มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
 
 
 
Un title page
 
                
            rakbankerd.com
 
 
 
 
ชมโฆษณาสำนึกรักบ้านเกิด
 
 

ประวัติการถ่ายรูปในสยาม

วิชาถ่ายรูปกำเนิดจากนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศสชื่อหลุยส์ เจ.เอ็ม.ดาแกร์ เมื่อ พ.ศ. 2382 และได้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ อาทิ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ รวมทั้งประเทศสยามหรือประเทศไทยของเราด้วย

การถ่ายรูปครั้งแรกของไทยอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 3 (พ.ศ.2367-2394) มีเหตุการณ์บันทึกไว้ในหนังสือสยามประเภทของ ก.ศ.ร.กุหลาบว่า

เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้ทอดพระเนตรเห็นรูปถ่ายของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษ ซึ่งพระยาไทรบุรีได้ส่งมาทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 3 ว่าเป็น “รูปถ่าย” ปรากฏว่าพระองค์ไม่ทรงเชื่อว่าเป็นรูปถ่าย รูปชัก ทรงเห็นว่าเป็นเพียงรูปเขียนอย่างแต่ก่อนมาเท่านั้น

รูปถ่ายของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียคือรูปถ่ายรูปแรกที่ปรากฏในสยาม เมื่อถูกส่งมาทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 3 นั้น พระองค์โปรดให้นำไปแขวนติดที่เสาท้องพระโรงพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยด้านทิศตะวันตก ตรงท้ายพระแท่นเสด็จออกขุนนาง ชาวสยามสมัยนั้นเรียกรูปนี้ว่า “รูปเจ้าวิลาด” คือรูปเจ้าอังกฤษนั่นเอง

ต่อมาในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ปลดเอาไปตดที่อื่นเพราะเป็น “รูปเจ้าแผ่นดิน แผ่นทราย จะเอามาติดไว้ที่เสาต่ำๆ หาควรไม่” และเมื่อย้ายไปติดที่อื่นก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นที่ใด เพราะจบบัดนี้ก็ยังหารูปดังกล่าวไม่พบ

เล่ากันว่าเมื่อมีการถ่ายรูปเข้ามาใหม่ๆ คนไทยยังไม่กล้าถ่ายรูปกันมากนักเพราะมีความเชื่อเก่าๆ อยู่ว่า “การถ่ายรูปจะทำให้อายุสั้น” หรือเกรงว่าจะถูกเอาไปใช้ทำร้ายด้วยเวทมนต์

ช่างถ่ายรูปคนแรกในสยามคือบาทหลวงปาเลอกัว ชาวฝรั่งเศส

รูปถ่ายในสมัยรัชกาลที่ 3 จะถ่ายลงบนแผ่นโลหะ ถ่ายครั้งหนึ่งได้รูปๆ หนึ่ง อัดซ้ำไม่ได้ เรียกว่ารูปถ่ายระบบดาแกโรไทพ์ มีรูปบางรูปซึ่งเชื่อว่าก๊อปปี้มาจากรูปถ่ายแผ่นโลหะอีกทีแล้วนำมาอัดลงบนกระดาษเช่นรูปกรมขุนอิศเรศรังสรรค์(พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว)ไม่สวมฉลองพระองค์เป็นต้น

ในสมัยรัชกาลที่ 4 (พ.ศ.2394-2411)การถ่ายรูปค่อยเป็นที่รู้จักขึ้น โดยเกิดร้านถ่ายรูปของคนไทยที่รับจ้างถ่ายโดยตรงขึ้น 1 ร้าน ของขุนสุนทรสาทิศลักษณ์หรือ “นายจิตร” เปิดเมื่อ พ.ศ.2406 นับเป็นร้านถ่ายรูปแห่งแรงของสยาม เป็นร้านที่ตั้งอยู่บนเรือนแพลอยน้ำหน้าวัดซางตาครูซและลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์บางกอกรีคอร์เดอร์ (พ.ศ.2408) ด้วย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกของไทยที่ได้ฉายพระรูปเพื่อประชาสัมพันธ์พระองค์เองและประเทศไทย โดยได้ส่งพระบรมฉายาลักษณ์ไปให้ประมุขประเทศต่างๆ หลายคราว และในสมัยนี้นอกจากมีการถ่ายรูปด้วยระบบแกโรไทพ์แล้วก็มีการถ่ายรูปด้วยวิธีใหม่คือ ถ่ายด้วยกระจกเบียกหรือที่เรียกว่า ระบบเวทเพลท(Wet Plate) หรือน้ำยาสด

มาถึงสมัยต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2411-2453)รัชกาลที่ 5 และเจ้านายบางพระองค์เช่นกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม พระองค์เจ้ากาพย์กนกรัตน์ ม.ร.ว. แดงอิศรเสนา ได้ทรงเริ่มสนพระทัยถ่ายรูปเองบ้าง มีหลักฐานปรากฏในพระราชนิพนธ์ ร.5 เรื่องเสด็จประพาสไทยโยค

ช่วงปลายรัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ.2447 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงเริ่มเล่นกล้องอย่างจริงจัง เมื่อเสด็จประพาสไป ณ ที่ใดๆ จะทรงมีกล้องถ่ายรูปติดไป ด้วยแทบทุกครั้งและทรงถ่ายรูปเองมากมาย ทำให้เจ้านายและขุนนางตลอดจนพ่อค้า ข้าราชการ นิยมเล่นถ่ายรูปกันโดยแพร่หลาย

เหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การถ่ายรูปยุคแรกของคนไทยคือเมื่อ พ.ศ.2447 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการอวดรูปขึ้นเป็นครั้งแรกและในปี พ.ศ.2448 ได้มีการจัดประชันรูปขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย งานดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างานไหว้พระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตรที่รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างในงานทรงจัดให้มีการออกร้านขายของสารพัดชนิดและที่สำคัญคือมีร้านถ่ายรูปหลวงด้วย ร้านนี้รัชกาลที่ 5 จะเสด็จไปแวะเป็นประจำทุกคืน และบางครั้งจะทรงเป็นช่างถ่ายรูปเองด้วย

ในรัชกาลของพระองค์รูปถ่ายกระจกเบียกยังคงมีอยู่จนถึงราว พ.ศ.2423 จึงเกิดวิธีการถ่ายแบบใหม่ที่เรียกว่า ระบบดรายเพลท(Dry Plate) คือใช้กระจกแห้งสำเร็จรูปมาถ่ายแทนกระจกเปียกที่ผู้ถ่ายต้องผสมน้ำยาเอง

ต่อมาราว พ.ศ.2448 ได้มีการถ่ายรูปด้วยฟิล์มเซลลูลอยด์ควบคู่ไปกับการถ่ายด้วยกระจกในราชสำนัก แต่ส่วนใหญ่ยังนิยมใช้กระจกกันมากกว่าและใช้มานอีกหลายสิบปี ซึ่งหลังจากรัชกาลนี้การถ่ายรูปก็แพร่หลายเป็นที่รู้จักและไม่กลายเป็นของแปลกอีกต่อไป

ปัจจุบันหอจดหมายเหตุแห่งชาติมีรูปถ่ายสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 ที่เก็บสะสมไว้มากมาย มีทั้งรูปถ่ายที่อัดแล้วกว่า 35,000 รูป และกระจกเนกาตีฟโพลิตีฟอีกกว่า 24,000 แผ่น ซึ่งนับเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาวสยามที่มิอาจประเมินราคาได้เลย

 
  Un title page
มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
๒๘๗/๑๙๕ ซ.รามคำแหง ๒๑(นวศรี) ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ข.วังทองหลาง กทม.๑๐๓๑๐

โทร. ๐-๒๓๖๙-๔๐๓๐ แฟกซ์. ๐-๒๓๖๙-๓๘๒๒ rbk_foundation@hotmail.com,  rbk_foundation@yahoo.com