อามีนะฮ์ ดำรงผล
เกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายของสตรีมุสลิมมีกล่าวไว้ในอัล-กุรอานและหะดีษของท่านศาสดามูฮัมมัด
ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมดังต่อไปนี้
อัลกุรอาน
ซูเราะห์นูร โองการที่ 31 (24:31) ความว่า
"และจงกล่าวแก่หญิงผู้ศรัทธาทั้งหลายในพวกนางลดสายตาของนางลงต่ำและปกป้องของพึงสงวนของพวกนาง
จงอย่าอวดเครื่องประดับของนาง เว้นแต่ที่เปิดเผย และให้นางปิดด้วยผ้าคลุมศรีษะของนางตลอดมาถึงหน้าอกของนาง
และจงอย่างให้นางอวดเครื่องประดับ เว้นแต่แก่ สามีของนาง หรือบิดาของนาง
หรือบิดาของสามีของนาง หรือลูกชายของนาง หรือลูกชายของสามีของนาง
หรือพี่ชายน้องชายของนาง หรือลูกชายของพี่สาวน้องสาวของนาง หรือพวกผู้หญิงของนาง
หรือที่มือขวาของนางครอบครอง หรือคนใช้ ผู้ชายที่ไม่สนใจ หรือเด็ก
ๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องของสงวนของผู้หญิง และจงอย่าให้นางกระทืบเท้าของนางเพื่อเครื่องประดับของนางที่ซ่อนไว้อยู่นั้นจะเป็นที่รู้กันและสูเจ้าทั้งมวลจงหันกลับลุแก่โทษต่ออัลลอฮ
โอ้บรรดาผู้ศรัทธา เอ๋ย ! เพื่อสูเจ้าจะได้เจริญ"
ท่านศาสดามูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวไว้เกี่ยวกับการแต่งกายของสตรี
โดยอะบีก้อตาดะฮุ รอฏิยัลลอฮุอันฮุกล่าวว่าท่านศาสดามูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมได้กล่าวว่า
"อัลลอฮุจะไม่ทรงรับการละหมาดของสตรีคนใดจนกว่านางจะปกปิดเครื่องประดับกายของนาง
และจะไม่ทรงรับการละหมาดของเด็กหญิงคนใดที่บรรลุสู่วัยมีรอบเดือนจนกว่านางจะคลุมศีรษะ"
บันทึกโดยอัฏฏ็อบรอนีย์
ข้อกำหนดเรื่องการแต่งกายของสตรีมุสลิมจากอัลกุรอานและหะดีษมีดังนี้
1.
เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ต้องปกปิดส่วนสัดของร่างกาย ยกเว้นบางส่วนที่อนุญาตให้เปิดเผย
ได้ ดังข้อความจากอัลกุรอานซูเราะห์ นูร โองการที่ 31
จากโองการอัลกุรอานข้างต้นมีคำอธิบายว่าส่วนที่ต้องปกปิดคือสัดส่วนของร่างกายที่มีความสวยงาม
มีเสน่ห์เป็นธรรมชาติของผู้หญิงโดยทั่วไป เช่น เส้นผม ลำคอ หน้าอก
แขน สะโพก เป็นต้น รวมถึงความสวยงามภายนอกกายเช่น แหวน สร้อย เครื่องประดับกาย
เป็นต้น ส่วนที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปกปิด คือ หน้า และมือ ซึ่งเป็นความคิดเห็นของนักปราชญ์ฟิกห์ส่วนใหญ่
การตีความเช่นนี้ได้จากการลงมติว่าในช่วงการทำฮัจย์และในเวลาละหมาด
สตรีมุสลิมต้องใช้อาภรณ์ปกปิดทุกส่วนของร่างกายเว้นไว้แต่หน้าและมือเท่านั้น
การตีความนี้มาจากหลักฐานหะดีษของท่านศาสดามูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ความว่า
"เมื่อผู้หญิงมุสลิมโตเป็นสาวจนกระทั่งบรรลุศาสนภาวะแล้ว
ก็ไม่สมควรที่จะเผยส่วนใดของร่างกาย นอกจาก
" แล้วท่านศาสดาก็ชี้ไปที่หน้าและมือของท่าน
ผ้าคลุมศีรษะหรือคิมัร
นั้น ใช้คลุมตั้งแต่ผมลงมาปิดคอเสื้อ และยาวลงมาจนคลุมบริเวณส่วนอกจนหมด
2.
เสื้อผ้าที่สวมใส่ต้องหลวมไม่รัดรูป
3.
เสื้อผ้าต้องหนา จนมองไม่เห็นสัดส่วนของร่างกาย
ครั้งหนึ่งท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
ได้รับของขวัญเป็นผ้าชิ้นหนึ่ง ซึ่งท่านได้ให้ต่อ แก่อุสามะห์บินเซด
แต่อุสามะห์เอาผ้านั้นไปให้ภรรยาอีกทอดหนึ่ง อยู่ต่อมาวันหนึ่งท่านศาสดาจึงได้ถามถึงเหตุผลที่อุสามะห์ไม่ได้สวมเสื้อผ้าอาภรณ์ชิ้นนั้น
อุสามะห์จึงตอบว่าเขาได้ให้ผ้าชิ้นนั้นแก่ภรรยาไปแล้ว ท่านศาสดาจึงได้กล่าวแก่อุสามะห์ว่า
"ท่านจงบอกภรรยาของท่านให้ใช้ฆอลาละห์ใต้เสื้อผ้าชุดนั้นด้วย
เพราะฉันหวั่นใจว่า ถ้าภรรยาของท่านสวมใส่ อาจทำให้เกิดภาพพจน์บรรยายได้ถึงขนาดของกระดูกผู้สวมใส่มันทีเดียว"
คำว่า "ฆอลาละห์" หมายถึง ชุดชิ้นในหนา ๆ ที่สวมไว้ใต้ชุดข้างนอก
เพื่อป้องกันมิให้เห็นสัดส่วนของร่างกาย แต่ถ้าเสื้อผ้าหนาพอก็ไม่ต้องใส่ชุดชั้นในหรือไม่ต้องสวมเสื้อคลุมทับอีกชั้นหนึ่ง
ดังวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ความว่า
"ย่อมเป็นการพอเพียงแก่สตรีผู้สวมเสื้อโดยไม่ใช่เสื้อคลุม หากเสื้อชุดนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักการของอิสลาม
ถึงแม้ว่าเธอกำลังจะไปละหมาดก็ตาม"
4.
ชุดหรือเสื้อผ้าของสตรีมุสลิมจะต้องไม่ตกแต่งประดับประดา ไม่เย้ายวนหรือดึงดูดความสนใจของ
เพศตรงข้าม กุรอานได้กล่าวถึงบรรดาภรรยาของท่านศาสดามูฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมในฐานะตัวอย่างของสตรีมุสลิมทั้งมวลว่า
"จงอย่าได้แต่งตัวประดับประดา
ดังเช่นการแต่งตัวประดับประดาแห่งสมัยญาฮิลียะหุ" อัลอะห์ซาบ
(33:33)
5.
เสื้อผ้าที่สตรีมุสลิมสวมต้องไม่ใช่ชุดที่ผู้ชายสวมใส่จนเปนที่รู้กันว่าเป็นชุดของผู้ชาย
ท่านอิบนิอับ บาสได้เล่าว่า
"ท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
สาปแช่งผู้ชายที่ดูเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่ดูเหมือนผู้ชาย"
6.
เสื้อผ้าต้องไม่ฟู่ฟ่าพิสดาร หรูหรา และตกแต่งประดับประดามากเกินไปจนแลเห็นความหยิ่งยะโส
ได้จากเสื้อผ้า ในทางตรงกันข้ามอิสลามก็ไม่ได้ใช้ให้เลิกสนใจแต่งตัวถึงขนาดเอาเสื้อผ้าเก่ามอซอหรือผ้าขี้ริ้วมาใช้
โดยหวังจะให้มีคนชมเชยว่าเป็นคนสมถะโดยแท้ การแต่งตัวคล้ายแบบแรกหรือแบบหลังไม่ได้อยู่ในครรลองของอิสลาม
อย่างไรก็ดีมีวจนะของท่านศาสดามุฮัมมัดศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม
เกี่ยวกับผู้ที่ชอบแต่งตัวประดับประดาหรูหราว่า
"ผู้ใดก็ตามที่สวมใส่เสื้อผ้าแห่งศักดิ์ศรี
หรือแห่งศักดินาและอวดบรรดาศักดิ์ในโลกนี้ ก็จงทราบด้วยว่า อัลลอฮจะทรงสวมเสื้อผ้าแห่งความอัปยศให้แก่เขาในวันฟื้นคืนชีพ
พร้อมกับจุดไฟเผาเสื้อผ้านั้นเสียด้วย"