รับมือวิกฤติอาหารมั่นคง เกษตรฯวางแผนสร้างความสมดุลผลิตพืชอาหาร-พลังงาน

ӹǹҹ 1,620
˹ҹ
รับมือวิกฤติอาหารมั่นคง เกษตรฯวางแผนสร้างความสมดุลผลิตพืชอาหาร-พลังงาน
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาอาหารโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน ทำให้มีความกังวลว่าโลกจะขาดแคลนอาหาร ซึ่งทางองค์การการค้าโลก (WTO) และธนาคารโลก ได้เสนอให้ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20 รวมทั้งประเทศทั่วโลกยุติการสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพมีความเห็นแย้งว่า การที่ราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลมาจากการผลิตที่ลดน้อยลงเกิดจากปัญหาปริมาณฝน และความแห้งแล้งมากกว่าปัจจัยอื่น



สำหรับประเทศไทยมีนโยบายระดับชาติแผนพัฒนาพลังงานทดแทน พ.ศ. 2551-2565 โดยวางเป้าหมายปี 2554 ร้อยละ 15.6 ซึ่งทำได้ไม่ถึง 1 ใน 3 ของเป้าหมาย ขณะที่ในช่วงไตรมาส 1-2 ที่ผ่านมา สินค้าพืชพลังงาน 3 ชนิด ได้แก่ อ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน มีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรตามมา เช่น การขาดแคลนน้ำมันปาล์มในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามการสร้างความสมดุลของอาหารและพลังงาน ไม่ได้เกิดขึ้นจากนโยบายของไทย แต่เป็นผลสืบเนื่องจากปัจจัยการด้านการค้าและราคาน้ำมันดิบของโลก หากราคาน้ำมันดิบมากกว่า 120 เหรียญต่อบาเรล ก็จะส่งผลต่อความต้องการสินค้าเกษตร เพื่อมาผลิตเชื้อเพลิงทันที

ดังนั้น หากประเทศไทยมีสูตรในการกำกับดูแล เช่น ต้องมีสต็อกสำรองเท่าไรในประเทศและนโยบายดูแลผลิตให้โรงงานเอทานอลและไบโอดีเซล พร้อมทั้งจัดทำ Contrac Farm เพื่อรับประกันการซื้อและราคาหน้าโรงงานก็ไม่ต้องมีการปิดโรงงาน ขณะที่การดูแลด้านภาษี โรงงานน้ำตาลและโรงงานผลิตไบโอดีเซลในกรณีนำกากน้ำตาลมาใช้ผลิตพลังงาน จะช่วยสร้างแรงจูงใจเหมือนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำเสียของโรงงานแป้งมัน เป็นการลดปัญหามลภาวะโรงงานแป้งมัน ไม่ต้องถูกชาวบ้านเดินขบวน ปิดโรงงาน

โดยควรมีการสำรองร้อยละ 5-10 ของการผลิต เพื่อไม่เกิดผลกระทบต่อประชาชนภายในประเทศ ทั้งนี้การสนับสนุนราคาในช่วงสถานการณราคาตกต่ำ เพื่อไม่ให้เกษตรกรออกมาเรียกร้องให้ช่วยเหลือ ภายใต้โครงการ Contrac Farm หรือช่วยเหลือด้านภาษีให้แก่โรงงาน และมีกองทุนช่วยเหลือราคาให้กับเกษตรกรหน้าโรงงานเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางการผลิต จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงานของประเทศในกลุ่มอาเซียนได้

-------- ^ ^ --------

ที่มา :
แนวหน้า