โดย
ขติยา มหาสินธ์
Oui1@hotmail.com
ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการนำคณะเยาวชนไทยจาก
5 จังหวัดชายแดนภาคใต้จำนวน 30 คน ไปทัศนศึกษายังประเทศมาเลเซียเมื่อวันที่
21-26 มกราคมที่ผ่านมา จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ
และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อสร้างความสมานฉันท์ในพื้นที่
ตามนโยบายของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี
กลุ่มเด็กๆ
ที่ร่วมทัศนศึกษาครั้งนี้ มาจากโรงเรียนต่างๆ 30 แห่ง มีทั้งเด็กไทยพุทธและเด็กไทยมุสลิมซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กไทยมุสลิมตามสัดส่วนของประชากรในพื้นที่
จัดเป็นเด็กที่มีภาวะความเป็นผู้นำสูง ด้วยไม่เป็นประธานสภานักเรียน
ก็เป็นกรรมการสภานักเรียน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่ตลอดสัปดาห์ของการเยือนสถานที่ต่างๆ
ในมาเลเซีย เด็กๆ จะลุกขึ้นซักถามในสิ่งที่พวกตนสนใจอย่างไม่เคอะเขินและดูจะสมัครสมานกลมเกลียวกันเป็นอย่างดี
นายฮาซัน
คอแด๊ะ นักเรียนไทยมุสลิม ชั้น ม.6 โรงเรียนสุขสวัสดิ์วิทยา จ.ยะลา
กล่าวว่า ตนรู้จักเพื่อนๆ ในกลุ่มหมดแล้ว เพียงแต่อาจจำชื่อไม่ได้
สำหรับตนไม่เคยรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะมีเพื่อนนับถือศาสนาพุทธ ตรงกันข้ามตนอยู่ในกลุ่มเพื่อนไทยพุทธด้วยซ้ำ
เพราะถือว่าเป็นคนไทยด้วยกัน อยู่ในประเทศเดียวกัน หากจะมีเพื่อนไทยพุทธไม่เข้าใจเราเพราะความเชื่อทางศาสนาต่างกัน
ก็ค่อยๆ อธิบายซึ่งที่ผ่านมาก็สลับกันอธิบายในสิ่งที่ตัวเองมีความเชื่อต่างกัน
ตนไม่เคยถูกเพื่อนไทยพุทธเหยียดหยาม
นายประพันธ์
ขุนพรหม นักเรียนไทยพุทธ ชั้น ม.5 โรงเรียนโพธิ์ศรีราชศึกษา จ.ปัตตานี
กล่าวว่า สำหรับตนไม่เคยแบ่งพรรคแบ่งพวกว่าต้องคบกับเพื่อนไทยพุทธด้วยกันเท่านั้น
หรือต้องมานั่งแบ่งแยกว่านั่นพุทธ นี่มุสลิม ถ้ามัวมานั่งแบ่งแยกก็คงทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม
และส่วนตัวเองไม่เคยดูหมิ่นกับคนที่มีความเชื่อต่างกันและก็ไม่เคยถูกเพื่อนมุสลิมดูหมิ่นด้วย
และตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ก็ไม่เคยทำให้พวกเรานักเรียนเกิดความแตกแยก
น.ส.ศิริพร
ประมงค์ นักเรียนไทยพุทธ ชั้น ม.5 โรงเรียนพิมานพิทยาสรรค์ จ.สตูล
กล่าวว่า มาทัศนศึกษาครั้งนี้ ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิมโดยไม่ได้แบ่งแยก
ตนมีเพื่อนสนิทเป็นไทยมุสลิม เราสนิทกันมาก มักจะพูดคุยแลกเปลี่ยนและให้ความรู้ในสิ่งที่เราเชื่อต่างกันเสมอ
บางทีเพื่อนก็สอนว่าทำละหมาดอย่างไร ส่วนเราก็อธิบายว่าพระพุทธเจ้ามีประวัติอย่างไร
แม่ชีบวชกันอย่างไร เป็นต้น
น.ส.วนิสา
คงสม นักเรียนไทยพุทธ ชั้น ม.4 โรงเรียนสตูลวิทยา จ.สตูล กล่าวว่า
ตนทำกิจกรรมกับเพื่อนต่างศาสนาได้อย่างสนิทใจ ไม่รู้ตะขิดตะขวงใจ
เพราะรู้สึกว่าเราเป็นคนไทยเหมือนกัน แม้จะต่างความเชื่อต่างศาสนา
แต่ทุกศาสนาก็สอนให้เป็นคนดี จึงไม่มีประโยชน์ที่จะไปแบ่งแยกว่าใครเป็นพุทธ
ใครเป็นมุสลิม
น.ส.ศันสนีย์
สว่างโรจน์ นักเรียนไทยพุทธ ชั้น ม.4 โรงเรียนวีระราษฎร์ จ.ยะลา
กล่าวว่า โรงเรียนตนเป็นโรงเรียนสายสามัญจึงมีทั้งไทยพุทธและไทยมุสลิม
อย่างไรก็ตาม ตนสนิทกับเพื่อนไทยพุทธมากกว่า เนื่องจากจบมาจากโรงเรียนจีน
จึงไม่ค่อยได้คลุกคลีกับเพื่อนที่นับถือศาสนาอิสลามนัก อย่างไรก็ตาม
ตนก็ทำกิจกรรมและเล่นกับเพื่อนมุสลิมที่โรงเรียนวีระราษฎร์ เพียงแต่อาจจะไม่ได้สนิทเท่ากับเพื่อนไทยพุทธ
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเนื่องจากมุสลิมเขาจะเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกัน ไม่ค่อยมาอยู่กับพวกเรานัก
ยกเว้นว่าห้องเรียนไหนมีนักเรียนมุสลิมน้อยกว่านักเรียนไทยพุทธ เขาก็จะมาสนิทกับนักเรียนไทยพุทธ
นายวาสุกรี
มายอ นักเรียนไทยมุสลิม ชั้น ม.5 โรงเรียนอิสลามศาสตร์วิทยา
จ.ปัตตานี กล่าวว่า สำหรับตนเข้ากับเพื่อนไทยพุทธได้ดี ไม่เคยรู้สึกแบ่งแยก
ครั้งหนึ่งได้รับคัดเลือกไปทำกิจกรรมที่กรุงเทพฯ ตนก็ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนไทยพุทธเหล่านั้นได้ดี
ทุกวันนี้กลับมาแล้วก็ยังติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกันอยู่ สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับศาสนานั้น
ดีอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ตนอยากได้จากรัฐบาล คือคอมพิวเตอร์ ทุกวันนี้ที่โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์แค่
3 เครื่องเท่านั้น ลำพังอาจารย์ใช้สำหรับพิมพ์งานก็แทบจะไม่พออยู่แล้ว
ส่วนนักเรียนไม่ต้องพูดถึง เราไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ เพราะไม่เพียงพอ
น.ส.อุสนี
มาหะมะ นักเรียนไทยมุสลิม ชั้น ม.5 โรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล
จ.ปัตตานี กล่าวว่า ตนมีเพื่อนสนิทเป็นไทยพุทธ เราเข้ากันได้ดีไม่เคยแบ่งฝักแบ่งฝ่ายว่านั่นไทยพุทธ
นี่ไทยมุสลิม เมื่อต่างเข้าใจกัน ก็จะรู้ว่าสิ่งใดไม่ควรทำ สิ่งใดควรทำแม้ว่าต่างวัฒนธรรมซึ่งกันและกันก็ตาม
ความเข้าใจทำให้พวกเราอยู่ร่วมกันได้โดยที่ไม่มีปัญหา ส่วนหากครั้งใดที่เราเจอว่าอีกฝ่ายเริ่มไม่เข้าใจ
เราก็จะใช้วิธีเงียบ เช่น มีอยู่ครั้งเพื่อนไทยพุทธพูดว่ามีแต่ไทยพุทธเท่านั้นที่ถูกยิง
เราก็นิ่งเงียบ เพราะรู้ว่าข้อเท็จจริงไม่ใช่ เพราะพวกเราไม่ว่าไทยมุสลิมหรือไทยพุทธ
โดนเท่าๆ กัน เพียงแต่พอไทยมุสลิมถูกยิง ก็เป็นข่าวแค่แป๊บเดียวแล้วเงียบหาย
ต่างกับไทยพุทธ พอถูกยิงแล้วมีการเผยแพร่ข่าวนานๆ ซ้ำๆ เราเลยเงียบ
ปล่อยให้เขาเรียนรู้ไปเอง เพราะไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นชนวนมาทะเลาะกันได้
นายมัรวาน
โยธา นักเรียนไทยมุสลิม ชั้น ม.4 โรงเรียนเตรียมศึกษาวิทยา จ.ปัตตานี
กล่าวว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกแบ่งแยกว่าใครศาสนาเหมือนกับเราหรือต่างกับเรา
มาที่มาเลเซียก็ตั้งใจมาหาเพื่อนทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิมให้ได้มากๆ
แม้ว่าโรงเรียนตนจะไม่มีไทยพุทธเลยเพราะเป็นโรงเรียนมุสลิม แต่ตนก็ไม่ได้รู้สึกแตกแยก
รู้สึกรักสมัครสมานกลมเกลียวกับเพื่อนทุกคน และอยากจะรู้จักเป็นเพื่อนกับทุกคน
มติชน
07 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550