ฮิจญเราะห์ศักราช
ศักราชอิสลามเรียกว่า
ฮิจญเราะห์ศักราช เนื่องจากฮิจญเราะห์ แปลว่า อพยพ ฮิจญเราะห์ศักราชจึงหมายถึง
ศักราชหรือปีแห่งการอพยพ
การเริ่มต้นนับศักราชอิสลามแตกต่างจากศักราชอื่นๆ
คือ ไม่ใช้วาระเกิดหรือการตายของศาสดาเป็นจุดเริ่มต้นหากแต่ใช้วาระที่ท่านศาสดา
อพยพจากมักกะฮฺ ไม่อยู่มะดีนะฮฺเป็นการเริ่มต้นของศักราชอิสลาม แต่การนับศักราชนี้มิได้มีมาตั้งแต่สมัยท่านศาสดามุฮำมัด
(ศ็อลฯ) ในสมัยนั้นยังใช้เรียกปีเหมือนเช่นก่อนๆ คือเรียกตามเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น
เช่นในปีที่ท่านศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) เกิดเรียกว่าปีช้างทั้งนี้เพราะเป็นปีที่อุปราชแห่งยะมัน
(เยเมน) ซึ่งเป็นคริสต์ยกกองทัพช้างไปนครมักกะฮฺ โดยหวังจะทำลายวิหารกะอบะฮฺหรือบัยตุลลอฮฺ
แต่ยังไม่ทันจเข้าถึงนครมักกะฮฺก็ต้องปะทะกับฝูงนกจนต้องถอยทัพลงไป
และได้ทรงส่งนกเป็นฝูงลงมาบนพวกเขา
ขว้างพวกเขาด้วยหินด้วยดินแข็ง แล้วพระองค์ทรงทำให้พวกเขาเป็นเช่นนี้
(ใบของมัน) ถูกกินแล้ว (105:3-5)
การนับศักราชอิสลามเริ่มในสมัยของท่านอุมัร
ทั้งนี้เพราะการเรียกปีตามเหตุการณ์ต่างๆ ดังแต่ก่อนไม่สะดวกในการบริหารงาน
ทำจดหมายติดต่อ บันทึกรายงาน ฯลฯ เช่น เจ้าเมืองบัศเราะห์ ได้ไต่ถามถึงรอบปีอขงการเก็บภาษีว่าจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อใด
ด้วยเหตุนี้ท่านอุมัรจึงเรียกประชุมปรึกษา ซึ่งมีผู้เสนอความเห็นต่างๆ
แต่ความเห็นที่ได้รับมติจากที่ประชุมคือความเห็นของท่านอะลี คือให้เริ่มนับศักราชอิสลามในปีที่ท่านศาสดามุฮำมัด
(ศ็อลฯ) อพยพจากนครมักกะฮฺไปอยู่นครมะดีนะฮฺ ซึ่งเป็นปีที่ 14 ของการได้รับโองการและประกาศศาสนา
ฉะนั้นศักราชอิสลามจึงเรียกว่า
ฮิจญเราะห์ ซึ่งแปลว่าการอพยพ และฮิจญเราะห์ศักราชถูกเรียกขึ้นเมื่อ
ฮิจญเราะห์ที่ 17 ในสมัยของท่านอุมัร คือหลังจากที่ท่านศาสดาอพยพ
17 ปี
ส่วนวันแห่งการเริ่มต้นของปี
หรือวันขึ้นปีใหม่ ไม่ได้ถือเอาวันที่ท่านศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) เดินทางออกจากนครมักกะฮฺหรือวันที่ท่านเดินทางถึงนครมะดีนะฮฺแต่อย่างใดแต่คงถือตามเดือนเริ่มต้นที่ชาวอรับใช้อยู่
คือเดือนมุฮัรรัม
สำหรับปี
พ.ศ. 2522 ตรงกับฮิจญเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1400 และในวันที่ 9
เดือนพฤศจิกายน 2523 จะเป็นวันเริ่ม ฮ.ศ. ที่ 1401 หรือเริ่มศตวรรษที่
15 ของฮิจญเราะห์ศักราชหรือศักราชอิสลาม
เดือนของศักราชอิสลาม
ในรอบ
1 ปี ประกอบด้วยเดือนทั้งหมด 12 เดือน ได้แก่
ฉะนั้นวันขึ้นปีใหม่ของอิสลามจึงตรงกับวันที่
1 เดือน มุฮัรรัม หรือที่ท่านได้เคยรู้จักกันในชื่อ เดือนมะหะหร่ำ
จากพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2 ที่ว่า
ดลเดือนเรียกมะหะหร่ำ
ขึ้นสองค่ำแขกตั้งการเจ้าเซ็นสิบวันวาร ประหรอกฟกฟูนัยน์
การนับเดือนของอิสลาม
ไม่ไดนับทางสุริยคติดังการนับเดือนมกราคม แต่นับทางจันทรคติ ฉะนั้นเดือนต่างๆ
จะไม่ตรงกันในแต่ละปี เพราะวันจะเลื่อนขึ้นมาปีละประมาณ 11 วัน
เดือนที่เพื่อนต่างศาสนิกรู้จักกันดีที่สุดคงได้แก่เดือนรอมฎอน
(บางแห่งเรียกว่า รอมาดัน ซึ่งเป็นเดือนที่มุสลิมทั่วโลกถือศีลอด)
จากการนับถือเดือนทางจันทรคตินี้ทำให้เดือนรอมฎอน (และทุกๆ เดือน)
หมุนเวียนไปอยู่ในทุกฤดูกาล มุสลิมจึงต้องถือศีลอดในทุกๆ สภาพอากาสเช่นเดียวกันกับการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่นครมักกะฮฺในเดือน
ซุ้ล-ฮิจญะฮฺที่จะค่อยๆ หมุนเวียนไปอยู่ในฤดูกาลต่างๆ เช่นกัน