ความมืด

: วีระศักดิ์ สัสดี

Darkness, 2552, Acrylic on canvas, 250x200 cm
2017-05-04
188

     พิธีกรรมความเชื่อที่ถูกสืบทอดกันมาแต่โบราณ ว่าด้วยเรื่องภูตผีวิญญาณ ก่อเกิดพิธีกรรมต่างๆนานา กราบไหว้ถวายเครื่องบูชา เรียกพิธีการเหล่านี้ว่าการนับถือผี แม้วิญญาณจะเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ ไม่สามารถใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้วัดได้ แต่ในทางจิตสัมผัสที่มีสามารถรู้สึกถึงพลังอำนาจจากอีกภพภูมิหนึ่งยังคงเป็นความเชื่อกันอยู่มาก ความเชื่อและแรงแห่งความศรัทธาเรื่องการไหว้ผีนี้เอง ส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของคนภูมิภาคเอเชีย

     พลังความเชื่อก่อเกิดแรงศรัทธาอันยิ่งใหญ่บนผืนแผ่นดินล้านนา ผู้คนชีวิตคลุกคลีกับธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงมีความเกรงกลัวต่อภัยธรรมชาติเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำการไหว้ผี เมื่อวิญญาณบรรพบุรุษล่วงลับไป ผีปู่ย่าท่านจะคอยวนเวียนดลบันดาลสุขปกปักรักษาลูกหลานจากภัยอันตรายใดๆ พิธีการไหว้บูชาปู่แสะย่าแสะซึ่งเป็นวัฒนธรรมการไหว้ผีที่สืบทอดกันมายาวนานเช่นกัน หรือที่เรียกกันว่าประเพณีเลี้ยงดง มีลักษณะเด่นของพิธีนี้คือการล้มควายทั้งตัวเป็นเครื่องถวายบูชาแด่ผีปู่ย่า วีระศักดิ์ สัสดี ศิลปินชาวลำพูน ผู้ถ่ายทอดบรรยากาศความเป็นวิถีชนบทไทย ทั้งกายและใจเติบโตมาพร้อมความเชื่อในเรื่องการเลี้ยงผี จึงเป็นจุดกำเนิดของแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานภาพ ความมืด ศิลปินตั้งชื่อเช่นนี้ เนื่องจากมีความรู้สึกว่าปัจจุบันทุกคนมองเรื่องเหล่านี้เห็นเป็นเรื่องลี้ลับ เมื่อกล่าวถึงผีสางนั้นถือเป็นสิ่งน่ากลัวที่เกิดขึ้นทางความรู้สึก ศิลปินหยิบยกสัญลักษณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกทางใจมานำเสนอผูกต่อเรื่องราว มอบความอิสระทางความคิดให้กับผู้ชม นำประสบการณ์ชีวิตของตนมามีส่วนรวมในการชมงานศิลปะ ภายในภาพมีบรรยากาศของกลิ่นไอของความเป็นชนบท ซากของควายที่ถูกแผ่อยู่ภายใต้สตรีงาม สวมเครื่องแต่งกายชุดท้องถิ่นล้านนา นุ่งผ้าซิ่นลวดลายเรียบง่ายไร้ความซับซ้อน ผ้าซิ่นถือเป็นเครื่องนุ่งห่มของหญิงสาววิถีชีวิตตามชนบทที่ดำเนินชีวิตด้วยเรียบง่ายในแบบพื้นบ้าน โดยคุมโทนสีราวสีของปูนกำแพงวัดในชนบท ให้สีพื้นหลังน้ำหนักเดียวแต่สร้างมิติด้วยน้ำหนักขาว เทา ดำ เสาด้านหลังนั้นเป็นเสาขัดที่ชาวบ้านสร้างไว้ล้อมวัวควาย บรรยากาศทั้งหมดเป็นภาพความทรงจำที่ศิลปินได้ผ่านเรื่องราวของชีวิต และนำสิ่งเหล่านั้นบอกเล่าผ่านปลายพู่กัน

     ประวัติศาสตร์ยังคงจารึกไว้ให้ลูกหลานรู้ถึงความเป็นมาในอดีต ประเพณียังคงดำเนินต่อไปให้สืบสาน และวัฒนธรรมจะยังคงอยู่ควบคู่ความเจริญที่เพิ่มพูนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สิ่งเหล่านี้จะเป็นเสมือนมรดกของคนทั้งโลกได้แลเห็นความศรัทธาอันดีงามที่ก่อจากใจอันบริสุทธิ์ กลับมาอีกแล้ว

 

บทความโดย วนีย์วรรณ กิตติบดีสกุล

 

Darkness by Weerasak Satsadi

     Beliefs in spirits and supernatural power passed on since ancient periods have resulted in several rituals and sacrifices nowadays. Although spirits and ghosts cannot be seen, touched or proven to exist with science, men use their individual mental power to achieve spiritual experiences. It can be said that faith and beliefs in ghosts and spirits are a part of Asian people's lives.

     Power of belief has majorly influenced the land of Lanna whose people's lives are bound with nature. Fear of natural disaster is another derivation of ghost worship. It is believed that after ancestors have passed away, their spirits remain to protect their family from all harms. The ritual concerning offerings to ancestors has been passed on from one generation to another for a long time. Lanna people call the ritual “Liang Dong” whose principal feature is offering a sacrifice of buffalo to the ancestors' spirits. Being raised in a local Thai Lanna community with strong beliefs in ghosts and spirits has inspired Weerasak Satsadi, an artist from Lampoon province, to create the painting “Darkness”. The origin of the name derives from the feeling of fear and mystery that are usually related to “darkness”. Although the artist conveys his real-life memory through the paintbrush, he gives viewers freedom of thought to combine their personal experiences in order to interpret the artwork. The painting represents the countryside atmosphere through the picture of a buffalo carcass laid under a beautiful lady's feet with a buffalo pen as a background. Dressed in a traditional Lanna costume, the skirt the lady is wearing is woven into simple pattern to represent the uncomplicated lifestyle of people in the countryside. Only white, grey and black are used in the painting.

     History, rituals and culture are all invented with functions. History is recorded to remind later generations of the past. Customs and rituals are practiced and continued to define the acceptable actions in one society. Culture is reserved to be with the infinite civilization. However, one similar function they have in common is becoming the objective evidence for people to see the sincere faith that comes from pure heart.

 

 Article by Waneewan Kittibordeesakul

Translator Jittree Yapao 

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เรื่องแนะนำ
โขน - นาฏกรรมสยาม
ประวัติ กำเนิดโขน
โขนจัดเป็นนาฏกรรมที่มีความเป็นศิลปะเฉพาะของตนเอง ไม่ปรากฏชัดแน่นอนว่าคำว่า "โขน" ปรากฏขึ้นในสมัยใด แต่ ...อ่านต่อ>
นิทานชาดก
มหากัณหชาดก
378
คูถปาณกชาดก
370
มาตุโปสกชาดก
393
อาหลับราตรี
ซาห์เรียร์กับซาห์เชนัน
315
ประตูเปลี่ยนชีวิต
272
เจ้าหญิงผู้เสียสละ
316
มวยไทย
แม่ไม้มวยไทย
ที่ได้กล่าวในตำรามวย หลายตำรา และแบ่งลักษณะไว้ชัดเจน คือแบ่งตามลักษณะการแก้ทางมวยและการจู่โจม ...อ่านต่อ>
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×