ศิลปะ@โมค่า
 VDO MOCA Present

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

BOOKS
Limited Edition
Miscellaneous
ART NEWS
"กวนเกษียรสมุทร"
โดย ประทีป คชบัว
3192
2016-12-14

     อโรคยา ปรมา ลาภา การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เมื่อประทีป คชบัว ตกอยู่ในสภาวะการรอคอยซึ่งความหวังและปาฏิหาริย์ เมื่อผู้เป็นแม่ป่วยอยู่ระหว่างการเผชิญเหตุการณ์คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตาย อารมณ์ศิลปินที่จะประทุความอัดอั้นตันใจ ก็ได้ก่อเกิดขึ้นบนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ ด้วยความรักที่มีให้มารดาอย่างหาที่เปรียบมิได้ จึงคิดค้นหาความเป็นนิรันดร์ว่าด้วยเรื่องราวตำนานพิธีกวนเกษียรสมุทรในทะเลน้ำนม ที่ให้ได้มาเพื่อน้ำอมฤต น้ำวิเศษนำพาความอมตะอย่างไม่มีวันตายมาสู่ผู้ดื่ม                               

อ่านต่อ +

"การก้าวเดินของชีวิต"
โดย เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ(ศิลปินแห่งชาติ)
1618
2016-12-14

     ปริศนาของภาพที่ทำให้เกิดความสงสัยขึ้นกับผู้ดูนั้น เป็นหนึ่งบทสนทนาระหว่างศิลปะกับผู้ดู เกิดจากกระบวนการและชั้นเชิงการสร้างสรรค์ของศิลปินผู้มากประสบการณ์ เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ ศิลปินแห่งชาติ สาขาจิตรกรรม

      ด้วยภาพที่มีบรรยากาศอึมครึมและท่าทางของชายทั้งหกที่ปราศจากหัว อาจสร้างความรู้สึกสะพรึงกลัวกับใครหลายคน พร้อมกับเกิดการตั้งคำถามที่ว่า ทำไมคนไม่มีหัว เกี่ยวข้องกับความตายหรือไม่ เป็นคำถามซึ่งรอคอยคำตอบจากประสบการณ์ตรงของแต่คนที่ได้มีโอกาสได้ชม

      ในเวลานี้เมื่อได้พิจารณาในรายละเอียดของภาพ ท่าทางและกิริยาของชายทั้งหกอาจจะเป็นนัยยะของปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามวัยวุฒิและวุฒิภาวะ ความแตกต่างนี้อาจจะเริ่มต้นจากการผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ดังสามคนแรกที่อยู่ด้านหลัง โดยศิลปินแสดงออกด้วยการวาดภาพคนที่มีท่าทางเดินอาจจะดูมั่นใจไร้ความเกรง (กร่างสักเล็กน้อย) พอโตขึ้นอาจจะต้องเคลื่อนที่ช้าหน่อย หรือไม่ก็ต้องหยุดคิดพิจารณาเรื่องสำคัญให้ถ้วนถี่  ดังภาพของชายสองคนที่อยู่ด้านหน้าที่หยุด

"05.45 น."
โดย วรสันต์ สุภาพ
1583
2016-12-14

     เมื่อกล่าวถึงเรือเอี๊ยมจุ๊น ภาพเรือบรรทุกขนาดใหญ่ลักษณะหลังคาทรงโค้ง ลอยล่องในท้องน้ำเจ้าพระยา เป็นภาพที่คุ้นตาสำหรับผู้อาศัยอยู่ริมแม่น้ำสายสำคัญขนาดใหญ่ เป็นสถานที่หล่อเลี้ยงชีวิตและหล่อหลอมวัฒนธรรมชนลุ่มน้ำ ก่อเกิดชุมชน ศาสนสถาน และเป็นเส้นทางการคมนาคมและการค้าขาย นับตั้งแต่สมัยอยุธยาเรื่อยมา กระทั่งสมัยรัตนโกสินทร์

     ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนไทยเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ระบบขนส่งส่วนใหญ่อยู่บนถนนรวดเร็วและสะดวกสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตามวิถีแห่งสายน้ำก็ยังถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญของอารยธรรมตะวันออก ด้วยโบราณสถาน ศาสนสถาน และชุมชนสองฟากฝั่งสายน้ำ ตามครรลองของวิถีชีวิตที่นอบน้อมและพึ่งพิงธรรมชาติ สามัญสำนึกนี้ยังคงฝังอยู่ในจิตวิญญาณของผู้คน สืบต่อขนบธรรมเนียมและความเชื่อมาจากบรรพบุรุษ

     วรสันต์ สุภาพ หลงใหลในวิถีชีวิตของความงามเหล่านี้ เขาได้สร้างสรรค์และบันทึกความงามเชิงอุดมคติของไทย ผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานจิตรกรรมอันมีเอกลักษณ์ มาราว 2 ทศวรรษ เน้นบันทึกและสะท้อนสีสัน ชีวิตชีวา ของวิถึชีว

"กระจกเงา หมายเลข ๕"
โดย อัมรินทร์ บุพศิริ
414
2016-09-29

     “เด็กและเยาวชนคืออนาคตของชาติ” คำคุ้นหูที่ได้ยินสังคมกล่าวขานถึงเด็กมาเนิ่นนาน ในโลกแห่งความเป็นจริง สังคมได้รังแกเด็กทางอ้อม เพราะเด็กนั้นเปรียบเสมือนผ้าขาว สาดป้ายสีอะไรก็เป็นสีนั้น เป็นวัยที่มีพฤติกรรมการลอกเลียนแบบจากผู้ใหญ่ หรือสภาพสังคมบุคคลใกล้ตัว ด้วยสื่อที่เผยแพร่ในเรื่องของวัตถุนิยม แฟชั่นสมัยใหม่ อาจดูเหมือนไม่มีผลกระทบต่อเด็ก แต่หารู้ไม่ว่าสื่อเหล่านี้เป็นภัยชี้นาให้เด็กและเยาวชนเด็กหลงทางผิด หากไม่มีการได้รับคาแนะนาที่ดี เพราะเด็กและเยาวชนมีความที่อ่อนไหว อยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง มีความสับสนในความคิด มีความเสี่ยงต่อการขาดสติด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อัมรินทร์ บุพศิริ จึงให้งานศิลปะเป็นภาพสะท้อนตีแผ่เรื่องราวปัญหาเกี่ยวกับความจริงของเด็กและเยาวชนในสังคม

     วัยคอซอง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ช่วงอายุที่ยังด้อยประสบการณ์ วัยที่เพื่อนมีอิทธิพลต่อจิตใจ ด้วยอารมณ์ความอยากรู้ อยากเห็น และอยากลองที่มีมากจนขาดความยับยั้งชั่งใจ ผลงานกระจกเงา หมายเลข ๕ พูดถึงเด็กสาวที่เริ่มมีความสนใจหลงใหลในความสวยความงาม เป็นภาพสะท้อนความเ

"คลายปมเส้นไหม"
โดย จอห์น วิลเลี่ยม ก็อดเวิร์ด
665
2016-08-23

       เมื่อกล่าวถึงความรุ่งโรจน์ของกรีกและความยิ่งใหญ่ของโรมัน คงไม่มีสิ่งใดจะสามารถแสดงให้เห็นของอารยธรรมเหล่านั้นได้ดีเท่ากับผลงานศิลปะ ไม่ว่าจะแสดงออกมาในรูปแบบสถาปัตยกรรม ประติมากรรมหรือจิตรกรรม เรียกรวมๆว่า ศิลปะยุคคลาสสิค(Classic) ซึ่งเริ่มต้นราวศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสต์ศตวรรษ กระทั่งสิ้นสุดในยุคสมัยการล่มสลายของจักรวรรดิโรมันในคริสต์ศตวรรษที่ 5 การฟื้นฟูอารยธรรมคลาสสิคได้เคยเกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอิตาลี ในยุคเรเนสซองส์ (Renaissance)หรือยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ เมื่อราว 500 ที่ผ่านมา  กระทั่งต่อมามีการนำความงามนั้นมาสร้างสรรค์อีกครั้ง ในยุควิคตอเรียน(Victorian) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 เรียกศิลปะในรูปแบบนี้ว่า นีโอ-คลาสสิค(Neo-Classic)

         ถือเป็นความมั่งคั่งทางวัฒนธรรมสูงสุดของจักรวรรษอังกฤษ โดย การปกครองของสมเด็จพระราชินีนารถวิคตอเรีย ซึ่งปกครองอังกฤษยาวนานกว่า 63 ปี และเกิดศิลปะชิ้นสำคัญของโลกขึ้นมากมายในสมัยพระองค์ จึงเรียกศิลปะซึ่งสะท้อนรสนิยมของสังคมในสมัยของพระองค์นี้ว่า"ยุ

Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×