สวนเงินไร่ทอง 
 
รัศมีโชติ เฟินสวยลูกผสมพันธุ์ใหม่ ฝีมือคนไทย
รักบ้านเกิดทีม 23 กุมภาพันธ์ 2558
เฟิน ถือเป็นไม้ใบประดับที่มีความสวยงามเฉพาะตัวอีกชนิดหนึ่ง ที่ได้รับความสนใจเพาะเลี้ยงกันโดยทั่วไป โดยรูปแบบหนึ่งที่เห็นกันมากคือ การนำมาปลูกลงกระถางเพื่อตั้งประดับตกแต่งบ้านพักอาศัย อาคารสถานที่ โดยเฟินกระถางที่นิยมนั้น เช่น สกุลก้านดำ สกุลข้าหลวง สกุลใบมะขาม สกุลกูดดอย เป็นต้น
แชร์
3,099
แต่ในวันนี้ ประเทศไทยได้มีเฟินชนิดใหม่ ที่น่าสนใจ และมีความสวยงามอย่างมาก นั่นคือ เฟินรัศมีโชติ เฟินลูกผสมพันธุ์ใหม่ ที่เกิดจากฝีมือของคนไทย

"ปัจจุบันนี้ หากเปรียบเทียบแล้ว สายพันธุ์ของเฟินประดับที่ปลูกเลี้ยงในกระถางได้สำหรับประเทศไทยนั้นยังมีน้อยอยู่ และนั่นเป็นแรงผลักดันสำคัญที่จะทำให้ อาจารย์หม่อมหลวงจารุพันธ์ ทองแถม ได้วิจัยปรับปรุงพันธุ์เฟินพันธุ์ใหม่ชนิดนี้ขึ้นมา"

ดร. ทัศไนย จารุวัฒนนันธ์ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำให้เกิด เฟินรัศมีโชติ

เฟินรัศมีโชติ จัดเป็นเฟินที่มีการเจริญเติบโตโดยระบบราก จะหาอาหารอยู่ในดิน จัดเป็นเฟินขนาดปานกลาง ลำต้นชูตั้งตรง ทำให้ดูคล้ายต้นไม้ขนาดเล็ก

"เฟินรัศมีโชติ" เป็นเฟินลูกผสมพันธุ์ใหม่ล่าสุดของมูลนิธิโครงการหลวง และภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี อาจารย์หม่อมหลวงจารุพันธ์ ทองแถม หัวหน้าโครงการพัฒนา และส่งเสริมการปลูกเฟินตัดใบและเฟินกระถาง มูลนิธิโครงการหลวง เป็นผู้ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์ จนได้เฟินสวยชนิดนี้ขึ้นมา

เฟินรัศมีโชติ ได้รับพระราชทานนามอันเป็นมงคลยิ่งจาก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตามพระนามของ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

เฟินรัศมีโชติ เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมเด่น ในรอบ 72 ปี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้นำมาจัดแสดงไว้ในงานเกษตรแฟร์ 2558 ที่ผ่านมา

เฟินลูกผสมใหม่นี้ มาจากงานทดลองผสมข้ามชนิด ระหว่าง กูดดอยนิวคาลิโดเนีย (New Caledonia Dwarf tree fern : Blenchnum giibbm) กับ กูดดอยบราซิล (Brazilian tree fern : Blechnum braziliense Desv.)

สำหรับกูดดอยทั้ง 2 ชนิดนี้ อาจารย์หม่อมหลวงจารุพันธ์ ได้เคยให้ข้อมูลไว้ว่า สำหรับกูดดอยนิวคาลิโดเนีย มีการเจริญเติบโตดี จึงเหมาะแก่การปลูกในภาชนะขนาดใหญ่ มีใบเป็นสองแบบ โดยใบย่อยที่สร้างอับสปอร์จะมีขนาดเล็ก ใบย่อยแคบกว่าใบที่ไม่สร้างอับสปอร์อย่างเด่นชัด

ส่วน กูดดอยบราซิล เป็นเฟินที่เมื่อมีอายุมากการพัฒนาลำต้นจะสั้นแต่กว้างอย่างเห็นเด่นชัด โดยมีขนสีดำหรือน้ำตาลปนดำปกคลุมยอดแผ่กว้าง ใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียว ใบเรียงตัวกันจนดูเป็นรูปแจกันหรือตะกร้า ก้านใบอ้วน แต่เปราะหักง่าย ใบที่สร้างอับสปอร์และใบที่ไม่สร้างอับสปอร์ดูคล้ายกัน เฟินชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดและการกระจายพันธุ์อยู่ในกัวเตมาลา เอกวาดอร์ เปรู และบราซิล

ทั้งนี้ เฟินสกุลกูดดอย (Blechnum) อยู่ในวงศ์ (Family) Blechnaceae พบทั่วโลก โดยมีกว่า 200 ชนิด

ทั้งนี้ กูดดอยบราซิล เป็นหนึ่งในเฟินประดับที่ทางโครงการได้ส่งเสริมให้ชาวเขาภายในโครงการหลวงปลูกจำหน่าย
ดร. ทัศไนย กล่าวว่า ในการผสมนั้น ได้มีการเก็บสปอร์จากต้นแก่ที่สมบูรณ์ อายุประมาณ 5 ปี มาเพาะแบบจับคู่ผสม โดยใช้ พีทมอสส์ เป็นวัสดุภายในพลาสติกใสปิดผนึกกันอากาศ เข้า-ออก ได้แสงสว่าง 15-20 เปอร์เซ็นต์

ส่วนอุณหภูมิระหว่างเพาะ อยู่ในช่วง 15-18 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางคืน และ 25-27 องศาเซลเซียส ในช่วงกลางวัน
ลักษณะเด่นของเฟินรัศมีโชติ จากการเปรียบเทียบลักษณะทางสัณฐานวิทยาของกูดดอย 3 ชนิด ที่อายุ 2 ปี พบว่า เฟินรัศมีโชติ มีความสูงของลำต้น ใกล้เคียงกับกูดดอยคาลิโดเนีย แต่ให้ความสูง (Stern height) และความกว้าง (stem vigor)

โดยเฉพาะลักษณะลำต้นนั้น เฟินรัศมีโชติ มีความใหญ่กว่า ทั้งกูดดอยนิวคาลิโดเนีย และกูดดอยบราซิล ที่เป็นต้นพ่อแม่ อย่างเด่นชัด

ในด้านจำนวนใบ ความกว้างทรงพุ่ม และความยาวใบ พบว่า เฟินพันธุ์รัศมีโชติ ให้ค่ากึ่งกลางระหว่างต้น ที่เป็นพ่อแม่พันธุ์ จำนวนใบย่อยของเฟินพันธุ์รัศมีโชติ อยู่ที่ 40 คู่ นับว่าใกล้เคียงกับพ่อแม่พันธุ์

ทั้งนี้ การเรียงตัวของใบย่อยในเฟินรัศมีโชติจะคล้ายกูดดอยบราซิล แต่การเรียงตัวของใบย่อยจะแน่นคล้ายกูดดอยคาลิโดเนีย ซึ่งดูงดงาม เป็นสง่า

เช่นเดียวกับลำต้น และก้านใบ มีขน (scale) สีดำ ขึ้นปกคลุม ทำให้ดูเก่าแก่แปลกตา คล้ายต้นเฟินโบราณ
นอกจากนี้ ก้านใบมีขนาดใหญ่ เหนียว และแข็งแรง มีการเจริญเติบโตโดยรวมดีกว่าทั้งต้นพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์

ดร. ทัศไนย กล่าวอีกว่า แต่ที่น่าสนใจ และถือว่าเป็นสีสันสำหรับเฟินรัศมีโชติ คือ ในขณะที่ต้นอ่อนเมื่อเติบโตขึ้นให้สีใบอ่อน ต่างกันเป็น 3 พันธุ์ คือ

หนึ่ง พันธุ์ที่มียอดสีชมพู

สอง พันธุ์ที่มียอดสีแดง

สาม พันธุ์ที่มียอดสีเขียว


จากลักษณะสีใบอ่อนดังกล่าว จึงนับเป็นอีกลูกเล่นหนึ่งที่ช่วยสร้างความสวยงาม เรียกว่าให้คุณค่าความหลากหลายแก่ต้นลูกผสม ซึ่งจะเป็นไม้ใบประดับที่มีอนาคตสดใส

ในส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางของต้น อยู่ที่ประมาณ 6.5 เซนติเมตร สูงเฉลี่ย 35 เซนติเมตร แต่ไม่เกิน 1 เมตร
การขยายพันธุ์ เพาะเนื้อเยื่อ ชอบดินร่วน ความชื้นพอเหมาะ อากาศค่อนข้างเย็น แสงแดดเต็มวัน

พร้อมกันนี้ ดร. ทัศไนย ยังให้ข้อมูลอีกว่า แม้ผลการตรวจลายพิมพ์ ดีเอ็นเอ ของเฟินรัศโชติจะยังไม่เสร็จ แต่จากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเฟินรัศมีโชติ แสดงให้เห็นว่า เฟินชนิดใหม่นี้ขยายพันธุ์ต่อโดยการเพาะสปอร์หรือทำการผสมได้ โดยวิธีการใช้เพศ

"ด้วยเหตุนี้ นับได้ว่าเป็นลูกผสมที่แท้ได้ และการพิสูจน์ลูกผสมทางอ้อมอีกวิธีที่นิยมปฏิบัติคือ การเปรียบเทียบลูกผสมที่สงสัยกับลักษณะทางสัณฐานวิทยาของพ่อแม่ โดยดูลักษณะที่อยู่ก่ำกึ่งระหว่างลักษณะพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งจะช่วยยืนยันได้เช่นกัน"

สำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ เฟินรัศมีโชติใช้ประโยชน์ได้ 3 ประการ คือ ปักแจกันสดและแห้ง เป็นไม้กระถาง และเหมาะเป็นไม้จัดสวน

ปัจจุบัน แหล่งผลิตเฟินรัศมีโชติที่สำคัญของโครงการหลวง คือ สถานีวิจัยดอยปุย และสถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

โดยขณะนี้โครงการหลวงได้เร่งผลิตเพื่อจำหน่ายให้เพียงพอแก่ความต้องการ และคาดว่าในอนาคตจะเป็นพันธุ์ไม้ สำคัญที่สามารถส่งออกต่างประเทศ

เฟินรัศมีโชติ จึงนับเป็นอีกหนึ่งความงามของพันธุ์ไม้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย













แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
"ข่าวในประเทศ".มติชน.(ออนไลน์).เข้าถึงได้จาก :
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1424420967...
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×