รับชมภาพขนาดเต็มจอ: ดับเบิ้ลคลิกที่ VDO นะคะ


Download Now

แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑
วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก


         หลังจากที่ทรงแสดงพระอภิธรรมปิฎกแก่พระพุทธมารดา ณ ดาวดึงส์เทวโลก ตลอดถ้วนไตรมาสแล้ว จึงเสด็จจรสู่พื้นพิภพ ณ ประตูเมืองสังกัสสนคร ซึ่งสถิตห่างจากกรุงสาวัตถีมีประมาณ ๓๐ โยชน์

“พระสัมมาสัมพุทธเจ้าใช้พุทธานุภาพเปิดโลก”

         เหตุการณ์ในวันนั้น คือ เริ่มจากเมฆที่มีมากมายหายไป ท้องฟ้าเริ่มเปิดออก

มีลำแสงฉัพพรรณรังสีพุ่งออกมา ท้องฟ้ากลวงเข้าไป เหมือนไม่มีท้องฟ้า ท้องฟ้าเปิดจนมองเห็นสวรรค์ ในลำแสงนั้นก็จะเห็นเหล่าทวยเทพทั้งหลายในภพ ๓ ยกเว้นอรูปพรหม ๔ ชั้น และอสัญญีสัตตาพรหมที่ไม่ได้มา นอกนั้นมาทั้งหมด

         ท้าวมหาราชทั้ง ๔ พร้อมด้วย นาค ครุฑ ยักษ์ คนธรรพ์ โดยเฉพาะคนธรรพ์จะร้องรำทำเพลง ประโคม ดนตรีตลอดเวลา พลุสวรรค์หลากสี ดังเป็นเสียงดนตรีสวรรค์ ดอกไม้ทิพย์สวยสดงดงาม หอมฟุ้ง ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณสองข้างทาง ก็เต็มไปด้วยทวยเทพทุกชั้น เทพอัปสร เรียงกันลงมาเป็นกระบวน ถัดจากนางเทพอัปสรก็จะมีเหล่าเทวดายืนเรียงรายกันเต็มไปหมดเลย
มีบันไดทองคำใส บันไดแก้ว เพชร บันไดเงิน ทอดลงมาจากดาวดึงส์จนถึงพื้นโลกมนุษย์

         พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จอยู่ตรงกลางบันไดแก้วเพชรที่มี หลากสี ทั้งม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ตามหลังมาด้วยปัญจสิกขเทวบุตร และมาตุลีเทพ สารถี ส่วนบันไดทองคำใส เป็นของเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่มีท้าวสุยามาผู้ปกครองสวรรค์ชั้นยามา ถือพัดวีชนี ท้าวสักกเทวราชหรือพระอินทร์ถือปาริฉัตกะ ถัดมาเป็นท้าวสันตดุสิต ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นดุสิต ท้าวนิมมานรมิต ผู้ปกครอง สวรรค์ชั้นนิมมานรดี ถัดมาก็ท้าวปรนิมมิต ผู้ปกครองสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตตี และตามด้วยเหล่า เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ทั้งหลาย

         บันไดเงินเป็นของพรหมผู้มีศักดิ์ใหญ่ ทั้ง ๑๖ ชั้น ซึ่งล้วนแต่งชุดขาว มีอานุภาพมาก ผู้มีศักดิ์ ใหญ่มากที่สุดก็อยู่ข้างหน้า เนรมิตฉัตรสีขาว ๙ ชั้น ลอยอยู่เบื้องบน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเปล่งฉัพพรรณรังสี สว่างไสว เนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่าเทวดาและพรหมในระดับที่มนุษย์เห็นพอดี ใกล้หรือไกลก็เห็นเท่ากันด้วยพุทธานุภาพ