| เบญจกัลยาณี
ความงามชั่วคราว
เบญจกัลยานธรรม ความงามถาวร
เบญจกัลยาณี
ความงามของสตรี ๕ อย่าง
๑.เกสกลฺยาณํ
ผมงาม
๒.มํสกลฺยาณํ
เนื้องาม
๓.อฏฐิกลฺยาณํ
กระดูกงาม
๔.ฉวิกลฺยาณํ
ผิวงาม
๔.วยกลฺยาณํ
วัยงาม
ความสวยงามทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงความงามภายนอกเท่านั้น
พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้ยึดติดเพราะหาได้เป็นสิ่งจีรังยั่งยืนไม่
ยังมีความงามที่สำคัญยิ่งกว่า ถ้าใครมีไว้ประจำตัวแล้วจะงามตลอดไป
นั่นคือ เบญจกัลยานธรรม ธรรมที่ทำให้เป็นคนงาม หรือธรรมอันดีงาม
๕ อย่าง ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ให้ยึดติดประจำใจ ได้แก่
๑.ใจดีมีเมตตา
เมตตากรุณา คือ ความรักและความปรารถนาดีที่จะให้ผู้อื่นเป็นสุข
คิดที่จะช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากทุกข์ ไม่คิดทำลายชีวิตของตนเองและผู้อื่น
หรือแม้กระทั่งหมู่สัตว์ทั้งหลาย
๒.ใฝ่หาอาชีพสุจริต
สัมมาอาชีวะ คือ การทำหาลี้ยงชีพในทางสุจริตไม่หลอกลวงหรือโกงคนอื่นให้เสียหาย
ไม่เห็นแก่ตัว คิดเอาแต่ได้เพียงเพราะว่าไม่มีใครรู้เห็น จงมีความละอายทั้งต่อหน้าและลับหลังผู้อื่น
๓.ไม่คิดฟุ้งเฟ้อ
กามสังวร คือ การสำรวมระวังควบคุมตนในเรื่องกามารมณ์
ความต้องการทางเพศให้พอเหมาะพอดี ไม่ให้หลงใหลในรูป สียง กลิ่น
รส สัมผัส ที่ผิดธรรมผิดทางหรือเกินพอดี จนทำให้ตนเอง ครอบครัว
สังคมต้องเดือดร้อน จงควบคุมและยับยั้งอารมณ์ที่จะก่อให้เกิดปัญหา
รักษาจิตตัวเองให้ดี
๔.มุ่งมั่น
จริงใจ มีสัจจะ คือ มีความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจต่อตนเองและผู้อื่น
ไม่สับปลับกลับกลอก ซื่อตรงต่อหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ เป็นคนตรงต่อหลักการและความถูกต้อง
นับว่าเป็นความงามที่มีผลสำคัญต่อความมั่นคงของชีวิต
๕.ทำสิ่งใดให้รู้ตัว
มีสติสัมปชัญญะ คือ ฝึกตนให้เป็นคนหนักแน่นในอารมณ์
รู้จักยั้งคิด และควบคุมความรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ
สิ่งใดมีคุณ ให้โทษ มีประโยชน์ หรือไร้สาระ คิดไม่ผิดพลาด พูดไม่ผิดพลาด
และทำไม่ผิดพลาด ความระลึกได้ หรือความรู้สึกตัวทุกขณะที่กระทำ
จะก่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยหรือไม่ผิดพลาดเลย ความหลงมัวเมาก็จะไม่มี
เมื่อไม่มีความหลง การรู้ตามความเป็นจริงก็จะเกิดตามขึ้นมา |