ศิลปะ@โมค่า
 VDO MOCA Present

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

BOOKS
Limited Edition
Miscellaneous
ART NEWS
มโหธรเทวี นางสงกรานต์ ปี 2556
:
 สมภพ บุตราช
Mahotorn Devi:Nang Songkarn of 2013, 2013, oil on canvas, 200 x 350 cm

     เมื่อกล่าวถึงภาพ "นางสงกรานต์" ก็ต้องกล่าวถึง "วันสงกรานต์" ของไทยซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเทศกาลการสาดน้ำและความสนุกสนานรื่นเริงของกลุ่มวัยหนุ่มสาวซึ่งสะท้อนการละเลยความงดงามตามแบบโบราณเกือบหมดสิ้น  แต่ในความเชื่อดั้งเดิมของประเพณีสงกรานต์นั้น "น้ำ" เป็นสัญลักษณ์แทนฤดูร้อนช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่นมีการขอพรจากผู้ใหญ่การรำลึกและกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับอีกทั้งยังมีการสรงน้ำพระที่นำสิริมงคลเพื่อให้เป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่มีความสุข    

     แรงบันดาลใจสำคัญของภาพ "มโหธรเทวีนางสงกรานต์ปี 2556" นี้มาจากตำนานกำเนิดประเพณีสงกรานต์ซึ่งสะท้อนความงามและความเชื่อของบรรพชนดั้งเดิมก่อนที่ดินแดนประเทศไทยจะรวมกันเป็นปึกแผ่นเช่นดังทุกวันนี้นางมโหรธรเทวีเป็นหนึ่งในเจ็ดของธิดาท้าวกบิลพรหม มีพาหนะเป็นนกยูงรับหน้าที่มาทำพิธีอันสำคัญยิ่งในวันมหาสงกรานต์ของปีที่ตรงกับวันเสาร์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดฝนแล้งและไฟไหม้โลกด้วยวิธีรับเศียรของบิดาของตนมิให้ตกลงสู่พื้นดิน ถ้าปีใดวันสงกรานต์ตรงกับอื่นๆอีก 6 นางก็จะผลัดเปลี่ยนเวียนกันมาทำพิธีนี้รอบๆเขาพระสุเมรุ  พร้อมกับมีการแต่งกายการประกอบอาวุธและทรงพาหนะที่แตกต่างกันออกไป  เมื่อถึงวันสงกรานต์คนไทยสมัยก่อนสนใจที่จะรู้ชื่อนางสงกรานต์และพาหนะทรง  เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ซึ่งจำเป็นต้องพึ่งพาน้ำฝนจากธรรมชาติรวมทั้งคำพยากรณ์ดินฟ้าอากาศของฤดูกาลในปีนั้นๆเพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการที่จะต้องเผชิญกับสภาวะต่างๆเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และผลิตผลการเกษตร

     สมภพ บุตราช เป็นหนึ่งในศิลปินที่ร่วมวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง ณ วัดพุทธปทีป ประเทศอังกฤษ  ร่วมกับศิลปินรุ่นพี่ผู้มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ และปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ  โดยศึกษาด้านศิลปะไทยมาโดยตรงจากมหาวิทยาลัยศิลปากร  สมภพสนใจรูปแบบการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมไทยโบราณ เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างสรรค์จิตรกรรมไทยร่วมสมัยซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  จิตรกรรมฝาผนังของไทยนั้น บรมครูช่างศิลป์ไทยได้สร้างสรรค์จิตรกรรมในรูปแบบอุดมคติ ประกอบด้วยเรื่องราวพุทธประวัติ ไตรภูมิ กระทั่งวิถีชีวิตของคนในแต่ละยุคสมัยไว้ในผลงาน  ภาพวาดมีลักษณะแบน  ใบหน้าของคนเป็นวงรีรูปทรงไข่ไก่ คิ้วโก่งดุจคันธนู ตัดเส้นโค้งอ่อนหวานราวกับวรรณกรรมที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์  ลักษณะเหล่านี้ได้ถูกผนวกเข้ากับความจริงที่เกิดขึ้นในยุคสมัย การแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์มายาวนานกว่าหนึ่งพันปี นับตั้งแต่สมัยสุโขทัยกระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
      ในช่วงพำนักในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ ศิลปินได้มีโอกาสเห็นผลงานชิ้นสำคัญของโลกในพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะผลงานของจิตรกรในกลุ่มพรีราฟาเอลไลท์ (Pre-Raphaelite)กลุ่มศิลปินซึ่งมีอิทธิพลอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 19 จนปัจจุบัน อาทิ จอห์น วิลเลี่ยม วอเตอร์เฮาส์ (John William Waterhouse)   จอห์น เอเวอเรตต์ มิเล (John Everett Millais) และจอห์น วิลเลียม ก๊อดวอร์ด (John Wiiliam Godward)เป็นต้น  แรงบันดาลใจนี้ผลักดันให้การสร้างสรรค์จิตรกรรมของเขา ภายใต้เนื้อหาอันสะท้อนรากฐานความเชื่อดั้งเดิมมีความเป็นร่วมสมัยมากขึ้น แสดงออกด้านอารมณ์ความรู้สึกมากกว่าตามแบบแผนประเพณี สมภพเริ่มคลี่คลายความเคร่งครัดของรูปทรงตามแบบฉบับของจิตรกรรมไทยแนวประเพณี ให้มีความสมจริง  เช่น เมื่อวาดนางฟ้า นางฟ้าที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นมีความเสมือน คล้ายว่ามีอยู่จริง ด้วยใบหน้าของนางแบบที่มีตัวตนจริง  การเกลี่ยสีสร้างปริมาตร ให้มีการแสดงแสงเงา แสดงรูปทรง เรือนร่าง ในขณะที่พื้นผิวของภาพบางส่วนทิ้งร่องรอยให้เป็นจังหวะลอยละล่องสะเทือนไหวตามจังหวะอารมณ์ความรู้สึก สร้างมิติการมองแบบใหม่เกินกว่าสภาวะความเป็นจริงตามตาเห็น  สร้างมิติดั่งสรวงสวรรค์ตามจินตนาการของศิลปิน  ตามความเชื่อที่ว่าเมื่อสภาวะจิตนิ่งสงบถึงที่สุด  จิตก็จะสามารถสัมผัสความเคลื่อนไหวนานัปการรอบข้าง  รวมทั้งการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏทั้งอนันตจักรวาล

 


บทความโดย สุริยา นามวงษ์


Mahotorn Devi, Nang Songkran of 2013 By Somphop Budraj
     “Nang Songkran” (the angels of Songkran festival) is always paired with “Songkran”, a renown Thai water festival. However, sometimes the excessive fun of youngsters during the festival overshadows the true traditional beauty and value. According to the traditional belief, water symbolizes summer when the sun moves into the sign of Aries. Apart from freshness and coolness during summer, pouring water to elderly is asking for their blessing and a display of respect and gratitude to the ancestors. Also pouring water over a Buddha image is believed to be washing away sin, bringing good lucks and a good beginning of the new year.

     The significant inspiration of the painting “Mahotorn Devi, Nang Songkran of 2013” derives from the legend of Songkran tradition which reflects the beauty and belief of Thai ancestors before the country was formed as today. Mahotorn Devi is one of the seven daughters of Thao Kabil Phrom (or known as Brahma). She has a peacock as her beast of burden. In the year 2013 it was Mahotorn Devi's turn to perform an important ceremony on Songkran day, which was on Saturday, to protect the world from drought and great fire by bringing a pedestal to catch her father's head to prevent the head from falling to the ground. All the daughters would alternate in performing the duty on the Mountain of the Gods on Songkran day of every year. Also each angel would have different costumes, weapons and beasts of burden. In the past Thai people were interested to know the name and animal of Nang Songkran of each year as a prediction of the year's weather in order to be prepared for the situations, since most of them were agriculturists who mainly depended on natural rain.

     Somphop Budraj together with a number of well-known artists such as Chalermchai Kositpipat (National Artist) and Panya Vijinthanasan (National Artist) accompanied in the creation of the mural paintings of Wat Buddhapadipa in London, England. Somphop studied Thai art from Silpakorn University. He is interested in the creation of ancient Thai paintings. They are also his inspiration in creating unique contemporary Thai paintings. Thai mural paintings have been created under the idealism concept by Thai artisans. The stories of mural paintings include Lord Buddha's life stories, Tribhumi or the three planes of existence and people's way of living in each period. The mural paintings are flat. The face shape of people is oval, while their eyebrows are curved like a bow. Although such ideal beauty does not exist in the real world, it is combined with the social fact of the period that is the costumes, the identity of each period since Sukhothai until early Rattanakosin.

     When Somphop was in London, England, he had an opportunity to admire the world's most significant artworks displayed in several museums, especially the ones of Pre-Raphaelite artists, a highly influential group of the 19th century. The famous Pre-Raphaelite artists are John William Waterhouse, John Everett Millais and John William Godward, etc. The movement also inspires Somphop to create artworks that reflect traditional beliefs in a contemporary form. His paintings are an expression of emotion and feelings, unlike the traditional Thai paintings. Somphop adjusts the austere style of the traditional Thai paintings to be more realistic. For example, an angel of Somphop is life-like as her face derives from a real person. Somphop's color smudging technique creates capacity, light and shade, shape and form. Some parts of the painting surface seem like a rhythm of emotion and feeling. He builds a new dimension of sight which is beyond what eyes can see. This is the picture of heaven in the artist's imagination, according to Buddhist belief that when the mind reaches the highest state of peace, the mind is still but the ability to feel the movement of everything in the universe occurs including the cycle of birth and death or transmigration.


Article by Suriya Namwong

Translated by Jittree Yapao

กลับสู่หน้าแรก
ศิลป@โมค่า
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×