รายชื่อบล็อกเกอร์
สุริยา นามวงษ์
พลวิทย์ โอภาพันธุ์
บทความพิเศษ
พลวิทย์ โอภาพันธุ์
"สุนทรียศาสตร์คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์"
Franz Listz Un Sospiro
โดย พลวิทย์ โอภาพันธุ์
บทประพันธ์อันแสนจะไพเราะ ที่ปรากฏให้ได้ยินในภาพยนต์หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งล่าสุดก็ได้แก่เรื่อง The Green Hornet ในปี 2011 ในฉากที่ Kato เล่น piano ในคราที่ออกเดทกับ Lenore หนแรก Un sospiro (ภาษาอิตาเลียน แปลว่า ถอนหายใจ) เป็นหนึ่งในสามของแบบฝึกหัดสำหรับการเล่น concert ของ piano (concert etude) ถูกประพันธ์ขึ้นระหว่าง ปีคศ. 1845-1849
21 มิถุนายน 2559

Etude de Concert No.3 Un Sospiro https://www.youtube.com/watch?v=Pq-y9KGqssc

by Franz Liszt

 

เป็นบทประพันธ์ที่มีลักษณะความเป็นดนตรีแห่งยุค Romantic อย่างชัดเจนครบทุกรูปแบบ ตั้งแต่ texture ของ harmony ที่เป็นแบบ arpeggio ตลอดทั้งเพลง และเรียบเรียงมาแบบแน่นหนาดูซับซ้อน  ตัดกันกับทำนองหลักที่เรียบง่ายประกอบด้วยโน๊ตที่น้อยตัวกว่า มีการ modulate ไปยังคีย์ที่ไกลออกจากคีย์เดิม โดยใช้วิธี chromatic modulation มีการใช้ borrowed chords ในหลายจุด และที่สำคัญคือ form ของเพลงที่มีลักษณะเป็นแบบ extended sonata form อย่างชัดเจน แม้ว่าจะเป็นบทประพันธ์ที่สั้นก็ตาม

 

ท่อน A1 ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่าท่อน exposition นั้น เริ่มจากห้องแรกไปจนถึงห้องที่ 12 และท่อน A2 ก็เริ่มจากห้องที่ 13 โดยที่เป็นการ repeat ทำนองของห้องแรกแต่เพิ่มเทคนิค double octave เพื่อสร้างสีสัน 

 

ในห้องที่ 19 ดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมเข้าสู่ท่อน development โดยการยึดทำนองเดิม แต่มีการย้ายคีย์จาก Db major ไปยังคีย์ A major โดยที่ท่อน development นั้นจะเริ่มตั้งแต่ตอนปลายของห้องที่ 21 หลังเครื่องหมาย fermata เป็นต้นไป ซึ่งในท่อน development นี้มีการย้ายคีย์ไปมาระหว่างคีย์ Db major และ C major ตามด้วยการย้ายไปคีย์ E major ในห้องที่ 35 จากนั้นจึงเตรียมเข้า cadenza ในห้องที่ 37 หลัง cadenza มีการย้ายมายังคีย์ C# minor ในช่วงสั้นๆ เพียงห้องเดียว ทำนองหลักจากท่อน A1 เหมือนจะเริ่มกลับมาตอนนี้ แต่กลับกลายเป็นว่ามีการพัฒนาทำนองลากต่อไปอีกตั้งแต่ห้องที่ 42-51 แล้วคั่นด้วย cadenza อีกรอบหนึ่งก่อนที่จะเข้าท่อน recapitulation ต่อไป

 

ท่อน recapitulation เริ่มที่ห้อง 52 (Un poco piu mosso) ซึ่งกลับมายังคีย์ Db major โดยที่มีการย้ายทำนองหลักไปอยู่ที่มือซ้ายแทน ในท่อน A3 นี้มีความต่างจาก A1 และ A2 มากพอสมควร จนเกือบที่จะเรียกว่าเป็นท่อน C ก็ว่าได้ คือตั้งแต่หลัง fermata ในห้อง 60 ไปจนจบเพลงนั้น ลักษณะของทำนองถูกแปลงไปมากพอสมควร รวมทั้งมีการกำหนดให้เล่นเบาลง และช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งในลักษณะของที่ A3 ที่ยืดเยื้อและแตกต่างนี้ ทำให้บทประพันธ์บทนี้มีลักษณะโครงสร้างที่เป็นแบบ Extended Sonata Form ดังที่กล่าวไว้ตั้งแต่ต้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดความคาดหมายนัก สำหรับบทประพันธ์ที่มาจากยุค Romantic 

Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×