มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
 
 
 
Un title page
 
                
            rakbankerd.com
 
 
 
 
ชมโฆษณาสำนึกรักบ้านเกิด
 
 

การเดินทางแห่งเมล็ดข้าว
เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

ข้าวไทยนั้นเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดในโลก คนอ่านทุกคนที่เป็นคนไทยย่อมพูดเป็นเสียงเดียวว่า “กินข้าวไทยอร่อยที่สุด” ไปกินข้าวหม้อไหน เมืองไหน ถ้าไม่ใช่หม้อไทย ข้าวไทยแล้ว พานไม่อร่อยไปเสียสิ้น

ข้าวหอมมะลินั้นดีที่สุด กินอร่อยที่สุด อันนี้คนไทยก็พูดอีก แต่งกองกันไปแห่ขอเอาคืนชื่อและสายพันธุ์ข้าวยี่ห้อ “จัสมินไรซ์” จากสหรัฐอเมริกา ไปๆ มาๆ ก็ลาโรง แต่งทนายว่าคดีระหว่างประเทศเสียเงินมาก มองในขณะนั้นว่าได้ไม่คุ้มเสีย จัสมินไรซ์ของเราเลยเปลี่ยนชื่อเป็นข้าว “หอมมะลิไรซ์” ซึ่งไม่มีใครได้ยินและได้เรียกอีกเลย ไม่ยักคิดว่าต้องเสียเงินค่าทำการตลาดอีกเท่าไหร่

การปลูกข้าวในไทยมีประวัติอันยาวนาน โดยย้อนกลับไปได้ก่อนพุทธกาลเสียอีก เมื่อเมล็ดข้าวเมล็ดแรกเดินทางมาจากประเทศอินเดีย ร่องรอยแกลบในเศษภาชนะดินเผา ขุดได้ที่โนนนกทา ต.บ้านโคก อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น กับหลักฐานเมล็ดข้าวที่ขุดได้ในถ้ำปุงฮุง จ.แม่ฮ่องสอน และรอยของแกลบในภาชนะดินเผา ขุดพบที่บ้านเชียง จ.อุดรธานี คาดว่ามีอายุประมาณ 5.5 พันปี ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่แสดงว่าบริเวณนี้มีการทำนาปลูกข้าวมาแล้วอย่างน้อย 5-6 พันปี และกับรอยต่อไทย-พม่า ก็พบหลักฐานที่ยาวนานถึง 1.2 หมื่นปี

“สุรพงษ์ ปรานศิลป์” อธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล่าให้ฟังว่า เมืองไทยเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญของโลก มีความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ และสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม ปลูกข้าวได้ตั้งแต่พื้นที่ชายฝั่งทะเลยันยอดดอย ข้าวในเมืองไทยจึงมีหลากหลายสายพันธุ์ เฉพาะพันธุ์ข้าวป่าหรือพันธุ์พื้นเมืองก็มีถึง 1.7-1.8 หมื่นสายพันธุ์ และตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา ข้าวป่าก็ได้ถูกพัฒนาโดยปรากฏการณ์ธรรมชาติและการคัดเลือกของมนุษย์ จนปัจจุบันมีข้าวสายพันธุ์ใหม่เพิ่มขึ้น (เฉพาะในประเทศไทย) อีกไม่ต่ำกว่า 2 พันสายพันธุ์

ไม่เฉพาะแต่สายพันธุ์ข้าวที่วิวัฒนาการมาจนแตกสายเป็นหลายพันหมื่น สิ่งที่วิวัฒนาการไปพร้อมกับสายพันธุ์ข้าวในไทยคือกระบวนการทุจริตข้าว ที่ว่ากันว่าวิธีโกงมีเป็น 100 วิธี ใครเป็นคนไทยกินข้าวไทยมานานก็ย่อมได้ยินได้ฟังเรื่องทุจริตข้าวมาไม่น้อย เรื่องของสต๊อกข้าวที่ปราศจากข้าว เรื่องของสต๊อกที่สิ่งในสต๊อกปลาสนาหายไปเป็นนิจสิน สต๊อกที่ไร้สต๊อกเพราะถูกโกงซ้ำโกงซากเป็นจักรราศี

การเดินทางของเมล็ดข้าวเมล็ดแรก ย้อนรอยกลับไปได้เป็นพันเป็นหมื่นปี แต่เมล็ดข้าวเมล็ดล่าสุดยังตามรอยไม่ได้ว่าหายไปไหน (ฮา) ???

๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐ ๐

จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
เรื่อง : วันพรรษา อภิรัฐนานนท์


บันทึกการเดินทางของเมล็ดข้าว ที่จารจดไว้กับร่องรอยแห่งชั้นดินหิน ต้องขอบคุณนักประวัติศาสตร์ที่นอกจากจะขุดค้นซากไดโนเสาร์ที่เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยออกมาได้เป็นหลายตัว ก็ยังอุตส่าห์ไปเคาะแคะสแกะสะเกา งัดแงะเปลือกแกลบเปลือกข้าวรุ่นดึกดำบรรพ์ เอามาให้นักวิจัยแกลบได้พิสูจน์ทราบหลักฐาน เจาะจีโนมสายพันธุ์ (แกลบ) ดูอย่างลึกซึ้ง แล้วจึงทราบว่าไทยเรานี้ก็ไม่ใช่เล่น แม้จะเป็นรองจีนที่ปลูกข้าวเป็นรายแรกของโลกเมื่อ 1 หมื่นกว่าปีล่วง แต่ไทยก็ปลูกข้าวกินกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 พันปี เปรียบคุณวุฒิ วัยวุฒิ กับประเทศที่ปลูกข้าวด้วยกันทุกวันนี้ ไม่เป็นรองใคร

บันทึกหน้าแรก

ข้าวไทยทุกวันนี้กินดีเป็นข้าวชั้นเลิศ บางคนว่าแค่คลุกน้ำปลาดีก็อร่อยล้ำ ได้ชื่อเป็นข้าวพรีเมียมส่งออกได้ราคาค่างวดถึงทุกวันนี้ ใครเลยจะรู้มั่งว่า ก็เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้ทรงพลิกวิกฤตเป็นโอกาสไว้ ในหนังสือ “วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีข้าวไทย” ของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ระบุว่า ในรัชสมัยของพระองค์นั้นไทยส่งออกข้าวเป็นสินค้าสำคัญ แต่ไม่ได้ราคา เพราะมีเมล็ดปะปนกันหลายพันธุ์ มีทั้งข้าวดีมีคุณภาพ เมล็ดที่ตลาดต้องการ กับพันธุ์ข้าวคุณภาพต่ำ

การค้าข้าวที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เข้าใจว่าไม่ได้มีการคัดแยกข้าวเมล็ดสั้นออกจากข้าวเมล็ดยาว หรือแยกข้าวนาสวนออกจากข้าวนาเมือง การที่ไทยส่งข้าวทั้งเมล็ดสั้นและเมล็ดยาวปนกันออกไปขายนี้ ทำให้มีผู้ซื้อแล้วนำไปคัดแยกเอาข้าวเมล็ดยาวขายเป็นข้าวคุณภาพดีของอินเดียที่มีชื่อเสียงในตลาดโลกขณะนั้น (ข้าวปาฐนา-Patna Rice) ส่วนข้าวเมล็ดสั้นที่เหลือก็ขายในชื่อข้าวไทย (Siam Rice) ทำให้ภาพลักษณ์ของข้าวไทยเสียหายอย่างยิ่ง

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงโปรดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศปี 2450 ซึ่งเป็นการประกวดพันธุ์ข้าวจากทุ่งหลวง คลองรังสิต ทรงกำหนดวัตถุประสงค์ “เพื่อเป็นการอุดหนุนและบำรุงหาพันธุ์ข้าวที่ดีมาไว้ทำพันธุ์ และเพื่อให้ข้าวของประเทศสยามเจริญดี มีราคาเท่าเทียมกับข้าวของประเทศอื่น” นับเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวของไทย

ในปี 2453 ทรงให้จัดงาน “การแสดงกสิกรรมแลพาณิชการ” ขึ้นเป็นครั้งแรกร่วมกับการประกวดพันธุ์ข้าวที่สระปทุม (วังสระปทุมในปัจจุบัน) ปรากฏว่าข้าวไทยพัฒนาขึ้นผิดตา ในปี 2476 ไทยรับคำเชิญของคณะกรรมการประกวดข้าวของโลก ส่งข้าวไปประกวดที่เมืองเรไยนา แคนาดา น่าปลื้มใจว่าจากการประกวดครั้งแรก ข้าวไทยกวาดรางวัลที่ 1, 2, 3 ได้หมด พร้อมกับรางวัลอื่นรวม 11 รางวัล ราคาส่งออกข้าวดีขึ้นเหลือเชื่อ อ่านแล้วปลื้มไม่เสร็จเลยใช่ไหมเล่า?

บันทึกหน้าสอง

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดภาวะขาดแคลนอย่างหนัก ไทยส่งข้าวไปช่วยจีนและไต้หวัน ทำให้สหประชาชาติเล็งเห็นถึงศักยภาพด้านการผลิตอาหารของไทย ได้รับไทยเข้าเป็นสมาชิกขององค์การอาหารและเกษตร (Food and Agriculture Organization - FAO) ในปี 2490 ต่อมามีการจัดตั้งสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute) หรือที่เรียกกันจนติดปากคนไทยว่า “อีรี่” (IRRI)

อีรี่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาผลผลิตข้าวในประเทศกำลังพัฒนา ฟังแล้วดูดี แต่ในสายตาขององค์กรเกษตรกรท้องถิ่นในหลายประเทศ ต่างลงความเห็นในเวลาต่อมาว่า อีรี่นี่“แสบ” นัก เนื่องจากการก่อตั้งอีรี่หาได้เป็นความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแต่เพียงอย่างเดียวไม่ หากแต่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ของประเทศอุตสาหกรรมภายใต้การนำของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

“วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ” เล่าในหนังสือชื่อ “หอมกลิ่นข้าวหอมมะลิ เรื่องราวและการต่อสู้เพื่อรักษาพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ” ว่า โครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวของอีรี่มุ่งไปสู่การพัฒนาข้าวพันธุ์ต้นเตี้ยที่ต้องใช้ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมทั้งเครื่องจักรกลการเกษตรต่างๆ ซึ่งที่สุดแล้วสร้างความร่ำรวยให้กับบริษัทข้ามชาติยิ่งกว่าจะปลดชาวนาให้หลุดพ้นจากความยากจน ผลกระทบที่แพงกว่านั้นคือความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ พันธุ์ข้าวพื้นเมืองจำนวนมากที่ประเทศสมาชิกกำลังพัฒนาส่งไปเก็บไว้ยังธนาคารพันธุ์ข้าวของอีรี่ ต่อมาพบว่าสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของอีรี่ได้นำพันธุ์ข้าวที่ประเทศต่างๆ ส่งไปเก็บไว้นี้ นำออกไปไว้ที่ศูนย์รวบรวมพันธุ์ที่ดีที่สุดของตน คือที่ ฟอร์ต คอลลินส์ (Fort Collins) โดยอ้างเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

“พันธุกรรมดังกล่าวได้กลายเป็นผลประโยชน์ที่ตอบแทนกลับแก่สหรัฐอย่างที่ไม่อาจประเมินค่าได้ในเวลาต่อมา ตั้งแต่พันธุ์ข้าวพื้นเมืองของอินเดียที่สหรัฐยื่นจดลิขสิทธิ์ในชื่อบัสมาติ และการยื่นจดทะเบียนสิทธิบัตรข้าวหอมมะลิของไทยในชื่อจัสมาติก็เพราะอีรี่นี่แหละ พลิกกลับไปดูบันทึกการส่งออกพันธุ์ข้าวให้อีรี่เมื่อ มิ.ย. 2537 จะพบว่าในบรรดาพันธุ์ข้าวที่ส่งไปเก็บไว้ที่นั่น มีข้าวขาวดอกมะลิรวมอยู่ด้วย เป็นตัวอย่างหมายเลขที่ 850” วิฑูรย์ กล่าว

บันทึกที่ไม่(มี)บันทึก

“ศึกนอกบ้าน” ก็หนักหนา หันมอง “ศึกในบ้าน” ก็ใช่ย่อย ข่าวทุจริตเรื่องข้าวเป็นข่าวซ้ำซากได้ทุกปี ล่าสุดคือกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งข้อกล่าวหาต่อบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง กรณีทำสัญญารับปรับปรุงคุณภาพข้าวเพื่อส่งมอบต่างประเทศ แต่ถูกยักยอกไปรวม 3.4 หมื่นตัน มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

“พิสุทธิ์ ชลากรกุล” ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า (อคส.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาทุจริตข้าวส่วนหนึ่งมาจากนโยบายบริหารสต๊อกช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดเก็บสต๊อกรวมศูนย์ไว้ที่ภาครัฐหมด ขณะที่ราคาประกันกับราคาท้องตลาดต่างกันมาก จึงมีช่องว่างให้แสวงประโยชน์จากราคา เปรียบเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อน สต๊อกของรัฐมีแค่ 4-5 แสนตันต่อปี แต่ปัจจุบันสต๊อกเพิ่มสูงถึง 5 ล้านตันต่อปี การบริหารจัดการเมื่อไม่ทั่วถึงก็เปิดโอกาสการทุจริต

สำหรับช่องทางการทุจริตข้าว ผู้อำนวยการ อคส. กล่าวว่า หากให้พูดจริงๆ ถึงวิธีโกงข้าว พูดได้ไม่ถ้วนเพราะมีเป็นร้อยๆ วิธี ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบริบท เช่น กรณีกลุ่มเกษตรกรสีแปรข้าวมาแล้ว ข้าวเหลืองไม่ได้คุณภาพ กลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มจะอาศัยช่องว่างของระบบการส่งมอบและจัดการขายกลางทาง กลายเป็นบัญชีข้าวหาย วิธีนี้ได้เงินน้อยหน่อย แต่ก็ได้เงินเข้ากระเป๋า ขั้นตอนต่อเนื่องก็ตกกระไดพลอยโจน และกลายเป็นเรื่อง “ตามน้ำ” ไปตามกัน

กรณีข้าวเปลือกวางไว้ ไม่ได้สีแปร แต่เนื่องจากปล่อยกองไว้ก็จะกลายเป็นข้าวเหลืองและเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ จึงนำข้าวเปลือกไปสีแปรเสีย ต่อมาถูกสั่งตรวจข้าวเปลือก แต่เมื่อกลายเป็นว่าโรงสีนำข้าวเปลือกไปสีแปรเสียแล้ว ก็ต้องแทงบัญชีข้าวหาย กรณีของสต๊อกลมก็เช่นเดียวกัน คือกรณีของสต๊อกที่ระบุว่ามีข้าว แต่จริงๆ แล้วไม่มี เนื่องจากได้ “ถอย” ข้าวบางส่วนหรือทั้งหมดออกไปขาย ซึ่งเกิดแทบทุกครั้งเมื่อราคาประกันต่ำกว่าราคาตลาด

เปิดสารบัญวิธีโกง (ข้าว) ยังมีอีกหลายวิธี ทั้งทริก ทั้งกล ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนรอการตรวจสอบ ไปสุ่มตรวจโกดังข้าว ที่ต้องเตรียมใจไว้คือกลวิธีการเรียงข้าวในโกดังที่ซ้อนซับทับถมอย่างมีเหลี่ยมมุม กระสอบข้าวที่เรียงซ้อนเป็นผนังนั้น ยังมีด้านหลังของด้านหลัง หากไม่ตั้งใจตรวจจริงๆ จะไม่มีทางเจอ ข้าวคุณภาพดีตามบัญชีมีอยู่เฉพาะแถวด้านหน้า ส่วนข้าวเสื่อมนอนเต็มกองยุ้งอยู่ข้างใน ตะขอเจาะสวบลงไปควักออกมามีแต่ข้าวที่ผุยเป็นแป้ง

การทุจริตข้าวจะน้อยลงได้ หากข้าวไม่ใช่สินค้าการเมือง และการกำหนดราคาประกันข้าวไม่บิดเบือนจากราคาตลาดจนเกินไป ข้าวนาปีที่จะออกมา พ.ย. ปีนี้ยังไม่น่าห่วง ห่วงแต่ข้าวนาปรังที่จะออกมา ก.พ.ปีหน้าว่า รัฐบาลใหม่จะมีความจริงใจแค่ไหน?

ข้าวเม็ดแรกเดินทางมาจากอินเดีย แต่ข้าวเม็ดสุดท้ายในสต๊อกไม่รู้ล่องหนไปที่แห่งใด...แม้เมื่อบันทึกอันยาวนานนี้ มาถึงบทสรุป แต่ก็ไม่มีอะไรจบ...

 
 
  Un title page
มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
๒๘๗/๑๙๕ ซ.รามคำแหง ๒๑(นวศรี) ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ข.วังทองหลาง กทม.๑๐๓๑๐

โทร. ๐-๒๓๖๙-๔๐๓๐ แฟกซ์. ๐-๒๓๖๙-๓๘๒๒ rbk_foundation@hotmail.com,  rbk_foundation@yahoo.com