"แซมี่"
ชนเผ่าใกล้ขั้วโลกเหนือ
สุทธาสินี
จิตรกรรมไทย
แต่ไหนแต่ไร
ชนเผ่าเมืองหนาวที่คนส่วนใหญ่ในบ้านเราคุ้นชื่อเห็นจะมีแต่ เอสกิโม
ที่อาศัยอยู่ในกรีนแลนด์ อลาสกา แคนาดา และแถบไซบีเรีย
คราวนี้ถึงทีของชนเผ่าเมืองหนาวแถบสแกนดิเนเวียบ้าง
แซมี่
(Sami) ...ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากสุด
ว่ากันทางด้านประชากรศาสตร์แล้ว
ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวียมีจำนวนประชากรแซมี่มากกว่าประชากรชาวนอร์เวย์
สวีเดน และฟินแลนด์เสียอีก
ถ้านับครอบคลุมพื้นที่ทวีปยุโรป
แซมี่เป็นชนเผ่ากลุ่มใหญ่ที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว มีจำนวนอยู่ระหว่าง
60,000-80,000 คน ในจำนวนนี้ตั้งรกรากอยู่ในนอร์เวย์ถึงครึ่งหนึ่ง
นอกนั้นอาศัยอยู่ในสวีเดน ฟินแลนด์ รัสเซีย ฯลฯ
อาชีพของชาวแซมี่มีด้วยกันหลายอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นตกปลา เพราะแม่น้ำและทะเลสาบของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียมีปลาอุดมสมบูรณ์,
ล่าสัตว์จำพวกนก กระรอก หรือหมาป่า รวมถึงทำการเพาะปลูก
แต่อาชีพที่เป็นเอกลักษณ์เด่นของชาวแซมี่คือ
การเลี้ยงกวางเรนเดียร์
"ที่พวกเราคุ้นเคยกับกวางเรนเดียร์ก็เพราะเป็นสัตว์ในเขตหนาว
กวางเรนเดียร์มีประโยชน์หลายอย่าง ทั้งเอามาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม เป็นอาหาร
ส่วนกระดูกก็ยังเอามาทำเป็นเครื่องดนตรีได้ด้วย" อิสซาท หนุ่มแซมี่ที่มีอาชีพเลี้ยงกวางเรนเดียร์เล่า
หากเดี๋ยวนี้ชาวแซมี่ก็หันเหไปประกอบอาชีพอื่น
ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างอิงเกอร์ก็ทำงานเป็นครู หรือเบริทก็เป็นล่าม
แปลระหว่างภาษาแซมี่-นอร์เวย์ เอื้อประโยชน์ต่อการสื่อสารระหว่างกันได้เยอะ
หากจะวาดภาพแซมี่ว่าเป็นชนพื้นเมืองที่ตามไม่ทันยุคโลกาภิวัตน์เห็นทีจะคิดผิด
เพราะพวกเขายืนยันว่ามีครบอย่างที่เรียกว่าไม่น้อยหน้าสังคมอื่น
"เราใช้ชีวิตเหมือนผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองทั่วไป
ไม่ได้โลว์เทค หรือตัดขาดจากโลกภายนอก"
"ชุมชนที่เราอยู่มีโรงเรียนระดับประถมศึกษา
มัธยมศึกษา วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย เรียกว่าเรื่องการศึกษาเราพร้อมมาก"
"เรื่องเทคโนโลยีเราก็มีมือถือใช้
มีปาล์ม มีกล้องดิจิตอล มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก มีอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
อย่างพวกเราถึงจะไม่เคยมาเมืองไทยแต่ก็พอรู้จักประเทศไทยมาก่อน เพราะเราหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต"
"ส่วนการแต่งกายของเราก็ทั่วไป
เสื้อยืด กางเกงยีนส์ แต่ถ้าต้องเข้าร่วมพิธีของแซมี่หรือมีงานเทศกาลต่างๆ
ของชนพื้นเมืองของเรา เราก็จะใส่ชุดพื้นเมือง" โจฮานและอิงเกอร์ช่วยกันอธิบายยาว
ขณะเดียวกันก็ยังรักษาอัตลักษณ์ความเป็นแซมี่ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ที่เห็นชัดคือเพลง โยอิค ซึ่งเปรียบได้กับเพลงประจำตัวของชนพื้นเมืองแซมี่
อิงเกอร์และเบริท
ที่เป็นนักดนตรีแซมี่ด้วย อธิบายถึงเพลงโยอิคว่า เป็นการร้องเพลงแบบประสานเสียง
มีเครื่องดนตรีสำคัญคือกลองไว้เล่นประกอบ
ปกติเพลงโยอิคจะร้องด้วยท่วงทำนองที่ค่อนข้างช้าและให้เสียงดังคล้ายอยู่ในลำคอ
คนร้องต้องพยายามแสดงออกถึงอารมณ์ความรู้สึกของเพลงให้ได้มากที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นดีใจ เสียใจ โกรธ ฯลฯฯ
ทำนองหรือเนื้อหาของเพลงมีแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ
ทั้งสิ่งแวดล้อมหรือสัตว์ หรือจะมาจากคน รวมทั้งโอกาสพิเศษต่างๆ ก็ยังได้
จริงๆ
แล้วก่อนหน้าที่สิงห์ คอร์ปอเรชั่น จะเปิดตัวโครงการคัดเลือก 4 คนไทยไปปักธงชาติที่จุดเหนือสุดของโลก
ชาวแซมี่ก็ได้มีการแนะนำชนเผ่าของตนเองผ่านทางเว็บไซต์อยู่เหมือนกัน
ทั้งยังมีเว็บไซต์ที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษโดยเฉพาะตั้งแต่ปี
พ.ศ.2539 เพื่อให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับชาวแซมี่ ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์
ประเพณีวัฒนธรรม ศิลปะ อาชีพ ฯลฯ
ใครอยากทราบเรื่องราวของชนเผ่าแซมี่นอกเหนือจากนี้
สามารถเปิดเข้าไปอ่านกันได้ที่ www.itv.se/boreale/semieng.htm
ความที่เป็นตำแหน่งที่เรียกได้ว่าจุดสูงสุดของโลก
บวกกับการมีสภาพอากาศหนาวยะเยือกถึงขั้นติดลบ 50-55 องศาเซลเซียส,
ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมที่ขั้วโลกเหนือจะมืดมากถึงขั้นเรียกได้ว่าแทบไม่มีแสงให้ความสว่าง
และระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม ที่พระอาทิตย์จะขึ้นตลอด ทำให้ทั้งหมดกลายเป็นเสน่ห์ของขั้วโลกเหนือ
ที่ขณะเดียวกันก็ดูราวกับเป็นสิ่งท้าทายที่รอให้นักเดินทางหรือนักผจญภัยมาพิชิต
มติชน
08 มีนาคม พ.ศ. 2549
|