหน่อได้ในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่หน่อไม้จากธรรมชาติในตลาดมีน้อยราคาหน่อไม้จะสูงขึ้นนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีการให้น้ำกับต้นไผ่อย่างสม่ำเสมอทั้งสวนไผ่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำเป็นอันดับแรก ส่วนระบบของการให้น้ำก็เลือกใช้ได้ตามกำลังทรัพย์ เช่น วางระบบหัวน้ำสปริงเกอร์ซึ่งสร้างความสะดวกต่อการให้น้ำและค่อนข้างมีประสิทธิภาพดี สามารถให้น้ำกับต้นไผ่ได้บ่อยครั้งและเวลาไม่นาน เช่น วันละ 3 เวลา จะเป็นการสร้างบรรยากาศให้ต้นไผ่มีความชุ่มชื้นเหมาะแก่การเจริญและออกหน่อได้ดีหรือจะเป็นการปล่อยน้ำเข้าตามร่อง การให้น้ำเข้าร่องต้องให้น้ำสูงท่วมกอไผ่จึงจะใช้ได้ หากจะเลือกวิธีการปล่อยน้ำเข้าร่องจะต้องเตรียมพื้นที่ให้มีความลาดเอียงตั้งแต่แรกด้วย หรือจะใช้สายยางเดินรดก็ได้

3.) ระยะปลูกต้องเหมาะสม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา คุณฐณะณัฐ เล่าว่า ในตอนเริ่มต้นของตนเองมองข้ามช่วงระยะปลูกที่เหมาะสมของไผ่บงหวานไปมองเพียงว่าจะปลูกจำนวนต้นต่อไร่ให้มากที่สุด โดยเลือกปลูกระยะ 2X2 เมตร ซึ่ง 1 ไร่ จะปลูกได้ถึง 400 ต้น ถือว่าเป็นระยะปลูกที่เยอะเกินไป การจัดการสวนเป็นไปด้วยความลำบาก เช่น การเดินเข้าไปทำงานยังต้องก้มตัวเดินใน 2 ปีแรก ไม่สามารถเอารถวิ่งเข้าไปได้หากมีการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมี เดินเข้าไปเก็บหน่อก็ลำบากเช่นกัน แล้วการเจริญเติบโตของของต้นไผ่เองจะการเจริญขยายกอออกไปนอกกอทุกๆปี หากปลูกระยะ 2X2 เมตร เพียง 3-4 ปี กอไผ่ก็จะชนกันแน่นแล้ว

** สรุปได้ว่าระยะปลูกไผ่บงหวานที่เหมาะสมที่สุด ควรจะมีระยะห่างอย่างน้อยที่สุด 2.5 X 2.5เมตร ในกรณีปลูกแถวคู่ ระยะปลูก 2.5 X 2.5เมตร ก็อาจจะเว้นทางเดิน 4เมตร ก็สามารถเอารถไถเล็กหรือรถไถเดินทางเข้าปฏิบัติงานได้ง่ายก็จะยิ่งเบาแรง ทั้งนี้ระยะปลูกแบบใดนั้น ผู้ปลูกก็ต้องพิจารณาตามปัจจัยของแต่ละท่าน
การปลูกและการดูแลรักษาไผ่บงหวานของสวน สรภพ :

++ การปลูก ++ หากสภาพดินดีจะขุดหลุมที่มีขนาดกว้าง, ยาว และ ลึก 30 เซนติเมตร เป็นอย่างน้อย แต่ในบางพื้นที่สภาพดินไม่ดี เป็นดินเหนียว, ดินลูกรัง, ดินดาน ฯลฯ ก็ควรจะขุดหลุมปลูกให้กว้างขึ้น เพื่อจะได้ใส่ปุ๋ยคอกหรือวัสดุเช่นพวกเปลือกถั่ว,แกลบดิบ ฯลฯ ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้น คลุกเคล้าวัสดุต่างๆ กับดินส่วนหนึ่งในหลุม จากนั้นนำต้นพันธุ์ไผ่บงหวานที่ชำในถุงดำแข็งแรงดีแล้ว ฉีกถุงดำออกวางต้นพันธุ์ลงกลางหลุมปลูกแล้วกลบด้วยดินส่วนที่เหลือให้ดินพูนสูงต้นไผ่เล็กน้อย เมื่อดินได้น้ำไม่นานดินก็จะยุบตัวมาเสมอกับระดับดินเดิม แต่การกลบหลุมปลูกอย่าอัดดินให้แน่นจนเกินไปนัก ซึ่งส่งผลต่อการแทงหน่อหรือลำต้นใหม่ได้ยากขึ้น หากเป็นพื้นที่มีลมแรงก็ควรใช้ไม้ปักเป็นหลักผูกยึดต้นไผ่ป้องกันลมโยก หลังจากปลูกเสร็จจำเป็นต้องรดน้ำตามทันที เพื่อให้เม็ดติดกระชับราก ต้นพันธุ์ไผ่บงหวานนั้น ก่อนจะปลูกนั้นควรมีการเอาต้นพันธุ์ไผ่บงหวานออกแดดให้มีการปรับสภาพเสียก่อนอย่างน้อย 1 เดือน เพราะก่อนหน้านี้ต้นไผ่เองจะถูกเลี้ยงใต้ร่มแสลนมาโดยตลอด

++ ฤดูกาลปลูก ++ถ้ามีแหล่งน้ำดีก็สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่จากประสบการณ์ของคุณฐณะณัฐพบว่า ปลุกไผ่บงหวานในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายน ก่อนเข้าฤดูฝนต้นไผ่จะมีการเจริญเติบโตเร็วกว่า การที่ปลูกไผ่บงหวานในฤดูฝน เหตุผลคือ หากปลูกไผ่บงหวานก่อนเข้าฤดูฝนต้นไผ่จะตั้งตัวและออกรากก่อนเข้าฤดูฝน เมื่อฝนมาไผ่ก็จะทำให้ไผ่เจริญเติบโตเร็วมาก แต่หากปลูกในช่วงฤดูฝนเลย ต้นไผ่ก็ต้องการปรับสภาพในช่วงแรก บางครั้งฝนตกมากมีน้ำขังแฉะก็ทำให้ต้นไผ่ชะงักการเจริญเติบโตบ้าง รากเน่าบ้างหากเทียบกับการเจริญเติบโตแล้วสู้วิธีการปลูกในช่วงฤดูฝนไม่ได้ โดยวิธีการดังกล่าวก็สังเกตมาจากการปลูกอ้อยที่มักจะปลูกล่วงหน้า 1-2 เดือนก่อนเข้าฤดูฝนนั้นเอง

++ การดูแลรักษาต้นไผ่บงหวาน ++ ช่วง 1 ปีแรกก็จะมีเรื่อง ”ตัดหญ้า” ให้สวนไผ่สะอาด โปร่งอยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อไผ่มี่อายุ 2 ปีขึ้นไป ต้นไผ่มีใบปกคลุมสร้างร่มทั้งสวน แสงแดดส่องไม่ถึงหญ้าก็จะไม่ขึ้นก็จะลดภาระการตัดหญ้าลงไปทันที และต้องหมั่นระวังไฟป่าหรือมีแนวกันไฟรอบสวนไผ่ก็จะเป็นการดี เรื่องการสางกอไผ่ ไผ่จะมีการแตกหน่อเจริญเป็นลำไผ่ แต่ก็จะมีกิ่งแขนง หน่อเล็กๆที่แตกตามตาของส่วนต่างๆมากมาย ก็ควรจะต้องใช้มีดหรือกรรไกรตัดแต่งกิ่งเหล่านั้นออกให้หมด ให้กอไผ่มีแต่ลำไผ่หลักเทท่านั้น ต้องหมั่นสางกอให้โล่งสะอาดอยู่เป็นประจำ

++ การใส่ปุ๋ย ++ ในช่วงเดือนมีนาคม – เดือนเมษายนจะเน้นใส่ปุ๋ยคอกให้กับไผ่บงหวานเป็นหลัก ใช้อัตรา 10 -20 กิโลกรัมต่อกอ โรยใส่เป็นวงกลมรอบกอไผ่และทุกๆ 2-3 เดือนก็จะมีการใส่ปุ๋ยเคมีช่วยบำรุงอีกด้วยสูตร 16-16-16 แต่หากจะต้องการเร่งการออกหน่อ นอกจากการใส่ปุ๋ยปกติแล้ว จะมีการใส่ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) หรือสูตรใกล้เคียง ในอัตรา 0.5-1 กิโลกรัม โดยหว่านให้รอบๆกอไผ่ ในการใส่ปุ๋ยเคมีให้กับไผ่บงหวาน พึงต้องระวังอย่าให้ปุ๋ยเคมีโดยหน่อ เพราะจะทำให้หน่อเน่าได้หรือหากจะต้องการเพิ่มรสชาติหน่อไม้หวานขึ้นก็อาจใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 สลับกับปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ก็ได้

++ การไว้ลำของไผ่บงหวาน ++ ไผ่บงหวานเมื่อปลูกใน 1 ปีแรก จะมีลำไผ่ราว 4 – 8 ลำ ซึ่งในระยะนี้จะไม่มีการเก็บหน่อมากนัก เนื่องจากจะต้องเลี้ยงปล่อยให้เป็นลำแม่ต่อไป การดูแลในช่วงนี้จะทำการตัดแต่งกิ่งแขนงเล็กๆ ทั้งจากโคนต้นหรือตามตาลำไผ่ออก เมื่อไผ่บงหวานอายุพ้น 1 ปีไปแล้วก็จะเริ่มเก็บหน่อออกจำหน่ายได้บ้าง ในการตัดหน่อควรจะตัดจากกลางกอก่อนแล้วค่อยขยายออกมารอบนอกกอ ซึ่งหน่อด้านนอกๆ ควรจะต้องเลือกเก็บรักษาไว้บางส่วนเพื่อใช้เป็นลำแม่ การพิจาณาเลือกไว้ลำไผ่นั้น ให้เลือกลำไผ่ที่อวบใหญ่และมีทิศทางการเจริญขยายออกนอกกอเป็นวงกลม ก็จะส่งผลให้กอใหญ่ขึ้น มีหน่อมากขึ้นในปีถัดไปและทำงานได้สะดวกเมื่อจะเข้าไปตัดหน่อ หรือดูแลรักษา

** ในการตัดแต่งกอไผ่บงหวานหรือการสางกอหรือการล้างกอไผ่นั้น ควรจะต้องทำปีละ 1 ครั้งคุณฐณะณัฐจะเริ่มตัดแต่งกอไผ่บงหวาน ช่วงปลายฤดูฝนหรือเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม ธรรมชาติของไผ่เมื่อจะเข้าสู่ฤดูหนาวนั้นต้นไผ่ตะมีการชะงักการเจริญเติบโตชั่วขณะให้เลือกตัดแต่งกิ่งแขนงด้วยกรรไกรตัดแต่งกิ่ง ส่วนกิ่งที่แตกตามตาของลำไผ่ให้ใช้มีดพร้าวับบริเวณดังกล่าว การสับนั้นควรสับให้ตาติดเปลือกไผ่ไปเลย หากตาดังกล่าวไม่ขาดมันจะแทงหน่อหรือกิ่งแขนงเล็กๆ มากตลอดทั้งปี แต่ถ้าหากสับตาจนขาดก็จะไม่มีแขนงขึ้นมาอีกเลยส่วนลำไผ่แม่เดิมให้ใช้แสลงหรือเสียมที่มีความคมแทงลำไผ่เดิมออกไป ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วให้ไว้ลำแม่ใหม่ประมาณ 8-12 ลำต่อกอ ให้แต่ละลำมีความห่างกันพอประมาณสัก 20 – 30 เซนติเมตรโดยประมาณ โดยลำแม่ใหม่จะสามารถให้หน่อได้มากอ หน่อใหม่จะมีขนาดใหญ่สมบูรณ์กว่าเดิม

*** ต้นไผ่บงหวานจะเริ่มให้ผลผลิตได้ดีเมื่ออายุเช้าสู่ปีที่ 2 โดยราคาจำหน่ายหน่อจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 – 50 บาทตลอดทั้งปี เน้นการจำหน่ายตลาดชุมชนเป็นหลัก ตลาดมีความต้องการไผ่บงหวานเป็นอย่างมาก ติดใจในรสชาติทุกคน อย่างที่สวนสรภพจะเก็บหน่อทกๆวัน โดยผลผลิต 1 ไร่ จะเก็บหน่อไผ่บงหวานได้เฉลี่ยวันละ 15 – 20 กิโลกรัม โดย 3 ไร่ ก็จะมีหน่อไม้เก็บราว 45 - 60 กิโลกรัมต่อวัน หากจำหน่ายกิโลกรัมละ 50 บาท ก็จะได้เงินราว 2,250 – 3,000 บาทต่อวัน แต่ผลตอบแทนจะมากหรือน้อยนั้นมักจะขึ้นอยู่กับการดูแลของเราว่าเอาใจใส่ไผ่ของเรามากน้อยเพียงใด

---------------------------------- ^ ^ -----------------------------------
ที่มา :
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร.วารสารเส้นทางกสิกรรม "ครบเครื่องเรื่องไผ่บงหวาน" ประจำเดือนพฤษภาคม 2552.พิจิตร
www.rakbankerd.com : ไม่สงวนสิทธิ์สำหรับการนำบทความและภาพถ่ายไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาประเทศ แต่ขอให้อ้างอิงที่มา ว่ามาจาก www.rakbankerd.com ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ