โทษหรือข้อเสียของรางจืด
โบ
 วัน / เวลา : 2011-03-29 10:05:03
ข้อเสีย ข้อดี รูปแบบการนำมาใช้ รางจืด
  IP : (110.77.178.114)
แสดงความคิดเห็น

jida
 Posted : 2011-03-29 11:12:53   IP : (223.207.152.73)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Thumbergia laurifolia Lindl.

วงศ์ : Acanthaceae

ชื่ออื่น : กำลังช้างเผือก ขอบชะนาง เครือเขาเขียว ยาเขียว (ภาคกลาง) คาย รางเย็น (ยะลา) จอลอดิเออ ซั้งกะ ปั้งกะล่ะ พอหน่อเตอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ดุเหว่า (ปัตตานี) ทิดพุด (นครศรีธรรมราช) น้ำนอง (สระบุรี) ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้เลื้อย/ไม้เถา เนื้อแข็ง ใบ ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบมนเว้า มีเส้น 3 เส้นออกจากโคนใบ ดอก มีสีม่วงอมฟ้า ออกเป็นช่อห้อยลงตามซอกใบ ใบประดับสีเขียวประแดง กลีบเลี้ยงรูปจาน ดอกรูปแตรสั้น โคนกลีบดอกสีเหลืองอ่อน เชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 4 อันผล เป็นฝักกลม ปลายเป็นจะงอย เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก
ส่วนที่ใช้ : ใบ ราก และเถาสด

สรรพคุณ : รางจืดที่มีประสิทธิภาพ คือรางจืดชนิดเถาดอกม่วง

รากและเถา - รับประทานแก้ร้อนใน กระหายน้ำ

ใบและราก - ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้ เป็นยาพอกบาดแผล น้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ทำลายพิษยาฆ่าแมลง พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินไป หรือยาเบื่อชนิดต่างๆ เข้าสู่ร่างกายโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เช่น ติดอยู่ในฝักผลไม้ที่รับประทาน เมื่ออยู่ในสถานที่ห่างไกล การนำส่งแพทย์ต้องใช้เวลา อาจทำให้คนไข้ถึงแก่ชีวิตได้ ถ้ามีต้นรางจืดปลูกอยู่ในบ้าน ใช้ใบรางจืดไม่แก่ไม่อ่อนเกินไปนัก หรือรากที่มีอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป และมีขนาดเท่านิ้วชี้ มาใช้เป็นยาบรรเทาพิษเฉพาะหน้าก่อนนำส่งโรงพยาบาล (รากรางจืดจะมีตัวยามากกว่าใบ 4-7 เท่า) ดินที่ใช้ปลูก ถ้าผสมขี้เถ้าแกลบหรือผงถ่านป่น จะช่วยให้ต้นรางจืดมีตัวยามากขึ้น

วิธีใช้ :

ใบสด
สำหรับคน 10-12 ใบ
สำหรับวัวควาย 20-30 ใบ
นำใบสดมาตำให้ละเอียดผสมกับน้ำซาวข้าวครึ่งแก้ว คั้นเอาแต่น้ำดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจให้ดื่มซ้ำได้อีกใน 1/2 - 1 ชั่วโมงต่อมา

รากสด
สำหรับคน 1-2 องคุลี
สำหรับวัวควาย 2-4 องคุลี
นำรากมาฝนหรือตำกับน้ำซาวข้าว แล้วดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจใช้ซ้ำได้อีกใน 1/2 - 1 ชั่วโมง ต่อมา

คำเตือน : การใช้รางจืดสำหรับถอนพิษยาฆ่าแมลง ยาพิษและสตริกนินนั้น ต้องใช้ยาเร็วที่สุดเท่าที่จำทำได้ จึงจะได้ผลดี ถ้าพิษยาซึมเข้าสู่ร่างกายมากแล้ว หรือทิ้งไว้ข้ามคืน รางจืดจะได้ผลน้อยลง
 
 Comment : 1
กลับขึ้นด้านบน

โตเกียว
 Posted : 2011-03-29 12:04:17   IP : (113.53.168.131)
อย่าชะล่าใจคิดว่ารางจืดแก้ทุกอย่างได้ อย่างไรเสียยาแพทย์แผนปัจจุบันก็จำเป็นต้องใจนะครับ
 
 Comment : 2
กลับขึ้นด้านบน

เฉาก๊วยโบราณ
 Posted : 2011-03-29 14:00:58   IP : (223.207.170.134)
รางจืด เป็นสมุนไพรไทยที่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์ว่า มีสรรพคุณ แก้ท้องร่วง อาการแพ้ ผื่นคัน แก้พิษยาฆ่าแมลงในสัตว์ แก้พิษจากสารในยา กำจัดศัตรูพืช แก้พิษเคมี พิษเบื่อเมา พิษแอลกอฮอล์ พิษสุราเรื้อรัง พิษสะสม ในร่างกาย ไข้ร้อนใน ฯลฯ ตำราสมุนไพรไทย กล่าวว่ารางจืดเป็นตัวยารสเย็น ใช้ได้ทั้ง ใบ ราก เถา ตำคั้นน้ำ หรือในตำรับยาไทยบางตำรับจะใช้น้ำซาวข้าวเป็นน้ำ กระสายยา เพื่อให้ฤทธิ์ยาแล่นเร็ว น้ำซาวข้าวจะนำตัวยาจับเม็ดเลือดเข้าสู่กระแสเลือดเร็ว กินเพียงสองครั้งก็เห็นผลในการใช้ดื่มถอนพิษ ทั้งที่เป็นพิษจากยาฆ่าแมลง อาหารเป็นพิษ พิษจากเมาสุรา ทั้งนี้เพราะสรรพคุณของรางจืดจะเปลี่ยนกรดหรือด่างในร่างกายที่เป็นพิษให้ เป็นกลาง และเมื่อสารยาของรางจืดซึมเข้าไประบบประสาทในเส้นเลือด ไปปะทะกับพิษยา หรือสารพิษต่างๆในร่างกาย มันจะทำลายพิษเหล่านั้นให้เป็นกลางในเวลาอันรวดเร็ว ไม่เกิน ๔๕ นาที

ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตต่ำควรใช้รางจืดด้วยความระมัดระวัง ผู้ป่วยโรคหอบหืด และหญิงตั้งครรภ์ควรใชสารสกัดน้ำจากใบแห้ง ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงเรื่องการกดประสาท หรือระบบไหลเวียนเลือด
 
 Comment : 3
กลับขึ้นด้านบน

เกษตรมือใหม่
 Posted : 2011-03-29 16:29:10   IP : (223.207.165.175)
อยากเอาไปใส่ในโรงผลิตเหล้า ทั่วโลกจัง มันจะใด้กลายเป็นน้ำเปล่ามีกลิ่น คนจะใด้เลิ่กกินเหล้าซะที โดยเฉพราะผมเอง
 
 Comment : 4
กลับขึ้นด้านบน

นายจืด
 Posted : 2011-03-30 10:23:52   IP : (180.180.56.38)
อยากทราบว่าเอาส่วนไหนของรางจืดมาเพาะปลูกครับ
 
 Comment : 5
กลับขึ้นด้านบน

แบม
 Posted : 2011-03-30 10:32:29   IP : (110.77.178.32)
สรรพคุณที่ฮิตที่สุดของรางจืดในปัจจุบันที่รู้จักกันแพร่หลาย เห็นทีจะไม่พ้นการเมาค้าง หรือดื่มหนัก (ไม่ขับ) โดยมีวิธีกินว่ากันตามแบบฉบับคลาสสิค ก็ใช้ได้ทั้งการกินสด ๆ และแห้ง คือ เอาใบสด 4-5 ใบ ใส่ครกตำผสมน้ำ ถ้าได้น้ำซาวข้าวยิ่งดี แล้วคั้นเอาน้ำดื่ม หรือจะใช้ส่วนที่เป็นราก และเถารางจืดสดตำคั้นก็ได้ ส่วนวิธีแห้ง ซึ่งเป็นที่นิยมในเวลานี้คือ การนำใบแห้งมาตากทำเป็นชาชงกับน้ำดื่ม เหมือนชงชาจีน
ปัจจุบันมีผู้นำชารางจืดออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ใบชา หรือถุงชาในแพ็คเกจสวยหรูดูดีหลายราย และยังทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรสำเร็จรูป ซึ่งเป็นของกลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ชุมชน หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ราคาย่อมเยา สามารถชงดื่มได้ทันที หาซื้อได้ทั่วไป ลองไปอุดหนุนกันหน่อยเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ของพี่น้องไทยกันเอง
 
 Comment : 6
กลับขึ้นด้านบน

คนเกษตร
 Posted : 2011-03-30 12:33:07   IP : (118.172.15.154)
เคยอ่านเจอในงานวิจัย เรื่อง การทดสอบความเป็นพิษของน้ำสกัดใบรางจืด ในหนูขาว ผล คือ การดื่มชารางจืดไม่เป็นพิษทันทีทันใด แต่การดื่มในระยะเวลานานอาจมีผลต่อตับ ไต และระบบเลือดได้

http://www.medplant.mahidol.ac.th/publish/journal/ebooks/j10(2)23-36.pdf
 
 Comment : 7
กลับขึ้นด้านบน

ลุง หมอเมือง
 Posted : 2011-03-31 09:55:15   IP : (183.89.210.60)
ความแรงของยา
ราก เถา ใบ ตามลำดับ
ผู้ใช้สารเคมีควรต้มกิน2-3วันหลังใช้สารเคมีที่มีพิษ
เช่น ฮอร์โมน ยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงและยากำจัดโรคพืช

ขยายพันธ์
ชำเถาแก่ เพาะเมล็ด
 
 Comment : 8
กลับขึ้นด้านบน

㺵ͧ
 Posted : 2011-04-01 10:19:30   IP : (182.53.147.0)
รางจืด นิยมขยายพันธุ์โดยวิธีการปักชำ โดยจะตัดลำต้นที่มีตาติดอยู่ 5-6 ตา ยาวประมาณ 20-30 ซม. มาปักชำ หรือใช้เมล็ดแก่คือ ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ให้เก็บเมล็ดรางจืดมาตั้งแต่ฝักยังไม่แตก แล้วนำมาใส่ใน กระด้ง เพื่อป้องกันเมล็ดรางจืดแตกกระเด็น อัตราการใช้เมล็ดรางจืดต่อไร่ มีคำแนะนำให้ใช้อัตราต่อไร่ ประมาณ 3,000-5,000 ตัน/ไร่
 
 Comment : 9
กลับขึ้นด้านบน

Mee
 Posted : 2011-04-22 10:15:47   IP : (125.26.26.206)
เห็นสรรพคุณแล้ว อยากปลูกมั่งจัง ว่าแต่จะไปหาพันธุ์ได้ที่ไหน ...
 
 Comment : 10
กลับขึ้นด้านบน

1


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ
ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ
ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ admin@rakbankerd.com เพื่อให้ผู้ควบคุม
ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป