มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
 
 
 
Un title page
 
                
            rakbankerd.com
 
 
 
 
ชมโฆษณาสำนึกรักบ้านเกิด
 
 

วิทยาศาสตร์ของแสงแดด

ในช่วงเวลาเพียง 15 นาทีที่ดวงอาทิตย์แผ่รังสีมายังโลก มีพลังงานมากเท่ากับพลังงานทุกรูปแบบที่ประชากรของโลกใช้ไปตลอดทั้งปี พลังงานจากดวงอาทิตย์นั้นเดินทางมายังโลกในรูปของรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ รังสียูวี (UV) ที่มีอยู่ด้วยกันสามชนิด คือ ชนิดเอ (UVA) ชนิดบี (UVB) และชนิดซี (UVC) ความเข้มข้นของรังสียูวีนี้มีมากที่สุดในช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ถึงแม้ว่าความยาวคลื่นของรังสียูวีนี้จะมีค่าน้อยมาก คือวัดได้ในหน่วยเป็นพันล้านส่วนในหนึ่งเมตร เท่านั้น แต่มันก็มีพลังงานสูงจนสามารถทะลุผ่านร่างกายของเรา แล้วไปเปลี่ยนแปลง โครงสร้างเซลล์ผิวหนังของเราได้

ข้อดีของแสงแดด

รังสียูวีจากดวงอาทิตย์ถือได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดวิตามินดีที่สำคัญที่สุดของมนุษย์เรา ด้วยกลไกที่รังสียูวีบีไปเปลี่ยนสารเออร์โกส เทอรอล (ergosterol) ในผิวหนังให้เป็นวิตามินดี ซึ่งจะช่วยให้กระดูกและกล้ามเนื้อของเราแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันด้วย โดยหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการดูดซึมแคลเซียมในลำไส้ และเคลื่อนย้ายแคลเซียมผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งช่วยทำให้กระดูกและระบบประสาทแข็งแรง

จากการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า แสงแดดช่วยป้องกันคนเราจากโรคมะเร็งหลายชนิด ได้แก่ โรคมะเร็งเต้านม โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โรคมะเร็งมดลูก โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร และโรคมะเร็งต่อม ลูกหมาก

นอกจากนั้น แสงแดดจะไปกระตุ้นต่อมไพเนียลที่อยู่ในสมอง ให้ผลิตสารเคมีในกลุ่มทริปตามีน (tryptamines) ออกมา ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ของเรา ช่วยให้เราอารมณ์ดี และช่วยให้เรารับรู้เวลากลางวัน กลางคืน และการเปลี่ยนฤดูกาล

ข้อเสียของแสงแดด

การที่เราได้รับแสงแดดมากๆ สามารถ ทำให้ผิวหนังอักเสบ (sunburn) ไปจนถึงการป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ในแต่ละครั้งที่เราได้รับแสงแดด ดีเอ็นเอของเซลล์ผิวหนังจะเกิดความเสียหาย ซึ่งโดยปกติแล้วเซลล์จะทำการซ่อมแซมตัวเอง แต่ในบางเซลล์ก็ไม่สามารถทำได้ และเนื่องจากรังสียูวีทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของเราต่ำลง จนไปกำจัดเซลล์ที่ผิดปกตินั้นได้ยาก เซลล์เหล่านั้นจึงพัฒนาไปเป็นมะเร็งอย่างช้าๆ

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ในคนที่ได้รับแสงแดดมากๆ จะมีโอกาสเป็นโรคต้อกระจกเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดของการตาบอด

การแพ้แสงแดด

ในคนบางคนจะมีความไวต่อการแพ้แสงแดดมากกว่าคนอื่นๆ ถึงขนาดที่ว่าโดนแสงแดดผ่านทางกระจกก็แพ้ได้ โดยจะมีผื่นเม็ดเล็กๆ สีแดงขึ้นบนผิวหนัง อาการนี้เรียกว่า Polymorphic Light Eruption (PMLE) ซึ่งอาการจะคล้ายกับโรคผิวหนังผื่นคันเนื่องจากต่อมเหงื่ออักเสบ (prickly heat) จึงมักจะสับสนกันอยู่บ่อยๆ โดยอาการแพ้นี้พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในช่วงอายุวัยรุ่นตอนปลายจนถึงวัยกลางคน และเกิดได้กับคนทุกเชื้อชาติ แต่ก็จะพบได้มากในคนที่มีผิวสีอ่อน

แสงแดดเทียม

เดี๋ยวนี้มีการทำเตียงอาบแดด(sunbed) ขึ้นมา มันสามารถผลิตรังสียูวีได้เหมือนกับแสงแดดเลยทีเดียว แต่จะผลิตรังสียูวีเอเป็นหลักซึ่งจะทะลุลงไปลึกกว่าระดับผิวหนังของเรา ส่วนรังสียูวีบีนั้นเตียงอาบแดดผลิตออกมาได้น้อยกว่าแสงแดด จริงๆ แล้วเตียงอาบแดดมีอันตรายมากกว่าดวงอาทิตย์เสียอีก เพราะการรับแสงเทียมจากเตียงเป็นเวลา 20 นาที ก็เท่ากับเวลาถึงสี่ชั่วโมงในแสงแดด
นอกจากนั้นเตียงอาบแดดยังเร่งให้ผิวของเราบอบบาง เกิดรอยย่นและเป็นเส้นเล็กๆ อีกทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความแก่ด้วย

ผิวสีแทน

ผิวของเราเป็นสีแทน (suntan) ได้ เนื่องจากรังสียูวีจะไปกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ (melanocytes) ที่อยู่ติดกับผิวหนังให้ผลิตเมลานินเม็ดเล็กๆ ออกมาที่ผิวหนังด้านบน ซึ่งเป็นรงควัตถุสีเข้มและป้องกันแสงแดดได้ดี อีก 5-7 วันต่อมา สีผิวของเราก็จะเข้มขึ้น

ในช่วงทศวรรษที่ 1950 (พ.ศ. 2493-2502) มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทำผิวสีแทนด้วยตัวเองออก วางตลาดเป็นครั้งแรก ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่เป็นตัวเลือกกว่า 100 ชนิดในตลาด ทั้งที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเครื่องสำอางบางชนิดใช้สีย้อม บางชนิดก็ใช้สารเคมีที่สกัดได้จากต้นอ้อย ชื่อว่า ไดไฮดรอกซีอะซีโตน (dihydroxyacetone) หรือ ดีเอชเอ (DHA) นั่นเอง
ดีเอชเอเป็นตัวทำให้ผิวหนังมีสีเข้มได้ชั่วคราว มันจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนเคราทิน (keratin protine) (โปรตีนที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวหนัง) ทำให้ผิวหนังชั้นบนสุดเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล และเนื่องจากว่าผิวหนังชั้นนี้จะมีการหลุดลอกอยู่ตลอด ผิวหนังเราจึงมีสีแทนไปได้ชั่วคราว อย่างน้อยก็ นานถึงหนึ่งสัปดาห์

โดย... ดวงจิตต์เจริญ
UpDATE Magazine Online

 

 
  Un title page
มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด
๒๘๗/๑๙๕ ซ.รามคำแหง ๒๑(นวศรี) ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม ข.วังทองหลาง กทม.๑๐๓๑๐

โทร. ๐-๒๓๖๙-๔๐๓๐ แฟกซ์. ๐-๒๓๖๙-๓๘๒๒ rbk_foundation@hotmail.com,  rbk_foundation@yahoo.com