การอนุญาตให้ชายมีภรรยาได้
4 คนในศาสนาอิสลามดูจะเป็นเรื่องใหญ่ หรือเป็นที่สนใจของคนต่างศาสนามากเพราะเมื่อพูดถึงมุสลิม
ภาพพจน์ที่มักเกิดตามมาคือ การมีภรรยาได้ 4 คน ซึ่งที่จริงแล้วเรื่องนี้มิใช่หลักสำคัญของอิสลาม
เป็นเพียงข้อยกเว้นหนึ่งของอิสลามที่แสดงให้เห็นถึงการเผชิญกับความจริง
หรือการยอมรับความจริงในความเป็นผู้ชายของมนุษย์ ความจริงในสภาพร่างกายของสตรี
และเพื่อป้องกันหรือยกฐานะของสตรีอันเป็นเพศแม่มิให้ต้องตกอยู่ในฐานะเมียน้อย
เมียเก็บ นางบำเรอ หญิงบริการ ฯลฯ ตลอดจนป้องกันไม่ให้เกิดปมด้อยอันจะนำไปสู่ปัญหาสังคม
เพราะลูกทุกคนและภรรยาทุกคนมีฐานะสิทธิและศักดิ์ศรีเท่าเทียมกันหมด
ไม่มีความว่าลูกนอกกฎหมาย ลูกเมียน้อยลูกเมียหลวง เพราะไม่มีเมียหลวง
เมียน้อย เมียเก็บ นางบำเรอ ฯลฯ ในอิสลาม
ทั้งนี้และทั้งนั้น
มิใช่ว่าชายมุสลิมจะสามารถมีภรรยาได้ 4 คนตามอำเภอใจ เนื่องจากพระองค์อัลลอฮฺ
(ซุบห์ฯ ) ประทานโองการไว้ว่า
"จงสมรสกับหญิงที่สูเจ้าพอใจ
สอง สาม หรือ สี่ และถ้าหากว่าสูเจ้าเกรงจะให้ความยุติธรรมไม่ได้ดังนั้น
(จงสมรสกับหญิง) เพียงคนเดียว" (4:3)
ชายมุสลิมที่รู้ศาสนาดี
และรู้จักตัวเองดีพอจึงมีภรรยาคนเดียว และส่วนใหญ่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่ใช่สิ่งง่ายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะเศรษฐกิจเช่นปัจจุบัน
แต่สำหรับคนที่มีความสามารถพอ ตามประสบการณ์ที่ได้เห็น ๆ มาชายที่มีภรรยาจำนวน
2 3 หรือ 4 ก็สามารถอยู่รวมกันอย่างมีความสุข ที่เป็นเช่นนี้ แสดงว่าทุกคนต่างมีความศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า
เหตุผลในโองการนี้
น่าจะเป็นเพราะ
1.ชายเป็นเพศที่มีความต้องการทางเพศสูง
และมีระยะยาวนานกว่าหญิง รวมตลอดถึงระยะเวลาของการมีลูกในขณะที่หญิงหมดความต้องการ
แต่ชายมักจะไม่
2.ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันชายจำนวนไม่น้อย
มีหญิงมากกว่า 4 แต่จะเป็นที่ยอมรับของกฎหมายและสังคมเพียง 1 หญิงนอกจากนั้นจะอยู่ในอีกฐานะหนึ่งอันเป็นผลกระทบไปถึงลูกของนาง
"ตามกฎหมายไทยระบุว่าการจดทะเบียนสมรสจะถูกต้องเพียงคนเดียวเท่านั้นคือเป็นครอบครัวแบบสามีหนึ่งภรรยาหนึ่ง
ในทางปฏิบัติครอบครัวไทยจำนวนหนึ่งเป็นครอบครัวแบบสามีหนึ่ง ภรรยาหลายคน
ซึ่งทำให้เกิดมีลูกนอกสมรสมากมาย สามีต้องทำหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูภรรยาและลูก
ๆ ทั้งหมด การมีภรรยามานี้อาจจะเป็นการแสดงถึงฐานะ การต้องการมีบริวารหรือการชอบของใหม่
ๆ ก็ได้"
3.อัตราการเกิดของชายแม้จะสูงกว่าหญิงอยู่เสมอมา
(ตามสถิติประชากรของโลก) แต่อัตราการตายของชายในวัยต่าง ๆ จะสูงกว่าหญิง
อันเป็นเหตุให้หญิงมีจำนวนมากกว่าชาย ซึ่งหากชายมีสิทธิมีภรรยาได้เพียง
1 หญิงส่วนเกินนั้นซึ่งนางเป็นคนที่ยังมีความเป็นคน เป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่
ความเป็นของนางจะสมบูรณ์ได้อย่างไร นางอาจจะต้องอยู่ในสภาพเช่นไรเมื่อไม่มีคนอุปถัมภ์หรือมีสามีอย่างเป็นกิจลักษณะ
ด้วยความเป็นจริงที่ผู้หญิงมากกว่าผู้ชายนี้เอง
อิสลามจึงไม่มีหลักการให้ชายอยู่ในภาวะของสมณเพศ และห้ามมิให้บำบัดอารมณ์ในหนทางที่ผิดศาสนบัญญัติ
แต่สนับสนุนให้ทุกคนแต่งงาน ให้ทุกคนอยู่ในฐานะที่ผู้ผลิตและผู้บริโภค
4.ในกรณีที่แต่งงานแล้ว
ภรรยาอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถมีบุตรได้ ทั้งที่สามีมีความต้องการ
สามีจึงสามารถแสวงหาหญิงอื่นมาเป็นภรรยาได้โดยไม่ต้องหย่าร้างจากภรรยาคนแรก
5.ในภาวะสงครามเช่นที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกทุกวันนี้อัตราการตายของชายยิ่งเพิ่มขึ้น
หญิงที่เหลืออยู่จึงมีทั้งสภาพสาวบริสุทธิ์และแม่หม้าย ซึ่งผู้ที่น่าสงสารที่สุดคือแม่หม้ายใครจะเป็นผู้อุปการะเธอและลูก
ดังนั้น
ถึงแม้ท่านศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) จะมีภรรยาหลายคนซึ่งแต่ละคนล้วนแต่เป็นแม่หม้ายสามีตายในสงคราม
(ยกเวันพระนางอาอีชะหฺคนเดียวที่เป็นสาวบริสุทธิ์) และแท้จริงท่านได้อยู่กับภรรยาคนแรก
(นางคอดียะหฺซึ่งแก่กว่าท่าน 15 ปี อย่างมีความสุขเป็นเวลา 25 ปี
โดยไม่ได้มีคนอื่นเลยจนนางได้จากไป และต่อมาเกิดภาวะสงคราม ท่านจึงได้มีภรรยาใหม่หลายคน
เมื่อเป็นเช่นนี้
ท่านศาสดามุฮำมัด (ศ็อลฯ) เป็นผู้มักมากในกามารมณ์ดังกล่าวหา หรือ
เป็นการช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคม
จากเหตุผลเพียงบางประการดังได้กล่าวมานี้จึงเป็นการน่าเกลียด
หรือเป็นการป้องกันแก้ไขปัญหาสังในในการที่อิสลามให้โอกาสชายที่มีความสามารถพอมีภรรยาได้ภายในจำนวน
4 คน
"อย่างไรก็ตาม
การมีภรรยาเพียงคนเดียว เป็นสิ่งที่ควรยึดถือเป็นบรรทัดฐาน ส่วนกรณีของการมีมากกว่าหนึ่งให้ยึดไว้ในฐานะเป็นข้ออนุมัติที่พึงกระทำได้เท่านั้น"