Password
อยากทราบข้อมูลปลูกมันสำปะหลังตอนนี้ราคาดีใหมครับ อนาคตจะดีขึ้นใหมครับ ราคาตอนนี้เท่าไหร่ครับ ถ้าปลูกจะคุ้มทุนใหมครับ บอกหน่อยครับปีหน้าผมว่าจะปลูกสัก 50-60 ไร่ ช่วยแนะนำหน่อยครับ ผมไม่เป็นเลยมีข้อมูลตรงใหนสอนวิธีการปลูก การดูแล ดีๆๆใหมครับ ขอบคุณครับ
ราคามันสำประหลังช่วงนี้ ราคาค่อนข้างดีค่ะ ข้อมูลจากหลายๆที่ รายละเอียดเเต่ละอย่างดังนี้ 1.เชื้อแป้งไม่เกิน 20 % 2.50 บาท/กก. โรงแป้งป.เจริญมาเก็ตติ้ง อ.เชียงคาน จ.เลย 2.คละเกรด 1.50 บาท/กก. ลานมันสำปะหลังคุณปุณณภา อ.เมือง จ.พะเยา คละเกรด 1.65 บาท/กก. ลานมันมังกรทอง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี 3.คละเกรด 1.80 บาท/กก. ร้านสวรรค์พืชผล อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย 4.คละเกรด 2.10 บาท/กก. ร้านกรวิทย์พืชผล อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก 5.คละเกรด 2.30 บาท/กก. ท่าข้าวโชควิบูลย์ อ.เมือง จ.ตาก 6.คละเกรด 2.70 บาท/กก. หจก.โรงสีจังเจริญชัย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี 7.เชื้อแป้ง 20- 25 % 2.20 บาท/กก. โรงแป้งแสงเพชร อ.เมือง จ.ชัยภูมิ 8.เชื้อแป้ง 20- 25 % 2.25 บาท/กก. โรงงานแป้งมันสำปะหลังครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา
มันสำปะหลังเป็นพืชที่ทนต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดี ไม่ต้องเอาใจใส่ดูแลมากนัก ผลตอบแทนต่อไร่สูง และมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าพืชอื่น ๆหลายๆชนิด โดยมีแหล่งปลูกส่วนใหญ่อยู่ในแถบทวีปอาฟริกาใต้ อเมริกาใต้ เอเชีย และอเมริกาเหนือ สำหรับประเทศไทยมีการนำมันสำปะหลังเข้ามาปลูกที่ภาคใต้เป็นครั้งแรก เพื่อใช้ทำแป้งและสาคู ต่อมาได้ขยายพื้นที่ปลูกมายังภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรี ระยองและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากมีสภาพดิน ฟ้า อากาศ และสภาพแวดล้อม ที่เหมาะสมต่อการปลูก การแปรรูปมันสำปะหลัง ดังนั้นจึงมีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างรวดเร็วไปสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ชนิดของมันสำปะหลัง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ 1. ชนิดหวาน เป็นมันสำปะหลังที่ใช้เพื่อการบริโภค มีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ ไม่มีรสขม สามารถใช้หัวสดทำอาหารได้โดยตรงเช่น นำไปนึ่ง เชื่อม หรือทอด ซึ่งได้แก่ พันธุ์ห้านาที พันธุ์ระยอง 2 เป็นต้น 2. ชนิดขม เป็นมันสำปะหลังที่มีรสขม ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคของมนุษย์หรือใช้หัวสดเลี้ยงสัตว์โดยตรง เนื่องจากมีปริมาณกรดไฮโดรไซยานิคสูง มีความเป็นพิษต่อร่างกาย ต้องนำไปแปรรูปเป็นมันอัดเม็ดหรือมันเส้นแล้วจึงนำไปเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งได้แก่ พันธุ์ระยอง 1,พันธุ์ระยอง 3,พันธุ์ระยอง 5 , พันธุ์ระยอง 60 ,พันธุ์ระยอง 90 และเกษตรศาสตร์ 50
ผมคิดว่าราคาน่าจะดีนครับ เพราะมันสัมปะหลังตอนนี้สามารถนำไปเป็นพลังงานทดแทนได้ แล้วปีนี้บางพื้นที่ที่ปลูกมันก็ประสบปัญหาน้ำท่วมด้วย ราคาดีแน่นอนครับ ส่วนวิธีการปลูก การดูแล เข้าไปที่http://www.rakbankerd.com/view.php?id=401&s=2&w=ปลูกมัน และอีกมากมายที่เกี่ยวกับการเกษตรในhttp://www.rakbankerd.com/
1. การเตรียมดิน หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหรือเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (อย่าเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20-30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1-2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่ 2. การเตรียมท่อนพันธุ์ ใช้ท่อนพันธุ์มันที่สด อายุ 10-12 เดือน ตัดทิ้งไว้ไม่เกินประมาณ 15 วัน โดยติดให้มีความยาวประมาณ 20 ซม. มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตา เพื่อป้องกันเชื้อราและแมลง ควรจุ่มท่อนพันธุ์ในยาแคปแทน 1.6 ขีด (160 กรัม) ผสมร่วมกับมาลาไธออน 20 ซีซี ในน้ำ 20 ลิตร ประมาณ 5 นาที ก่อนปลูก 3. การปลูก ปลูกเป็นแถวแนวตรง เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษาและกำจัดวัชพืช โดยใช้ระยะระหว่างแถว 1.20 เมตร ระยะระหว่างต้น 80 ซม. และปักท่อนพันธุ์ให้ตั้งตรงลึกในดินประมาณ 10 ซม. 4. การฉีดยาคุมเมล็ดวัชพืช สำหรับการปลูกในฤดูฝนสภาพดินชื้น ควรฉีดยาคุมวัชพืชด้วยยาไดยูรอน (คาแม็กซ์) หลังจากการปลูกทันที ไม่ควรเกิน 3 วัน หรือก่อนต้นมันงอก หากฉีดหลังต้นมันงอก อาจทำให้ต้นมันเสียหายได้ ใช้ยาในอัตรา 6 ขีด (600 กรัม) ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง 5. การกำจัดวัชพืชและการใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 1 ประมาณ 30-45 วัน หลังการปลูก โดยใช้รถไถเล็กเดินตาม หรือ จานพรวนกำจัดวัชพืช ติดท้ายรถแทรกเตอร์ พร้อมทั้งใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25-50 กก./ไร่ ห่างจากต้นมัน 1 คืบ (20 ซม.) จากนั้นใช้จอบกำจัดวัชพืชส่วนที่เหลือ พร้อมกับกลบปุ๋ยไปด้วย หรือใส่ปุ๋ยโดยการขุดหลุม ห่างจากโคนต้น 1 คืบ แล้วกลบดินตามก็ได้ ข้อสำคัญควรใส่ปุ๋ยขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 2 ประมาณ 60-70 วัน หลังการปลูก โดยปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งแรก กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 3 ตามความจำเป็น โดยใช้จอบถาก หรือฉีดพ่นด้วยยากรัมม๊อกโซน (ควรใช้ฝากครอบหัวฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาโดนตาและลำต้นมัน) 6. การเก็บเกี่ยว ทำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ ประมาณ 10-12 เดือน พร้อมทั้ง วางแผนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อการปลูกในคราวต่อไปส่วนของต้นมันสำปะหลังที่ไม่ใช้ เช่น ใบ กิ่ง ก้าน หรือ ลำต้น ควรสับทิ้งไว้ในแปลง เพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสดในดินต่อไป ตอนนี้ถือได้ว่ามันสำปะหลังถือว่ามีราคาดีเลยครับ ลองเอาวิธีนี้ไปทำดูนะครับ ผลผลิตจะได้ดีขึ้นนะครับ
ขอบคุณครับผม
แล้วผลผลิตต่อไร่จะตกที่ไร่ละประมาณกี่ตันครับผม
เอาแบบผลผลิดที่คิดว่าต่ำสุดที่ว่าจะได้นะครับไม่อยากคิดสูงอยากดูต่ำสุดก่อนอะครับ
เอาข้อมูลมาแลกเปลี่ยนค่ะ ปลูกมันสำปะหลัง ได้ผลผลิต 20 ตัน/ไร่ ด้วยปุ๋ยจุลินทรีย์จากธรรมชาติต้นทุนต่ำ จากภูมิปัญญาของ คุณปัญจา ตั้งตระกูล ความเป็นมา -เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2541 เข้ารับการฝึกอบรมเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ กอ.โครงการป่าดงนาทาม จ.อุบลราชธานี -จากนั้นได้จัดทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ใช้เองในแปลงปลูกข้าวและแปลงปลูกผัก -เมื่อทดลองใช้แล้วได้ผลจึงนำมาเผยแพร่การจัดทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง -ปี 2543 จัดตั้งกลุ่มข้าวไร้สารเคมี -ปี 2545 ทดลองการปลูกมันสำปะหลังพร้อมพืชไร่พืชสวน -ปี 2551 ประสบผลสำเร็จในการปลูกมันสำปะหลัง 1 ไร่ ได้ 20 ตัน - ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจแบบพอเพียงบ้านดอนใหญ่ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2547 นอกจากเป็นศูนย์การเรียนรู้แบบพอเพียงแล้ว ยังเป็นศูนย์ฝึกอบรม / สาธิต ด้านการเกษตรอินทรีย์ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านเกษตรอินทรีย์ และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ - นางปัญจา ตั้งตระกูล เป็นวิทยากรวิชาชีพ สังกัดศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี และยังเป็นวิทยากร ศอป.โครงการ พมพ.ป่าดงนาทาม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นวิทยากรด้านเศรษฐกิจพอเพียง ล่าสุดยังเป็นผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการจัดตั้งกลุ่มมันสำปะหลัง - ปัจจุบัน นางปัญจา ตั้งตระกูล เป็นตัวแทนของศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนใหญ่ ทำหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ ในเรื่องของการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ ตามสถานที่หรือหน่วยงานการเกษตรต่างๆทั่วทุกภาคของประเทศไทย 1.วิธีการปลูกมันสำปะหลังตามสูตรคุณปัญจา วัสดุอุปกรณ์ - ต้นมันสำปะหลัง (ลำมัน) - ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติ - จุลินทรีย์ฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือจุลินทรีย์อาหารหลัก 5 หมู่ -จุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ - เคียวเกี่ยวข้าว 1.1 เทคนิคขั้นตอนการเตรียมดินเพื่อปลูกมันสำปะหลังได้ผลผลิต 20 ตัน/ไร่ 1.โรยปุ๋ยหมักจุลินทรีย์อีเอ็มโบกาฉิ ในอัตรา 300 กิโลกรัม/ไร่ 2.ตามด้วยการฉีดพ่นจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ในอัตรา 10 ปี๊บ/ไร่(น้ำหมัก 1 ช้อน + น้ำ 20 ลิตร/ปี๊บ) 3.จากนั้นไถกลบหน้าดิน ตากดินไว้เพื่อทำการหมักอย่างน้อย 15 วัน แล้วจึงยกร่องปลูก 4.ยกร่องปลูกสูง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างร่อง 1 เมตร แหวกกลางร่องออกแล้วหว่านปุ๋ยหมักจุลินทรีย์อีเอ็ม 700 กิโลกรัม/ไร่ แล้วกลบทับทำเป็นเนินเพื่อเตรียมปลูกต่อไป 1.2 เทคนิคขั้นตอนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง 1.ตัดท่อนพันธุ์มันสำปะหลังยาวประมาณ 6 ข้อ โดยตัดแบบทางตรงเพื่อให้รากและหัวมันออกเป็นวงกลม 360 องศา 2.ใช้เชือกมัดท่อนพันธุ์เป็นมัดๆ แล้วนำไปแช่ในน้ำจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 1 ช้อน + น้ำ 20 ลิตร แช่นาน 15 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก 1.3 เทคนิคขั้นตอนการปลูกการบำรุงรักษามันสำปะหลัง 1.ปลูกท่อนพันธุ์แบบตั้งตรง ให้กดลงลึกประมาณ 3 ข้อ ระยะห่าง 1 เมตร 2.มันสำปะหลังอายุ 1 เดือนเริ่มรดบำรุงด้วยจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 1 ช้อน+น้ำ 20 ลิตร ไปเรื่อยๆจนครบทุกต้น ประมาณ 200 ลิตร/ไร่ 3.เริ่มดายหญ้าเมื่อมันสำปะหลังมีอายุ 2 เดือนขึ้นไป ด้วยเคียวเกี่ยวหญ้า แล้วนำหญ้าวัชพืชต่างๆมาคลุมโคนต้นไว้เพื่อรักษาความชื้น 4.ตัดแต่งกิ่งมันสำปะหลังเมื่อมันอายุ 2 เดือน โดยให้เหลือกิ่งไว้ 2 กิ่งหันไปทางทิศเหนือ-ใต้ ลักษณะคล้ายหนังสติ๊กหรือตัว V เพื่อให้ได้รับแสงแดดเท่ากันทั้ง 2 ด้าน 5.ดายหญ้าอีกครั้งเมื่อมันอายุ 3-5 เดือน พร้อมตกแต่งกิ่ง 6.รดน้ำหมักฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือฮอร์โมนอาหารหลัก 5 หมู่ สูตรเข้มข้นช่วงมันอายุ 3-5 เดือน เพื่อเร่งขยายหัวมันให้มีความสมบูรณ์มากที่สุด 1 ครั้ง 7.สังเกตมันเริ่มออกหัวเมื่ออายุ 3-5 เดือน จะมีรอยแยกของดิน 8.หัวมันสำปะหลังเมื่ออายุ 3-5 เดือน จะมีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร 9.มันสำปะหลังอายุ 9 เดือน สามารถเก็บเกี่ยวได้ 1.4 เทคนิควิธีการเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง 1.ตัดต้นมันเหนือพื้นดินประมาณ 10 เซนติเมตร 2.ขุดมันโดยการใช้เชือกผูกที่โคนต้นแล้วดึงขึ้น 3.นำมันสำปะหลังไปล้างน้ำให้สะอาดแล้วชั่งน้ำหนักได้ 20 กิโลกรัมพอดี 4.หัวมันสำปะหลังอายุ 9 เดือน น้ำหนัก 22 กิโลกรัม 1.5 ผลผลิต - พื้นที่การปลูกมันสำปะหลัง 2 ไร่ 2 งาน - ผลผลิตมันสำปะหลังเฉลี่ย ปี 2551 รวมทั้งหมด 49 ตัน/ 2 ไร่ 2 งาน 2.การทำปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติ วัตถุดิบ - มูลสัตว์แห้งทุกชนิด 1 ตัน - แกลบดิบ 20 กิโลกรัม - รำละเอียด 5-10 กิโลกรัม - จุลินทรีย์น้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่ 20 ลิตร - กากน้ำตาล 20 กิโลกรัม - น้ำสะอาด 100 ลิตร วิธีการทำ - นำแกลบผสมกับมูลสัตว์ให้เข้ากัน - ผสมจุลินทรีย์น้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่ + กากน้ำตาล + น้ำสะอาด 100 ลิตร ตามสูตรที่เตรียมไว้ แล้วตักใส่บัวรดน้ำ แล้วรดลงบนกองมูลสัตว์กับแกลบให้ชุ่ม คลุกเคล้าให้เข้ากันให้มีความชื้นพอดีกำเป็นก้อนไม่มีน้ำไหลมาตามง่ามนิ้ว - จากนั้นนำรำละเอียดลงคลุกเคล้ากับแกลบผสมมูลสัตว์ให้เข้ากัน แล้วนำไปหมัก -ซึ่งมีวิธีการหมัก 2 แบบด้วยกัน คือ แบบที่ 1 กองบนพื้นหนาประมาณ 15-20 เซนติเมตร คลุมด้วยกระสอบป่าน หมักไว้ 7 วัน แบบที่ 2 หมักในกระสอบหมักไว้ 5-7 วัน จะปิดปากกระสอบหรือไม่ปิดก็ได้ ข้อสังเกต ปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ธรรมชาติที่มีคุณภาพดีนั้น จะมีกลิ่นหอมเหมือนเห็ด เมื่อแห้งและเย็นแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้ หรือบรรจุกระสอบเก็บไว้ในที่ร่ม ไม่มีความชื้น และควรใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน วิธีการใช้ - ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 2 กำมือ/ 1 ตารางเมตร เพื่อเตรียมดิน - ใช้หว่านเตรียมแปลงปลูกมันสำปะหลัง 300 กิโลกรัม/ไร่ - ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 100 กิโลกรัม/ไร่ บำรุงดินในนาข้าว สวนผลไม้ ให้มีความสมบูรณ์อยู่เสมอ - ใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ 100 กิโลกรัม/ไร่ ในการเตรียมบ่อเลี้ยงปลา,เลี้ยงกุ้ง แทนสารเคมีและปูนขาว เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำให้ดีขึ้น 3.การทำจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ วัตถุดิบ - กล้วยน้ำว้าสุก จำนวน 2 กิโลกรัม - มะละกอสุก จำนวน 2 กิโลกรัม - ฟักทองแก่จัด จำนวน 2 กิโลกรัม - หัวเชื้อจุลินทรีย์เศษอาหารหลัก 5 หมู่ จำนวน 40 ซีซี - กากน้ำตาล จำนวน 40 ซีซี - น้ำสะอาด จำนวน 10 ลิตร วิธีการ - นำวัตถุดิบผลไม้ทั้งหมดมาสับละเอียดทั้งเปลือกและเมล็ดใส่ภาชนะเตรียมหมัก - เติมน้ำสะอาดแลกากน้ำตาลลงไป คนให้เข้ากัน ปิดฝาตั้งไว้ในที่ร่ม หมักไว้อย่างน้อย 7 วัน - ครบ 7 วัน เมื่อเปิดฝาออกจะพบไขมันสีเหลืองลอยหรือติดด้านข้างภาชนะที่ใช้หมัก ใช้ช้อนตักไขมันสีเหลืองที่พบเก็บใส่ขวดไว้ใช้เป็นฮอร์โมนเร่งราก สำหรับกิ่งตอน และ กิ่งชำ พืชผัก ผลไม้ทุกชนิด - จากนั้นก็กรอง แยกกากและน้ำหมักออกจากกัน โดยน้ำหมักกรองใส่ขวดเก็บไว้ในที่ร่ม และต้องใช้ให้หมดภายใน 3 เดือน ส่วนกากที่หมักแล้วนำไปฝังดินใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดิน หรือ นำไปผสมกับหัวอาหารปลา หรือ หัวอาหารกบ การนำไปใช้ - ผสมน้ำ 500 เท่า คือ ใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ฮอร์โมนผลไม้ 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำเปล่า 10 ลิตร ฉีดพ่นไม้ผล สวนผัก สวนมันสำปะหลัง ในระยะก่อนผลิดอกต่อเนื่องจนกระทั่งติดผลเล็กก็หยุดบำรุง - สำหรับไม้ผล ถ้าต้องการผลผลิตตลอดปี ควรฉีดพ่นน้ำหมักนี้ทุก 15 วัน 4.สูตรปุ๋ยน้ำหมักเศษอาหารหลัก 5 หมู่ วัตถุดิบ - เศษอาหารไม่จำกัดปริมาณ - กากน้ำตาล เติมได้เรื่อยๆไม่จำกัด เมื่อน้ำหมักมีกลิ่นเหม็น - หัวเชื้อจุลินทรีย์อีเอ็ม 40 ซีซี - น้ำสะอาดพอท่วมวัตถุดิบทั้งหมด - หมักรวมกันอย่างน้อย 15 วัน ใช้ประโยชน์ได้ การนำไปใช้ - ใส่ตอนเตรียมดิน เพื่อเป็นปุ๋ยบำรุงดิน ในอัตรา 1 ลิตร/ หลุม - ใช้เป็นจุลินทรีย์หลักในการเป็นส่วนผสมในการการทำปุ๋ยจุลินทรีย์ธรรมชาติ -ใช้เป็นฮอร์โมนระเบิดหัวมัน บำรุงมันสำปะหลังช่วงอายุ 3-5 เดือน ใช้น้ำหมักเข้มข้นรดโคนต้นมันสำปะหลังประมาณ 1 แก้ว/ต้น ครั้งเดียวช่วงไม่มีแสงแดด
ในเรื่องของราคามันสำปะหลังก็มีขึ้นลงตามช่วง เป็นเรื่องธรรมดาครับ ถ้าหากว่าเรามีการจัดการปลูกและการดูแลที่ดี ผมคิดว่าได้กำไรแน่นอนครับ ยิ่งปลูกเป็นจำนวนเยอะๆหลายๆไร่แบบนี้ ไม่มีขาดทุนแน่นอนครับ
การปลูกและจำหน่ายมันสำปะหลังมันก็คล้ายๆกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าล่ะครับ การปลูกมันสำปะหลัง 1 รอบการปลูกเราจะต้องมองอนาคตไปอีก 8เดือนข้างหน้า การที่จะให้ผลผลิตจากมันสำปะหลังราคาดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย อาทิ - %เชื้อแป้ง ที่ตลาดต้องการตั้งแต่ 20-30% เราจะต้องปลูกอย่างน้อย 8-10 เดือน - ความต้องการของตลาดจะมีมากที่สุดในช่วงฤดูฝน เนื่องจากผลผลิตมีน้อย ททำให้ราคาสูง - ปริมาณผลผลิตและการขนส่ง ถ้าเรามีเยอะ และ ต้นทุนการผลิตต่ำ ถึงแม้ราคาซื้อ-ขายจะไม่สูงมากนัก แต่ที่แน่ๆ จะเห็นถึงกำไรล้วนๆ
ขอบคุณมากๆๆครับ ถ้าเรื่องเกษตรมาเว็บนี้ไม่ผิดหวังจิง พี่ๆๆใจดีทุกคนเลยคับ
ณ วันนี้ที่ อ หนองบัวระเหว จ ชัยภูมิ กก ละ2.80บาท(หักดิน10%) สำหรับท้องที่ที่ไม่สามารถปลูกพืชอื่นมันก็ต้องปลูกละครับ 60 ไร่ก็พอเลี้ยงครอบครัวแบบพอเพียงได้อยู่ 1 ก่อนปลูก พิจารณาสภาพดินว่าเป็นทรายลุ่มต่ำไหม มันจะเน่าน่ะครับ 2 ปลูกมันติดต่อกันมานานจนดินเสื่อมสภาพหรือยัง -ถ้าดินเสื่อมขาดสารอาหาร เน้นแนะนำว่าลงมูลไก่แกลบ สิบล้อละ แล้งนี้คงหมื่นห้า ต่อยี่สิบไร่ -ถ้าปลูกพืชอื่นมาก่อนเปลี่ยนมาปลูกมันก็แค่หว่านปุ๋ยเคมีรองพื้นก่อนยกร่องกลบตอนปลูกก็พอ(ยังไม่อยากให้ลงทุนมาก)ลองแบ่งแปลง ใช้ 15-15-15 สามไร่ต่อกระสอบ กับอีกแปลงลองใช้ 46-0-0 อัตราเท่ากัน ดินแต่ละที่ถูกกับปุ๋ยต่างกัน ลองแบบนี้ก่อน 3 ไม่ต้องซื้อพันธุ์ใหม่แพงๆ เกษตรศาสตร์ 50 ที่มีทั่วไปนี่แหละ หากได้หว้ยบง 60 ก็ดี(เหมาะกับดินที่ค่อนข้างดี) 4 อย่าตัดพันธุ์มาเก็บไว้นาน เกษตรศาสตร 50 ไม่ควรเกินสองเดือน ห้วยบง เดือนเดียวก็แห้งแล้ว หากลำใหญ่ยาวก็เดือนครึ่ง -อย่าั้กองต้นพันธุ์สุมกันกองใหญ่ ตั้งเป็นแถวตอนแคบๆ ยาวๆ ลำไหนไม่โดนแดดจะฝ่อ มอดกิน ปลูกไม่ค่อยเกิด 5 ถ้าหญ้าในที่ดินเยอะก็ไถดะ ทิ้งให้หญ้าตาย สักสิบวันค่อยไถพรวน 6 เดือนมีนาถ้าฝนตกหนักพอปลูกได้แถวบ้านผมจะลงปลูกเลย อัตรการเกิดจะสูงกว่าพวกปลูกเดือนเมษา พฤษภา เพราะอากาศไม่ร้อนจัด พองอกแล้วมันก็รอฝนได้เป็นครึ่งเดือน เน้นว่ายกร่องด้วยรถไถฟอร์ด ใช้ผานสามใบ ถอดออกสองใบหน้า แล้วเอาใบเล็กใส่แทนใบกลาง บอกคนขับให้ปรับระยะแถวหนึ่งเมตร ไม่แนะนำผานยกร่องอ้อย น้ำจะเซาะดินเป็นร่องลึก (หว่านปุ๋ยก่อนล่ะ) 7 ตัดท่อนพันธุ์ปลูก ตัดตรง ไม่เป็นปากฉลามมาก เสียบลงดิน 5 cm ปักตั้งตรง ดินเลวปลูกถี่ ดินดีปลูก 50 cm ปลูกทันทีที่ยกร่องยิ่งดี อย่ายกร่องทิ้งไว้หลายวัน 8 หลังปลูกพ่นทันทีด้วย ยาคุมหญ้า(ซูมิโซย่า เท่านั้นถ้าหาไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้ ห้ามใช้อามีทรีน ไดยูรอน เดี๋ยวพืชในแปลงข้างเคียงจะเฉาตาย) ซอง100กรัมห้าร้อยกว่าบาทต่อ7-8ไร่ผสมกับยาฆ่าเพลี้ยแป้งไทอะมิโตแซม(แอกทารา) 9 หากหญ้าขึ้นเร็ว 15 วันกำจัดด้วยพาราควอด ยาเผาไหม้ 100-120 ccต่อน้ำ 16ลิตร(ถังสเปรย์แบบพลาสติก) อย่าปั้มแรงให้เป็นละอองไปโดนส่วนสีเขียวของต้นมันอ่อน(โดยเด็ดขาด) หากหญ้าไม่ขึ้นเร็ว ก็ดูว่าหญ้าที่เกิดมีสองใบ ไม่ต้องรอให้หญ้าขึ้นมองเห็นเขียวเต็มดิน จะกำจัดยาก 10 อายุได้เดือนกว่าๆ ก็ใส่ปุ๋ยได้แล้ว ขุดตื้นๆระหว่างต้น ใส่ 2 -3ไร่ต่อกระสอบ 11 หากเพลี้ยแป้งระบาดก็กำจัดด้วยไทอะมิโตแซม 12 หญ้าตอนมันต้นโตแล้วแต่เทคนิกของแต่ละพื้นที่ หลายเจ้าก็ไม่อยากใช้ไกลโฟเสต กลัวต้นมันจะได้รับผลไปด้วย เจ้าของสวนต้องพิจารณา แต่อย่าให้มีหญ้าขึ้นรกโดยเด็ดขาด(สำคัญที่สุดของชาวไร่มัน) ถ้าหญ้าใบแคบขึ้นเร็ว รก ต้นมันยังเล็กอาจต้องลงทุนใช้ไฮไซด์ 1 ลิตร ห้าร้อยปลายๆ ผสมน้ำ200ลิตร 250ลิตร พ่นแบบเร็วให้ได้หกเจ็ดไร่(ไม่ทำลายพืชใบเลี้ยงคู่ แต่อย่าให้โดนยอดอ่อนต้นมัน จะไหม้ได้) หากมันงามเร็ว สูงเลยเอวจะมักง่ายใช้ไกลฟเสต 48 ก็ไม่ผิดวิสัย 100-120cc ต่อน้ำ 16 ลิตร ใช้หัวพ่นที่เหมาะสม พ่นให้เร็วจะตกค้างไม่มาก ถึงตอนนี้คงจะเป็นไร่มันสำปะหลังแล้วล่ะ อย่าไปลงทุนกับปุ๋ยน้ำ พวกปุ๋ยสารพัดนึกทางใบ หลักๆแล้วพืชกินอาหารทางราก หากไม่แน่ใจเรื่องการกำจัดวัชพืช (มือใหม่ห่วงตรงนี้มาก)หรืออื่นๆก็โพสต์ถามใหม่นะ ตั้งแต่ปรับปรุงเวบใหม่นี่บอร์ดเงียบเหงาเลย สมาชิกหายหน้าไปหลายท่าน หลังน้ำลดอยากคงทะยอยเข้ามา
ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ทำได้ ก็ประมาณ 5 ตันค่ะ คิดง่ายๆที่ราคาหัวมันสดกิโลกรัมละ 2 บาท ก็มีรายได้อยู่ที่ ไร่ละ 10,000 บาท (รายได้ยังไม่หักค้าใช้จ่าย) ทำกี่ไร่ก็ลองคำนวณดูนะค่ะ
แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2554 เวลา 08:23:24
ใครปลูกมันสำปะหลังโอกาสขาดทุนน่าจะมีน้อย เพราะเป็นพืชที่รัฐเข้ามาดูแลและควบคุมราคาให้
เวลานี้คิดจะปลูกมันสำปะหลังหากถามว่ามีโอกาสขาดทุนไหม มันก็มีนะครับแล้วแต่ช่วงของระยะเวลา แต่ก็มีโอกาสขาดทุนน้อยมาก เพราะมันสำปะหลังรัฐบาลเป็นผู้ควบคุมราคา ได้กำไรเยอะบ้างน้อยบ้างแล้วแต่โอกาสทองขึ้นหรือลงเท่านั้นครับ กล้าทำก็ต้องกล้าเสี่ยงครับ
ถ้าถามถึงมันสำปะหลัง คงต้องพูดกันยาว แต่พอจะสรุปสั้นๆง่ายๆให้ท่านพอเข้าใจก่อนว่า มันสำปะหลังมีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์ก็แตกต่างกันครับ วิธีการปลูกและปุ๋ยรวมถึงสภาพพื้นดินก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มันสำปะหลังได้แป้งดี ดังนั้นการตรวจสภาพดินก่อนปลูกก็สำคัญ จะทำมันให้ได้ผลดีต้องเรียนรู้ก่อนลงมือทำครับ การตัดท่อนพันธุ์มันให้ใช้เลื่อยหั่นนะครับ เอามาแช่ด้วยปุ๋ยสูตร5มูลด้วยก็จะได้ผลดีครับ จากนั้นการปลูกการที่มันจะลงหัวมากใบมันจะไม่งามมากครับแต่ไม่ได้หมายถึงใบเหี่ยวหรือไม่ดีนะครับ เอาแบบนี้ครับสนใจเรื่องมันมาสอยดาว จันทบุรี มาพบลุงยันต์ วรรณราดครับมาถามเลยว่าที่ไหนครับที่แจกหญ้าแฝกรับรองเจอลุงยันต์ครับ
ราคามันปีนี้ค่อนข้างดีนะค่ะ แต่ถ้ามีถึง 50-60 ไร่อยากแนะนำให้แบ่งปลูกอ้อยบ้างค่ะ เพราะอ้อยปลูกเพียงครั้งเดียวเราสามารถบำรุงและดูแลตออ้อยต่อได้อีกสามารถให้ผลผลิตได้ถึง 3 รุ่นค่ะ แต่ถ้าจะปลูกมันก็มีวิธีการปลูกดังนี้ การปลูกมันสำปะหลัง การเจริญเติบโตของมันสำปะหลังระยะต่าง ๆ สำคัญมาก ประโยชน์เพื่อให้เราได้ดูแลมันสำปะหลังตรงกับความต้องการ และได้ผลผลิตสูงที่สุด การเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง แบ่งเป็น 5 ระยะดังนี้ ระยะที่ 1. ระยะท่อนพันธุ์งอกและตั้งตัว อยู่ในช่วงระยะเวลา 2-3 สัปดาห์หลังปลูก ระยะที่ 2. ระยะพัฒนาทรงพุ่ม เป็นระยะที่เริ่มแตกกิ่งก้านและสร้างใบ เริ่มต้นตั้งแต่เดือนที่ 2 ระยะที่ 3. ระยะพัฒนารากและสะสมอาหาร ระยะนี้มันสำปะหลังจะลำเลียงแป้งไปสะสมไว้ที่หัว ตั้งแต่เดือนที่ 3 เป็นต้นไป ระยะที่ 4. ระยะพักตัว เป็นช่วงที่มันสำปะหลังชะงักการเจริญเติมโต และมีการทิ้งใบ หลังจากเดือนที่ 14 ระยะที่ 5. ระยะฟื้นตัว มันสำปะหลังจะนำเอาอาหารจากหัวขึ้นมาสร้างใบใหม่ การปลูกมันสำปะหลังเราจะไม่ปล่อยให้เลยไปจนถึงระยะที่ 4 ควรขุดขึ้นมาในช่วงอายุ 10 – 14 เดือน วิธีการปลูกมันสำปะหลัง และเพิ่มผลผลิตต่อไร่สูงสุด 1. การเตรียมดิน ต้องทำดินให้ร่วนซุยที่สุดเนื่องจากมันสะปะหลังเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเอาหัวที่อยู่ใต้ดิน หากดินแน่นมันสำปะหลังจะเติบโตได้ไม่ดี ทำโดยการไถผาน 3 และผาน 7 หลังจากนั้นยกร่องห่างกันหัวร่อง 1 เมตร แนะนำให้ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ร่วมกับยิปซัม อัตรา 50-100 กก.ต่อไร่ เพื่อการรองพื้นในขั้นตอนการไถยกร่อง เนื่องจากปุ๋ยอินทรีย์ อุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ครบถ้วน ประกอบด้วยจุลินทรีย์ประสิทธิภาพสูงที่ช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้น ประกอบด้วยกรดอะมิโนซึ่งเป็นอาหารที่ให้พืชนำไปใช้ได้ทันที และยิปซัมทำให้ดินไม่แน่น และยังทำให้ธาตุอาหารปลดปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ เพื่อค่อย ๆ ปลดปล่อยธาตุอาหารหล่อเลื้ยงให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีธาตุอาหารรองอีกมากมายที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เมื่อเตรียมดินแล้วให้ฉีดยาคุมวัชพืช(อะลาคลอร์) เพื่อคุมวัชพืชในช่วงแรก -ปุ๋ยอินทรีย์ + ยิปซัม + อะลาคลอร์ 2. ท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง ควรใช้ท่อนพันธุ์ที่มีอายุ 8-12 เดือน ขนาดความยาวประมาณ 30-45 เซนติเมตร การตัดท่อนพันธุ์ยาวและปักลงดินครึ่งต่อครึ่ง จะช่วยให้มันสำปะหลังเกิดหัวมากขึ้น และมีการเจริญเติบโตพัฒนาทรงพุ่มได้ดีขึ้น และสามารถเกิดใบคลุมหญ้าได้เร็ว ขจัดปัญหาเรื่องหญ้าโดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าหญ้า เนื่องจากยาฆ่าหญ้าจะทำให้มันสำปะหลังชะงักการเติบโตเป็นเวลานาน เมื่อถึงเวลาจะได้มันสำปะหลังหัวไม่โต แต่ถ้ามีหญ้าขึ้น สามารถใช้ยาฆ่าหญ้าแบบสัมผัส(พาราควอต) โดยการฉีดโคนต้น ระวังไม่ให้โดนใบได้ ก่อนปลูกแนะนำให้ใช้น้ำยาจุ่มท่อนพันธุ์มันสำปะหลังประสิทธิภาพสูง เช่น ฮิวมิคชนิดน้ำ ช่วยเร่งรากเพิ่มอาหารในท่อนพันธุ์ ช่วยในการเจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น และสำหรับพื้นที่ ๆ มีโรครา และแมลงระบาดป้องกันโดยผสมสารไธอะมีโทแซม(แมลงโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง) 4 กรัม แคปแทน(ราชั้นต่ำ) 120 กรัม และคาร์เบนดาซิม(ราชั้นสูง) 120 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร เป็นเวลานาน 5 นาที -ฮิวมิค + ไธอะมีโทแซม + แคปแทน + คาร์เบนดาซิม 3. การปลูก ให้ปลูกแบบยกร่องระยะห่างระหว่างต้น 1 เมตร ห่างระหว่างร่อง 1 เมตร หากในขั้นตอนการทำรุ่นหญ้าใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่อง ให้ขยับความห่างระหว่างร่องเพิ่มขึ้นเป็น 1.20 เมตร การปักท่อนพันธุ์ควรปักลึกลงไปประมาณ 15-20 เซนติเมตร การปลูกมันสำปะหลังนั้น หากเราเว้นระยะระหว่างต้นถี่เกินไป จะส่งผลให้มันสำปะหลังหัวไม่โต เนื่องจากหัวของมันสำปะหลังจะชนกันและหยุดการเจริญเติบโต 4.เมื่อมันสำปะหลังอายุ 1-2 เดือน ให้ไถทำรุ่นหญ้าพร้อมกับใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ใช้รถไถเล็กเข้าไประหว่างร่องเพื่อจัดการกับหญ้า เป็นการประหยัดเวลาและแรงงาน รวมถึงประยัดต้นทุนการผลิต ช่วงเดือนที่ 1 ของมันสำปะหลังเป็นระยะพัฒนาทรงพุ่ม แตกกิ่งก้าน ช่วงนี้มันสำปะหลังต้องการธาตุอาหารที่เป็นไนโตรเจนสูง ในขณะเดียวกันธาตุอาหารรองต่างๆก็ขาดไม่ได้เช่นกัน แนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย หรือปุ๋ยอินทรีย์เคมีผสมที่มีไนโตรเจนสูง เพื่อให้ใบพัฒนาต่อไป - ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตัวหน้าสูง หรือปุ๋ยยูเรีย การฉีดพ่นทางใบช่วงระหว่างเดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 3 การฉีดพ่อทางใบหรือการใช้น้ำทางใบ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการส่งเสริมให้ต้นมันสำปะหลังแข็งแรง ปลอดโรคและแมลง และยังส่งเสริมใช้มันสำปะปลังมีใบคลุมหญ้าได้เร็วโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าหญ้า ช่วงนี้ แนะนำให้ฉ ฮิวมิคน้ำ เพื่อให้ลำต้นแข็งแรงมากขึ้นร่วมกับยาฆ่าแมลง หรือยารักษารา ในกรณีพี่พบอาการ แต่ถ้าเป็นช่วงฝนตก อาจใช้ฮิวมิคชนิดเม็ด หรือผลก็เพียงพอ เพื่อลดต้นทุนการผลิต -ฮิวมิคน้ำ , ฮิวมิคเม็ด หรือผง , Zn -ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา 5. ช่วง 3-6 เดือนระยะสะสมแป้งของมันสำปะหลัง ระยะนี้มันสำปะหลังจะเริ่มดึงธาตุอาหารจากใบ ลำเลียงผ่านทางลำต้นเพื่อนำไปสะสมเป็นหัวมันสำปะหลัง เราควรให้ธาตุอาหารที่มีโปแตสเซียมสูง เนื่องจากโปแตสเซียมมีส่วนช่วยในการขยายท่อลำเลียงอาหาร และทำให้ขบวนการลำเลียงอาหารมาสะสมที่หัวมันสำปะหลังเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ ช่วงนี้แนะนำให้ใส่ปุ๋ยเร่งลงหัว เช่น 18-4-20 หรือ สูตรที่มีครบทุกตัวโดยตัวท้ายสูงที่สุด จะส่งผลให้มันสำปะหลังมีขนาดหัวใหญ่ขึ้น และยังช่วยปรับปรุงดินให้ดีขึ้นสำหรับการปลูกในฤดูการถัดไป การฉีดพ่นทางใบในช่วงนี้ ถ้ามีแมลง หรือโรค ให้ฉีดรักษาตามอาการ ร่วมกับฮอร์โมนลงหัว จะช่วยให้หัวใหญ่ยิ่งขึ้นมาก -ปุ๋ยเร่งหัว , ฮอร์โมนเร่งหัว -ยาฆ่าแมลง ,ยารักษารา 6.ช่วงเดือนที่ 10-12 ให้ทำการเก็บเกี่ยว
10ปากว่าไม่เท่าตาเห็น 10มือทำ ยังไม่รู้ว่าจะใด้ผลผลิต ราคามันสำประหลัง ขึ้นๆลงๆในแต่ละปีครับ เอาแน่นอนไม่ใด้ อย่างต้นปี54นั่นราคาที่3.60 แต่ตอนเดือนตลาคม54ฝนตกหนักทำให้หลายๆพืนทีหัวมันเน่าเสีย[ภาษาชาวบ้านตกหล่ม]ต้องรีบขุด ทำให้ราคาอยู่ที่1.80สตางค์ กรุณาอย่าถามว่า1ไร่จะใด้ผลผลิตเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับสภาพพืนดินในแต่ละที่ ปลุกในดินไม่ดีก้อตกที2-3ตันต่อไร่ส่วนมากจะอยู่ราวๆนี้ หาใครบอกว่าปลูกใด้10ตันขึ้น ดินต้องดีมากพอสมควร+กับการดูแล่ที่ดี ผมขอแนะนำว่าอย่าปลูกมันสำประหลังอย่างเดียวในพืนที่60ไร่ ให้แบ่งปลุก อ้อย20ไร่ มันสำประหลัง20ไร่ ข้าวโฟด10ไร่ อืนๆ10ไร่จะทำให้เราว่าปลูกพืชแบบใหนดีสุดในพืนที่ของเรา
ถึงคุณweerayut11คุณคิดถูกแล้วที่จะมาปลูกพืชพลังงานทดแทนคือมันสำปะหลัง ในอนาคตราคามันสำปะหลังไม่ต่ำกว่า2000บาทต่อตันครับเพียงแต่เราจะทำอย่างไรให้ได้ผลผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า10ตันครับซึ่งผมได้ทดลองปลูกมันสำปะหลังตามวิธีการบำรุงและดูแลของผมผลผลิตที่ได้เฉลี่ยไร่ละ12ตันครับซึ่งในฤดูกาลหน้าผมตั้งใจที่จะทำให้ได้ไร่20ตันครับ
ราคาของมันสำปะหลังปีหน้าราคาจะดีขึ้นนะคะ ปลูกเยอะๆได้ยิ่งดีเลย
ขอขอบคุณจากใจครับ มีคำถามอีกครับ เพราะผมยังใหม่ ขอความรู้เพิ่มเติมนะครับ 1 ไร่ใช้กิ่งพันธุ์ประมาณเท่าไหร่ครับ แล้วเขาขายกันกิ่งละเท่าไหร่ครับ เพื่อจะได้มาประมาณการล่วงหน้ารอ เพื่อจัดหางบประมาณ
ถึงคุณweerayut11การปลูกมันสำปะหลัง1ไร่ใช้ท่อนมันประมาณ1600ท่อนหรือประมาณ250ต้น ซึ่งราคากิ่งพันธุ์นั้นอยู่ที่สายพันธุ์ครับราคาเริ่มตั้งแต่1.50-15บาทครับ และตอนนี้ผมกำลังรับสมัครเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังเข้าร่วมโครงการปลูกมันไร่ละ10ตันขึ้นไปเพื่อส่งให้กับโรงงานผลิตเอทานอลสนใจเข้าร่วมโครงการโทรติดต่อผมได้ครับโทร0864416906
ไทยเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังที่สำคัญที่สุดในเอเชีย โดยมีสัดส่วนร้อยละ 37 ของ ผลผลิตมันสำปะหลังในเอเชียทั้งหมด และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมากที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการส่งออกเฉลี่ยถึงร้อยละ 80 ของการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังรวมทั้งหมด ของโลก แนวโน้มราคาสินค้าเกษตรปี 2554 ตามบทวิเคราะห์ของหอการค้าไทย ระบุชัดว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้นสูงอีก 10% เนื่องจากยังมีความต้องการจากตลาดอยู่อีกมาก หนึ่งในนั้นคือมันสำปะหลัง ตลาดโลกมีความต้องการมันสำปะหลังกว่า 30 ล้านตันต่อฤดูการผลิต ขณะที่ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกอันดับหนึ่ง สามารถป้อนผลผลิตเข้าสู่ตลาดได้เพียง 20 ล้านตันเท่านั้น
ถ้าคุณอยากทราบรายละเอียด จุลินทรีย์ฮอร์โมนระเบิดหัวมันหรือจุลินทรีย์อาหารหลัก 5 หมู่ เมล์มาที่ max_rung@hotmail.com ยินดีให้คำแนะนำ
ราคามันสำประหลังช่วงนี้กำลังดีนะค่ะ เพราะประเทศคู่แข็งขันก็ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่าง ๆ ทำให้ตลาดมีความต้องการเป็นอย่างมาก
เคยได้ข้อมูลจากผมไปหรือยัง เรื่่องเทคนิคการปลูกมันให้ได้ 10 ตันต่อไร่ ถ้ายังก็ส่งเมล์ให้ผมนะ จะจัดส่งข้อมูลไปให้ ไม่คิดตังค์ แต่อยากให้ได้ตังค์ เยอะ ๆ กับผลผลิตที่เราสร้างขึ้น
ดีมาก ขอเป็นกำลำใจให้นะครับ
หัวใจของการปลูกมันสำปะหลังสูตร 80 ตันต่อไร่ ประกอบด้วย 4 กระบวนการ ที่ทำหน้าที่สัมพันธ์กันเป็นวงจร เพื่อดูแลหล่อเลี้ยงต้นอ้อยให้เติบโตสมบูรณ์ คือ 1. ดิน 2. พันธุ์มันสำปะหลัง 3. น้ำ 4. ปุ๋ยคุณภาพสูง โดยมีวิธีการปลูกดังนี้ - การเตรียมดิน เนื่องจากดินเป็นตัวกำหนดการเจริญเติบโตของมันสำปะหลัง การศึกษาเรื่องของดินอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ทำให้ทราบว่า ดินที่อ้อยต้องการ จะต้องมีคุณสมบัติครบ 4 ประการ คือ น้ำ อากาศ อินทรียวัตถุ และแร่ธาตุ ดังนั้น การเตรียมดินจะต้องใช้ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดิน,ซิลิคอน ผสมกันในอัตราที่เหมาะสม เพื่อทำให้ดินมีอินทรียวัตถุมากขึ้น สภาพพื้นที่ที่ใช้ปลูกสามารถระบายน้ำได้ดี มีแหล่งน้ำที่สะอาด อยู่ในมาตรฐาน หรือเป็นแหล่งน้ำชลประทาน(ในกรณีใช้น้ำหยด) การเตรียมดิน เนื่องจากมันสำปะหลัง เป็นพืชใช้รากกักเก็บอาหารหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหัวมัน การเตรียมดินนับว่ามีบทบาทสำคัญมาก ชาวไร่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ การไถ ควรไถขณะดินยังมีความชื้นพอที่จะปฏิบัติไถพรวนได้สะดวก ควรใช้เครื่องไถระเบิดดินดาน (subsoiler) หรือไถสิ่ว (ripper) ไถแบบตาหมากรุกเพื่อให้ดินนั้นเก็บน้ำไว้มากขึ้นภายหลังฝนตกและดินระบายน้ำได้ดีแล้ว ยังทำให้รากสามารถหยั่งลึกได้มากขึ้นอีกขณะเดียวกัน ถ้าพื้นดินอยู่ในสภาพที่ขาดน้ำก็จะเป็นทางให้มันสำปะหลัง ใช้น้ำใต้ดินได้อีกด้วย เมื่อไถระเบิดดินชั้นล่างแล้วก็ตามด้วยไถจาน ๓ อีก ๓-๔ ครั้ง คือ ไถดะ ๑ ครั้ง แล้ว ไถแปรอีก ๑-๒ ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดินและฤดูกาลที่ปลูก สำหรับการปลูกต้นฝน อาจไม่จำเป็นต้องเตรียมดินให้ละเอียดมากนัก แต่ถ้าเป็นการปลูกปลายฝนการเตรียมดินให้ละเอียดเป็นสิ่งจำเป็นการไถควรไถให้ลึกมาก ๆ เพื่อให้สามารถเปิดร่องได้ลึก ข้อที่ต้องระวังในการเตรียมดินก็คือ ไถในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะวิธีง่ายที่สุดที่จะทราบว่าดินนั้นมีความชื้นพอเหมาะหรือไม่ก็คือเอาดินในชั้นที่จะมีการไถใส่ฝ่ามือ แล้วกำพอแน่นแบมือออก ถ้าดินมีความชื้นพอเหมาะ จะจับกันเป็นก้อนในลักษณะพร้อมที่จะแตกออกเมื่อมีอะไรมากระทบ ดินที่มีความชื้นน้อยเกินไปก็จะแข็งมากไถลำบาก ถ้าดินมีความชื้นมากเกินไปก็จะจับกันเป็นก้อน นอกจากนี้ถ้าเป็นพื้นที่ลาดเอียง การปฏิบัติต่าง ๆ ในการเตรียมดินต้องกระทำในทิศทางตั้งฉากกับความลาดเอียงเสมอ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดการกร่อนของดินเนื่องจากน้ำ การปรับระดับ เมื่อไถเสร็จแล้วควรปรับระดับพื้นที่ให้ราบเรียบพอสมควร และให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยทางใดทางหนึ่งที่จะสะดวกต่อการให้น้ำและระบายน้ำ ในกรณีที่ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนการปรับระดับจะทำให้น้ำไหลช้าลงช่วยลดการชะกร่อนได้อีกทางหนึ่งด้วย ในที่บางแห่งซึ่งมีความลาดเอียงค่อนข้างมากอาจต้องทำคันดินกั้นน้ำเป็นตอน ๆ ตัดขวางทางลาดเอียง พร้อมทั้งมีร่องระบายน้ำด้วย ทั้งคันดินและร่องน้ำควรให้มีความลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อให้น้ำไหลช้าลง บริเวณที่ลาดเอียงมากไม่ควรใช้ปลูกอ้อย การยกร่อง หรือการเปิดร่องสำหรับปลูกมันสำปะหลัง (ยกตัวอย่างแปลงปลูก 40x40 เมตร(1ไร่) ไถเปิดร่องแล้วใส่ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีส่วนผสมสารเพิ่มผลผลิต Active ซิลิคอนรองฟื้น 2.5 กิโลกรัม/แถว แล้วจึงไถกลบปุ๋ยเพื่อทำแปลงปลูก กว้าง 80 เซนติเมตร 1ไร่จะได้ 40 ร่อง 1ร่องจะปลูกได้ 40 ต้น รวม 1ไร่จะปลูกได้1600 ต้น คุณต้องการกี่ตันต่อไร่ 20,40,60,80,100 ตัน มีวิธีปลูก2 แบบยินดีให้คำปรึกษา โทร 0824590346 อ.อนันต์ อัคราช วิธีการปลูก แบบที่1วิธีการปลูกมันแบบคอนโด 1. การเตรียมท่อนมันสำปะหลัง ต้องเลือกท่อนมันที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยดูจากอายุท่อนพันธุ์ที่จะนำมาขยาย ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มาจากต้นที่มีอายุ 8-15 เดือน แต่อายุท่อนพันธุ์ที่จะให้ผลดีที่สุดต้องมีอายุ 12 เดือน 2. เลือกท่อนมันที่มีตาถี่ มีความสมบูรณ์เท่าๆกัน ตัดให้ยาว 25-30 ซม. 3. ปาดตาออกจนถึงเยื่อเจริญ ท่อนละประมาณ 3-5 ตา แล้วนำท่อนมันสำปะหลังไปแช่สารเพิ่มผสมผลิตทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก เพราะสารเพิ่มผสมผลิตจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต 4. ปลูกลงตรงๆ ระยะหว่าง 1x1 เมตร แบบที่ 2 1. การเตรียมท่อนมันสำปะหลัง ต้องเลือกท่อนมันที่มีความสมบูรณ์มากที่สุด โดยดูจากอายุท่อนพันธุ์ที่จะนำมาขยาย ควรเลือกท่อนพันธุ์ที่มาจากต้นที่มีอายุ 8-15 เดือน แต่อายุท่อนพันธุ์ที่จะให้ผลดีที่สุดต้องมีอายุ 12 เดือน 2. เลือกท่อนมันที่มีตาถี่ มีความสมบูรณ์เท่าๆกัน ตัดให้ยาว 20 ซม. 3. นำท่อนมันสำปะหลังไปแช่สารเพิ่มผสมผลิตทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที เพื่อเป็นการเร่งราก เพราะสารเพิ่มผสมผลิตจะช่วยเร่งการเจริญเติบโต 4. ปลูกลงตรงๆ ระยะหว่าง 1x1 เมตร
วิธีการปลูก การปลูกมันสำปะหลังนิยมใช้ท่อนพันธุ์ โดยตัดลำต้นให้เป็นท่อนยาว 15-20 เซนติเมตร เลือกใช้ต้นพันธุ์ที่แก่มีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป การปลูกมันสำปะหลังทำได้โดยนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้ปักลงในดินให้ลึกประมาณ 2/3 ของท่อนพันธุ์ ควรระวังอย่าปักส่วนยอดลงดินเพราะตาจะไม่งอก การปักตรง 90 องศา หรือปักเฉียง 45 องศากับพื้นดิน ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน และมันสำปะหลังจะงอกเร็ว สะดวกต่อการกำจัดวัชพืชและปลูกซ่อม และลงหัวด้านเดียวเป็นกลุ่ม ง่ายต่อการเก็บเกี่ยว ควรให้ระยะปลูกอยู่ที่ประมาณ 80 x 100 เซนติเมตร ปลูกได้ตั้งแต่ช่วงต้นฝนถึงปลายฝน หรือในขณะที่ดินมีความชื้น มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถขึ้นได้ง่ายเพียงมีความชื้นเล็กน้อย การใส่ปุ๋ย แบ่งการใส่ปุ๋ยเป็นสองรอบเพื่อให้เหมาะสมต่อความต้องการสารอาหารของพืชซึ่งแตกต่างกันไปแต่ละช่วงเวลา ใช้สูตรที่2 : สำหรับปาล์มน้ำมันและพืชผักผลไม้ ปริมาณ 60-80 กก./ไร่ การใส่ปุ๋ยครั้งแรก ช่วงระยะเวลาเร่งต้น การใส่ปุ๋ยครั้งที่สอง ช่วงระยะเวลาในการเร่งหัวมันสำปะหลัง ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว มันสำปะหลังได้เปรียบพืชไร่ชนิดอื่นที่สามารถยืดหยุ่นอายุการเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป เกษตรกรจะเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังตามความจำเป็น เช่น ราคาในขณะนั้น และแรงงาน แต่โดยปกติจะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 10-12 เดือน เพราะผลผลิตมันสำปะหลังจะมากขึ้นตามอายุที่เพิ่มขึ้น หลังจากเก็บเกี่ยวหัวมันสำปะหลัง ต้องตัดเหง้าและต้นออก และรีบส่งหัวมันสดเข้าโรงงานทันที หรืออย่างช้าไม่เกิน 3 วัน มิฉะนั้นหัวมันจะเริ่มเน่า ส่วนลำต้นต้องเก็บทันทีเพื่อใช้ทำพันธุ์ต่อไป โดยนำไปกองรวมกันแบบตั้งขึ้นให้โคนติดพื้นดินส่วนยอดตั้งขึ้นในร่ม วิธีนี้สามารถเก็บต้นได้นานถึง 30 วัน ส่วนของกิ่ง ก้าน และใบ และในส่วนที่เป็นวัสดุตอซังให้สับกลบลงสู่ดินทุกครั้งหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุให้แก่ดิน
คุณลักษณะผลิตภัณฑ์ เป็นสารอินทรีย์ชนิดเข้มข้นประเภทสารอาหารพืชสกัดได้จากแหล่งธรรมชาติตาม กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เช่น สกัดจากส่วนต่างๆของต้นพืช วัตถุดิบในการผลิต สั่งนำเข้าจากต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบและยอมรับกันทั่วโลกแล้วว่าสามารถนำมาใช้ได้ ผลดีกับพืชทุกชนิด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้างในผลผลิตและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม คุณสมบัติ ไฮโกรเอส ไฮโกรแอล 1. ไม่ใช่สารชีวภาพประเภทจุลินทรีย์หมักหรือสกัดได้จากส่วนของกระดองปูหรือเปลือกกุ้งแต่อย่างใด 2. เป็นเนื้อสารเข้มข้นมีสารอาหารพืชต่างๆครบถ้วนตามที่พืชต้องการรวมอยู่เป็นเนื้อสารเดียวกัน 3. ช่วยลดต้นทุนการใช้สารอื่นๆมาใช้ผสมร่วมเกินความจำเป็น 4. ดูดซึมได้รวดเร็ว พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที 5. สามารถผสมฉีดพ่นร่วมกับสารป้องกันกำจัดแมลงและสารกำจัดโรคได้ทุกประเภทโดยไม่เสื่อมฤทธิ์ 6. ไม่จับตัวตกตะกอนแข็งและไม่จับก้อนเป็นวุ้นเมื่อผสมร่วมกับสารอื่นๆ 7. มีคุณประโยชน์ข้อดีกับต้นพืชมากกว่าเกิดโทษ 8. ใช้ได้กับทุกช่วงระยะการเจริญเติบโตของต้นพืช ประโยชน์ \\\\\\\"ไฮโกรS-L\\\\\\\" • ใช้เพื่อฟื้นสภาพต้นให้สมบูรณ์ พืชไม่่โทรมง่ายเช่น หลังจากมีเพลี้ย,หนอนหรือโรคระบาดเข้าทำลาย • ใช้เพื่อทดแทนสารอาหาร ขณะที่พืชวิกฤติหาได้ไม่เพียงพอจากธรรมชาติ • ใช้เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ ให้กับทุกส่วนของต้นพืช เช่น ส่วนราก ยอด ดอกและผล • ใช้เพื่อให้ต้นพืชปรับสภาพทนทานและต้านทานต่อสภาพอากาศร้อนหรือหนาว • ช่วยสร้างผนังเซลล์พืชให้แข็งแรง สามารถช่วยต้านทานต่อโรคและแมลง สนใจติดต่อ 084 -6458981 ลูกเกด
วิธีการเพาะปลูกมันสำปะหลังที่เหมาะสม 1. การเตรียมดิน หากดินที่ทำการเพาะปลูกมันติดต่อกันหลายปี ควรปรับปรุงดิน เพื่อรักษาระดับผลผลิตในระยะยาว ด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักเปลือกมันชนิดเก่าค้างปี (จากโรงแป้งทั่วไป) ที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ ปลูกพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ หมุนเวียนบำรุงดิน ในกรณีที่พื้นที่ประเภทหญ้าคา ควรใช้ยาราวด์อัพหรือเครือเถาต่าง ๆ ควรใช้ยาสตาร์เรน ฉีดพ่นยาจำกัดเสียก่อนการไถ จากนั้นไถครั้งแรกโดยไถกลบวัชพืชก่อนปลูกด้วยผาน 3 (อย่าเผาทำลายวัชพืช) ให้ลึกประมาณ 20-30 ซม. แล้วทิ้งระยะไว้ประมาณ 20-30 วัน เพื่อหมักวัชพืชเป็นปุ๋ยในดินต่อไป ไถพรวนด้วยผาน 7 อีก 1-2 ครั้ง ตามความเหมาะสม และรีบปลูกโดยเร็ว ในขณะที่ดินยังมีความชื้นอยู่ 2. การเตรียมท่อนพันธุ์ ใช้ท่อนพันธุ์มันที่สด อายุ 10-12 เดือน ตัดทิ้งไว้ไม่เกินประมาณ 15 วัน โดยติดให้มีความยาวประมาณ 20 ซม. มีตาไม่น้อยกว่า 5 ตา เพื่อป้องกันเชื้อราและแมลง ควรจุ่มท่อนพันธุ์ในยาแคปแทน 1.6 ขีด (160 กรัม) ผสมร่วมกับมาลาไธออน 20 ซีซี ในน้ำ 20 ลิตร ประมาณ 5 นาที ก่อนปลูก 3. การปลูก ปลูกเป็นแถวแนวตรง เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษาและกำจัดวัชพืช โดยใช้ระยะระหว่างแถว 1.20 เมตร ระยะระหว่างต้น 80 ซม. และปักท่อนพันธุ์ให้ตั้งตรงลึกในดินประมาณ 10 ซม. 4. การฉีดยาคุมเมล็ดวัชพืช สำหรับการปลูกในฤดูฝนสภาพดินชื้น ควรฉีดยาคุมวัชพืชด้วยยาไดยูรอน (คาแม็กซ์) หลังจากการปลูกทันที ไม่ควรเกิน 3 วัน หรือก่อนต้นมันงอก หากฉีดหลังต้นมันงอก อาจทำให้ต้นมันเสียหายได้ ใช้ยาในอัตรา 6 ขีด (600 กรัม) ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นได้ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง 5. การกำจัดวัชพืชและการใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 1 ประมาณ 30-45 วัน หลังการปลูก โดยใช้รถไถเล็กเดินตาม หรือ จานพรวนกำจัดวัชพืช ติดท้ายรถแทรกเตอร์ พร้อมทั้งใส่ปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 25-50 กก./ไร่ ห่างจากต้นมัน 1 คืบ (20 ซม.) จากนั้นใช้จอบกำจัดวัชพืชส่วนที่เหลือ พร้อมกับกลบปุ๋ยไปด้วย หรือใส่ปุ๋ยโดยการขุดหลุม ห่างจากโคนต้น 1 คืบ แล้วกลบดินตามก็ได้ ข้อสำคัญควรใส่ปุ๋ยขณะที่ดินมีความชื้นอยู่ กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 2 ประมาณ 60-70 วัน หลังการปลูก โดยปฏิบัติเช่นเดียวกันกับครั้งแรก กำจัดวัชพืช ครั้งที่ 3 ตามความจำเป็น โดยใช้จอบถาก หรือฉีดพ่นด้วยยากรัมม๊อกโซน (ควรใช้ฝากครอบหัวฉีด เพื่อป้องกันไม่ให้ยาโดนตาและลำต้นมัน) 6. การเก็บเกี่ยว ทำการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังในช่วงอายุที่เหมาะสม คือ ประมาณ 10-12 เดือน พร้อมทั้ง วางแผนการเตรียมท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อการปลูกในคราวต่อไปส่วนของต้นมันสำปะหลังที่ไม่ใช้ เช่น ใบ กิ่ง ก้าน หรือ ลำต้น ควรสับทิ้งไว้ในแปลง เพื่อให้เป็นปุ๋ยพืชสดในดินต่อไป
แจกซีดี วิธีการปลูกมันสัมปะหลัง ให้ได้ผลอย่างมหัศจรรย์ ซีดีแผ่นนี้แจกแก่เกษตรกรผู้ผลิตมันสัมปะหลัง แจกฟรี (เป็นธรรมทาน) และได้ผลจริง พิสูจน์ได้ เพื่อเพิ่มผลิตให้ดีขึ้น ลดต้นทุนได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ผลผลิตจะดีขึ้นมากกว่าปกติถึง3เท่า เนื้อหาในแผ่นเป็นความลับจากงานวิจัย ท่าน ใดสนใจอยากได้ซีดีไปศึกษาติดต่อผมได้โดยตรง ผมจะส่งให้ทางไปรษณีย์ ไม่มีค่าใช้จ่าย ใดๆทั้งสิ้น เพื่อเป็นหนทางหนึ่งให้เกษตรกรไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น ซีดีมีจำนวนจำกัดนะครับ ยินดีให้คำแนะนำ ติดต่อ นัทธ์พิภัช 088-5788821 e:mail : nutpiphat.team@gmail.com