It appears that your web browser does not support JavaScript, or you have temporarily disabled scripting. Either way, this site won't work without it. Please enable JavaScript or upgrade your browser.
ลงชื่อเข้าใช้
สมัครสมาชิก
ภาษาไทย
---------
สวนเงินไร่ทอง
>
SMS Content
>
Show Web
วิธีทำน้ำหมัก EM ใช้ในบ่อปลา
จำนวนคนอ่าน
6,370
คน
พิมพ์หน้านี้
วิธีทำน้ำหมัก EM ใช้ในบ่อปลา
วันที่ส่ง SMS : 20 มีนาคม 2552
รอบเวลาที่ส่ง : 10:30 น.
ข้อความ : บ่อปลา(1)วิธีการทำ EM เพื่อใช้ในบ่อปลาให้น้ำใส ไม่มีกลิ่นเหม็น
บ่อปลา(2)กากน้ำตาล 5 กก.สารเร่งพด.2 หนึ่งซอง น้ำ 20 ลิตร หมักนาน 7 วัน
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติกนับว่าเป็นอาชีพเสริมอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสงเสริมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพื้นที่ที่ใช้เลี้ยงก็จะใช้เนื้อที่น้อยอาจจะเป็นบริเวณรอบบ้านหรือบริเวณในสวนก็ได้ โดยจะเลี้ยงไว้ใช้ทำเป็นอาหารในครัวเรือนหรือจะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายก็ได้เหมือนกัน จากที่เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ซึ่งได้พบกับคุณประกอบ ขันติปันดี เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก โดยเลี้ยงแบบชีวภาพ และคุณประกอบได้บอกถึงวิธีการเลี้ยงและการทำอาหารปลาดุกใช้เอง โดยมีรายละเอียดดังนี้
การเลี้ยงปลาดุกในบ่อพลาสติก โดยเลี้ยงแบบชีวภาพ
1.ขุดบ่อขนาด 4*2 เมตร ลึก 70 เซนติเมตร แล้วนำพลาสติกมาคลุมในบ่อ
2.ก่อนที่จะปล่อยลูกปลาดุกต้องเอาดินผสมกับมูลวัวหมักไว้ในบ่อ 15 วันก่อน
3.ใน 1 บ่อ จะปล่อยลูกปลาดุกได้ 500 ตัว โดยซื้อลูกปลามาตัวละ 1 บาท เฉลี่ยแล้วค่าลงทุนบ่อละ 1,000 บาท
การให้อาหารปลาดุก
1.หลังจากปล่อยลงบ่อให้ปลากินพวกแพรงตอล และลูกอ็อด 1 ถุง โดยให้ปลากินประมาณ 1 เดือน
2.หลังจาก 1 เดือนก็ให้อาหารที่ทำเอง
ส่วนผสมของอาหารปลาดุกที่ทำเอง
-กากน้ำตาล
-ปลายข้าวสาร
-รำละเอียด
-ข้าวโพดบด
-ปลาป่น
-กากถั่วเหลือง
-กล้วยสุก มะละกอสุก (จะเป็นยาถ่ายของปลา)
-วิตามิน
วิธีการทำอาหารปลาดุก
นำส่วนผสมมาอย่างละเท่าๆกัน แล้วนำมาต้มให้สุก แล้วนำมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วนำวิตามิน(โปร-แมกซ์)มาโรยที่ก้อนอาหารที่เราปั้นไว้สักนิดนึง เพื่อที่จะทำให้ปลาคลายเครียด
สำหรับการให้อาหาร
-ก็จะให้วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ให้กินบ่อละ 1 กิโลกรัม
-การเปลี่ยนน้ำในบ่อให้เปลี่ยนอาทิตย์ละครั้ง
-หลังจากที่เราเปลี่ยนน้ำในบ่อแล้วก็ให้ใช้ EM และดินเหนียวใส่ลงไปด้วย
สำหรับวิธีการทำEM
-กากน้ำตาล 5 กก.
-สารเร่ง พด.2 1 ซอง
-น้ำ 20 ลิตร
ให้เราหมักไว้ 7 วัน ก็สามารถนำมาใช้ได้แล้ว หลังจากเราเลี้ยงประมาณ 4 เดือนก็สามารถจับนำไปจำหน่ายได้แล้ว
ที่มา
: ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ. สงขลา