อยู่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จะปลูกพืชยางพารา ได้ไหมครับ
อนุพันธ์
 วัน / เวลา : 2009-12-11 17:31:34
ถ้าได้ไม่ทราบว่าจะไปขายยางได้ที่ไหนแถวๆนั้น ไม่ค่อยเห็นมีใครปลูก เพราะปลูกผักแล้วโดนกดราคามากเลยครับ สู้ไม่ไหว ขอบคุณครับ
  IP : (58.8.127.251)
Mail to อนุพันธ์
แสดงความคิดเห็น

ลุงอรรถ อาชีพขับรถ
 Posted : 2009-12-11 17:53:21   IP : (110.164.143.62)
อู่ทอง สุพรรณ ที่ลุ่มทำนากันเป็นส่วนใหญ่
ยางไม่ชิบที่ลุ่มน้ำขังและดินเหนียวจัด
หากรวมกันปลูกสัก2-3ร้อยไร่ก็รวมกันไปขายขายที่ชลหรืระยองได้
แต่ถึงอย่างไรก็ไม่แนะนำให้ปลูกในที่ลุ่มระดับน้ำสูง
 
 Comment : 1
กลับขึ้นด้านบน

kieRBR14
 Posted : 2009-12-11 18:30:04   IP : (180.180.54.197)
ผมก็ไม่เห็นว่าพื้นที่เป็นอย่างไร เกิดมาก็ไม่เคยไปจ.สุพรรณบุรีครับ แนะนำได้เพียงว่า
พื้นที่ที่เหมาะแก่การปลูกยางพาราไม่ควรอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลเกิน 200 เมตร และไม่ควรมีความลาดเทเกิน 45 องศา หากจะปลูกยางในพื้นที่ที่มีความลาดเทเกิน 15 องศาขึ้นไป ควรปลูกแบบขั้นบันได
 
 Comment : 2
กลับขึ้นด้านบน

อินทนน์
 Posted : 2009-12-11 22:28:50   IP : (114.128.4.117)
จากที่ผมเคยเห็นมา ที่ใกล้สุพรรณก็จะเป็นอุทัยธานีครับ ที่เขาปลูกยางพารากัน แซมระหว่างสัปปะรด พอยางได้ 3 ปีเขาก็จะเอาสัปปะรดออก ตอนนี้ยางเริ่มกรีดได้แล้ว สังเกตุจากป้ายหน้าร้าน ว่ารับซื้อเศษยางพาราครับ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่อู่ทองจะมีลักษณะพื้นที่เหมือนอุทัยธานีหรือเปล่า แต่ก็น่าลอง อาจจะลองไม่มาก เป็นกรณีศึกษาไป หรืออาจจะแวะไปดูที่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยก็ได้ครับ
 
 Comment : 3
กลับขึ้นด้านบน

ตะเข็บชายแดน
 Posted : 2009-12-12 08:19:41   IP : (118.173.36.197)
ถ้าเป็นที่ลุ่มอย่างที่ลุงอรรถบอก ก็คงปลูกยางพาราไม่ได้ เพราะยางไม่ชอบยืนอยู่ในที่น้ำขัง ชื้นสูง แต่หากว่าคุณคิดว่าพื้นที่ของคุณไม่ได้อยู่ในพื้นลุ่มน้ำท่วมขังง่ายก็น่าปลูก ระยะเวลากว่าจะกรีดได้ก็ประมาณ 7-10 ปี สำรวจสถานที่รับซื้อไว้ก่อนเลยค่ะ เพราะอนาคตอาจจะมีตลาดรับซื้อก็ได้
 
 Comment : 4
กลับขึ้นด้านบน

tar
 Posted : 2009-12-12 10:05:21   IP : (118.172.133.212)
พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยางพิจารณาได้จากปัจจัยทางดินและปัจจัยทางภูมิอากาศ โดยปัจจัยทางดิน ที่ต้องคำนึงมีดังต่อไปนี้ค่ะ ลองตรวจเช็คดูว่าพื้นที่แถวบ้าน คุณอนุพันธ์มีลักษณะตามที่นี้หรือไม่
1.) ต้องเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันไม่เกิน 35 องศา
2.) หน้าดินลึกจากระดับผิวดินไม่น้อยกว่า 1 เมตร มีการระบายน้ำดี ไม่มีชั้นหินหรือชั้นดินดาน
3.) ระดับน้ำใต้ดินต่ำกว่าระดับผิวดินมากกว่า 1 เมตร
4.)เนื้อดินเป็นดินร่วนเหนียวถึงดินร่วนทราย ไม่เป็นดินเกลือหรือดินเค็ม
5.) ไม่เป็นพื้นที่นา หรือที่ลุ่มน้ำขัง สีของดินควรมีสีสม่ำเสมอตลอดหน้าตัดดิน
6.)เป็นพื้นที่ที่ไม่มีชั้นกรวดอัดแน่นหรือแผ่นหินแข็งในระดับสูงกว่า 1 เมตร เพราะจะทำให้ต้นยางไม่สามารถใช้น้ำในระดับรากแขนงในฤดูแล้งได้ และหากช่วงแล้งยาวนานจะมีผลให้ต้นยางตายจากยอด
7.) พื้นที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 600 เมตร หากสูงเกินกว่านี้อัตราาการเติบโตของต้นยางจะลดลง และ
8.) ค่าความเป็นกรดด่าง หรือ ค่า PH อยู่ระหว่าง 4.5-5.5 ส่วน ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ได้แก่ ปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,250 มิลิลเมตรต่อปี และมีจำนวนฝนตก 120-150 วันต่อปี
 
 Comment : 5
กลับขึ้นด้านบน

เมืองขอน
 Posted : 2009-12-12 14:12:20   IP : (125.26.191.80)
ในพื้นที่ทางอ่างทองและสุพรรณ ส่วนมากพื้นที่นี้จะไม่นิยมปลูกยางพารากันนะคะ หากปลูกข้าวน่าจะได้กำลังดีกว่านะคะเนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะในการเพาะปลูกเลย
 
 Comment : 6
กลับขึ้นด้านบน

ปั้มน้ำ ~
 Posted : 2009-12-13 10:37:28   IP : (117.47.193.193)
ยางพารางเป็นพืชเศรษฐกิจที่สามารถปลูกได้ในหลายพื้นที่แล้วค่ะ แต่ต้องเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะสม สายพันที่ภาคกลางน่าจะปลูกได้เพาะสภาพภูมิประเทศและอากาศไม่แตกต่างกับภาคตะวันออกนัก ก็คงต้องเป็นสายพันธุ์ 600 ค่ะ และอีกประเด็นเรื่องที่ขาย ลองดูสมาพันธุ์ยางภาคกลาง น่าจะมีอยู่นะค่ะ
หรือสมาคมผู้ปลูกยางทั่วประเทศ คิดว่าในภาคกลางมีอยู่ โทรศัพท์สอบถามได้ค่ะ
ตอนนี้ราคาทั้งน้ำยางและขึ้ยางค่อนข้างแพง และอีกประเด็นเนื่องจากเป็นไม้ที่สามารถขายได้ดังนั้นหันมาปลูกยางจะดีค่ะ ยังสามรถปลูกพืชอื่น ๆ แซมได้ด้วยในระยะเวลา 4 ปีแรก ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไข่ สัปปรด หรือข้าว แต่ต้องเว้นร่องระหว่างแถวประมาณ 5 เมตร ระหว่างต้น 4 เมตร
 
 Comment : 7
กลับขึ้นด้านบน

นายบำรุง โรจนหัสดินท
 Posted : 2009-12-17 21:17:34   IP : (222.123.76.139)
พื้นที่ลุ่มในเขตสุพรรณบุรี ควรปลูกปาล์มน้ำมันจะเหมาะสมกว่าและได้รับผลผลิตดีแน่นอนกว่ายางพารา..เพราะปาล์มน้ำมันชอบพื้นที่ลุ่มและต้องการปริมาณนำมาก...แต่เทคนิคการจัดการปลูกนั่นคือปลูกแบบยกร่อง..สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ..081-9783118
 
 Comment : 8
Mail to นายบำรุง โรจนหัสดินท
กลับขึ้นด้านบน

เกษตรอีสาน
 Posted : 2009-12-19 11:19:47   IP : (125.26.122.244)
คลิ๊กที่ภาพ

ติดต่อที่ สกย.ใกล้บ้านจะดีที่สุดครับ..ไม่มีกดราคาด้วย..ผมเห็นเกษตรกรในภาคอีสานเค้ามีรายได้เป็นกอบเป็นกำหลังจากสมัครเข้าร่วมโครงการของ สกย..ยังไงก็ไม่มีขาดทุนครับ..
ภารกิจหลัก
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ( สกย.) เป็นรัฐวิสาหกิจประเภทส่งเสริมที่ไม่แสวงหากำไร สังกัด กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง พ.ศ. 2503 ต่อมาได้มีการปรับปรุง
แก้ไขในปี 2505 2518 และ 2530 รวม 3 ครั้ง มีวัตถุประสงค์ เพื่อดำเนินกิจการ ให้การสงเคราะห์การทำสวนยาง และการสงเคราะห์ปลูกแทนด้วยไม้ยืนต้นชนิดอื่นที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
ภารกิจพิเศษ
ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล นอกเหนือจาก พระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง แล้ว รัฐบาลยังมอบนโยบาย ให้ สกย. ช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง ให้รวมตัว จัดตั้งสหกรณ์กองทุนสวนยาง โดยจัดสรร งบประมาณ สร้าง โรงผลิตยางแผ่นผึ่งแห้ง / รมควัน ให้กับกลุ่มเกษตรกร เพื่อแปรรูปผลผลิต เป็นยางแผ่นรมควัน หรือ อบแห้ง สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่รวมตัวกัน ไม่มากพอ ที่จะจัดตั้งสหกรณ์ รัฐก็ให้ สกย. จัดสร้างโรงเรือนผลิตยางแผ่นดิบคุณภาพดี ให้ นอกจากนั้นรัฐยังมอบหมาย ให้ สกย. จัดตลาดประมูลยางระดับท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกร และพ่อค้ามาซื้อขายผลผลิต ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน และราคาที่เป็นธรรม
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
1. ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกยางพันธุ์ดีหรือไม้ยืนต้นทดแทนยางเก่า และส่งเสริมให้เกษตรกร ที่ไม่มียางมาก่อน ได้ปลูกสร้างสวนยางพันธุ์ดี โดยให้ทุนสงเคราะห์รวมทั้งคำแนะนำทางวิชาการ เพื่อให้มีผลผลิตและรายเพิ่มขึ้น
2. พัฒนาคุณภาพผลผลิตให้เป็นที่ยอมรับของตลาด โดยใช้เทคโนโลยีเหมาะสม
3. พัฒนาระบบ และกลไกตลาด ให้เกษตรกรชาวสวนยาง ได้รับ ความเป็นธรรม ในด้านราคา
4. จัดตั้ง และ พัฒนาองค์เกษตรกรชาวสวนยาง ให้เข้มแข็ง มีศักยภาพ ในการพัฒนา และอำนาจต่อรองที่สูงขึ้น
แหล่งรายได้
เงินทุน ที่นำมาใช้ ในการดำเนินงานของ สกย. ตาม พระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ได้มาจาก 2 แหล่ง ได้แก่
1. เงินสงเคราะห์ ( CESS )
เก็บจากผู้ส่งออกยาง นอกราชอาณาจักร ในอัตรา ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กำหนด โดยการอนุมัติของ คณะรัฐมนตรี ปัจจุบันจัดเก็บ ในอัตรากิโลกรัมละ 90 สตางค์ ( มาตรา 5 ) เงินสงเคราะห์ ที่เก็บได้แต่ละปี ไม่เกินร้อยละ 5 ให้ สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร นำไปค้นคว้าวิจัยงานยาง ไม่เกินร้อยละ 10 เป็น ค่าใช้จ่าย ในการบริหาร ของ สกย. และ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 85 ส่งคืน กลับสู่เกษตรกรที่ขอทุนสงเคราะห์ปลูกแทน ในรูป ของ การช่วยเหลือ ทางด้านวิชาการ และปัจจัยการผลิต เงินสงเคราะห์นี้จะจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้ ( มาตรา 18 )
2. เงินงบประมาณแผ่นดิน แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
2.1 เงินสมทบ เพื่อการสงเคราะห์ ตามพระราชบัญญัติ กองทุนสงเคราะห์ืการทำสวนยาง( มาตรา 4 ทวิ ) และ ตามที่ได้รับอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรีเป็นรายปี ภายใต้แผนวิสาหกิจ สกย.
2.2 เงินสมทบเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานการสงเคราะห์
นโยบายการดำเนินงานของ สกย.
สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ( สกย. ) ได้ กำหนดนโยบาย การดำเนินงาน ภายใต้แผนวิสาหกิจ เพื่อใช้ ในการพัฒนา เกษตรกรชาวสวนยางแบบยั่งยืน 3 ด้าน คือ
1. ด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
1.1 ปลูกแทนสวนยางเก่าในพื้นที่ที่มีศักยภาพในการผลิต โดยคำนึงถึงตลาดรองรับ และส่งเสริมให้ปลูกยางพันธุ์ดีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้มีพื้นที่ใกล้เคียงกับการปลูกไม้ยืนต้นชนิดอื่นแทนสวนยางเก่า
1.2 ส่งเสริม ให้เกษตรกรนำ เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยไปใช้ อย่างถูกต้องเหมาะสมกับสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติ ใน แต่ละพื้นที่ เพื่อให้ต้นยางโต ได้มาตรฐาน สามารถเปิดกรีด ได้เร็วขั้น ต้นทุน การผลิตลดลง และผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น
1.3 พัฒนาตลาดประมูลยางระดับท้องถิ่น ให้เป็นสถานที่ซื้อยางทุกประเภท ที่เกษตรกรชาวสวนยางผลิต ได้ ภายใต้การประมูลซื้อขายกันอย่างเสรี
1.4 ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวสวนยางขนาดเล็ก ปรับโครงสร้างการผลิต ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรทฤษฎีใหม่ การเกษตรผสมผสาน เพื่อเพิ่มรายได้ และลดการเสี่ยงจากการปลูกยางเพียงอย่างเดียว โดย สกย. เป็นผู้สนับสนุนปัจจัยการผลิต


2. ด้านสังคม ประกอบด้วย
2.1 เพิ่มศักยภาพ ของชุมชนโดยสนับสนุน ให้เกษตรกรชาวสวนยาง รวมตัวเป็น กลุ่มพัฒนาสวนสงเคราะห์ สหกรณ์กองทุนสวนยาง และชุมชนสหกรณ์ เพื่อ ผลิตสินค้า ที่ได้มาตรฐานตรง กับความต้องการ ของตลาด มีอำนาจต่อรองจากการรวมกลุ่มกันขายผลผลิต และทำธุรกิจด้านกิจการยางร่วมกัน ระหว่างสหกรณ์กองทุนสวนยาง ชุมชนสหกรณ์ และภาคเอกชน
2.2 อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาไปสู่การเกษตรแบบยั่งยืน โดยการปลูกพืชคลุม ลดการใช้สารเคมี และปรับปรุงการใช้ปุ๋ยเคมี
3. ด้านบริหารและจัดการ ประกอบด้วย
3.1 พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ โดย การนำระบบบริหาร ที่เป็นสากล มาใช้เพื่อให้มี การลดต้นทุนการดำเนินงาน และเป็นที่ยอมรับของ เกษตรกรโดยทั่วไป
3.2 ปรับระบบรายได้ เพื่อให้องค์กรลดการพึ่งพา จากงบประมาณ เพิ่มศักยภาพของบุคลากร โดย การฝึกอบรม ให้มีความรู้ความสามารถและทัศนคติที่ดี เพื่อรองรับนิวัติกรรมใหม่ๆรวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น
3.3 ติดตามประเมินผล จัดระบบการติดตามผลการปฏิบัติงาน และระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ให้สามารถใช้ในการบริหาร และติดตามความสำเร็จของ ผลการปฏิบัติงานได้ทุกโครงการ
แผนพัฒนาเกษตรกร
ภายใต้ นโยบายการพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยาง แบบยั่งยืน สกย. ได้จัด ทำแผนพัฒนาเกษตรกร ชาวสวนยาง โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
1. เพิ่มรายได้ ให้เกษตรกรชาวสวนยาง และสร้างทางเลือกใหม่ให้เกษตรกร ในการประกอบอาชีพการทำสวนยาง
2. พัฒนาประสิทธิภาพเศรษฐกิจยาง และกลไกตลาด ให้แข่งขันตลาดโลกได้
3. เพิ่มศักยภาพ ขององค์กรเกษตรกร และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ให้เข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้
4. ปรับโครงสร้างการผลิตยางพาราในภาพรวม โดยคงพื้นที่ปลูกยางพารา 12 ล้านไร่ และปรับโครงสร้าง การผลิตของเกษตรกรชาวสวนยางขนาดเล็ก เพื่อลดความเสี่ยง จาการประกอบอาชีพการทำสวนยางเพียงอย่างเดียว
5. อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโดยเน้น การเพิ่มประสิทธิภาพของทรัพยากร และ ลดการใช้ปุ๋ยและสารเคมีในการผลิต
6. ปรับปรุงบทบาทการบริหาร และการจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้มีรายได้สามารถเลี้ยงตัวเอง
การแบ่งส่วนบริหารองค์กร
สกย. มี สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 67/25 ถนนบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ แบ่งการบริหารงาน ระดับฝ่าย 12 ฝ่าย และมีสำนักงาน กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จังหวัด ( สกย.จ.) 25 แห่ง และ สำนักงาน กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อำเภอ ( สกย.อ. ) 49 แห่ง
ตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่มีการปลูกยางพารา ครอบคลุม ภูมิภาค ต่างๆ ทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
 
 Comment : 9
กลับขึ้นด้านบน

บุญทิว
 Posted : 2010-05-31 10:37:16   IP : (192.168.4.102)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกปาล์มน้ำมัน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรีสามารปลูกได้หรือเปล่า และมีแหล่งรับซื้อที่ไหนบ้างที่ จ.สุพรรณบุรี หรือสถานที่ไกล้เคียง
 
 Comment : 10
Mail to บุญทิว
กลับขึ้นด้านบน

อนงลักษณ์
 Posted : 2010-06-05 12:32:56   IP : (113.53.68.165)
ไม่เคยเห็นเมหือนกันนะค่ะสำหรับการปลูกยางพาราแถบๆจังหวัดสุพรรณบุรี ส่วนมากอย่างที่เห็นก็คือนาข้าวที่กว้างมากๆๆๆๆๆ แล้วก็เป็นนาข้าวที่อุดมสมบูณ์มากเป็นนาข้าวหลักของคนไทยเลยก็ว่าได้ เพราะผลผลิตที่ออกมาจากนาข้าวแถบๆจังหวัดสุพรรณบุรีจะมีคุณภาพส่งออกต่างประเทศได้ ส่วนยางพาราเห็นเริ่มปลูกกันที่ภาคอิสานแล้วก็ภาคตะวันออกมากขึ้นนะค่ะ ยังไงแนะนำให้ลองไปปรึกษาที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือพัฒนาที่ดินจังหวัดนั้นๆเกี่ยวกับความเหมาะสมดีกว่าเน๊อะ
 
 Comment : 10
กลับขึ้นด้านบน

โต
 Posted : 2011-03-30 21:57:30   IP : (182.52.72.98)
อยู่อู่ทอง ผมว่าจะปลูกอยู่แต่ไม่แน่นใจว่าน้ำยางจะออกไหมครับที่ อู่ทองมีคนปลูกหรือยัง แต่ที่กาญ ปลูกแล้วไม่รู้ว่ามีน้ำยางมั้ย
 
 Comment : 10
Mail to โต
กลับขึ้นด้านบน

วีออส
 Posted : 2011-08-02 15:37:43   IP : (183.89.162.86)
อยากปลูกปาล์มที่อู่ทองมีตลาดรับซื้อที่ไหนไกล้
 
 Comment : 10
กลับขึ้นด้านบน

1


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ
ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ
ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ admin@rakbankerd.com เพื่อให้ผู้ควบคุม
ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป